กทม.เคาะซี9ล็อตใหญ่68เก้าอี้

ด่วน ! ปลัด กทม. ลงนามคำสั่งโยกย้ายขรก.ซี 9 ล็อตใหญ่ 68 เก้าอี้ ก.ตร.นัดแต่งตั้งนายพลลอตแรก 18 ต.ค.นี้ ยึดหลักเกณฑ์เดิมอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์

         เมื่อเวลา 20.15 น.  วันที่ 5 ต.ค.2554นายเจริญรัตน์  ชูติกาญจน์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ลงนามคำสั่งเลขที่กทม.ที่3789 และ 3790 เลื่อนและแต่งตั้งข้าราชการสามัญกทม.ระดับ 9 จำนวน 68 ตำแหน่ง ดังนี้ 1.นางจินตนา สุรินทร์ศิริรัตน์ เป็น รองผอ.สำนักยุทธศาสตร์ฯ 2.นายกิตตินันทน์ ขาวสุทธิ์ เป็นรองผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 3.นายเกรียงพล พัฒนรัฐ เป็นรองผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม 4.นางสาวธัญลักษณ์ ครามะคำ เป็นรองผอ.สำนักงบประมาณ 5.นางรัชนีวรรณ อัศวธิตานนท์ เป็นรองผอ.สำนักยุทธศาสตร์ฯ 6.นางเปรมวดี ทรัพย์บุญมี เป็นผู้ช่วยปลัดกทม. 7.นายกอบชัย พงษ์เสริม เป็นผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานก.ก.

          8.นายยศศักดิ์ คงมาก เป็นผู้ช่วยปลัดกทม. 9.นายกฤษฎา ศิริพิบูลย์ เป็นรองผอ.สำนักการคลัง 10.นายนิคม พรธารักษ์เจริญ เป็นรองผอ.สำนักการจราจรและขนส่ง 11.นายทรงชัย เลิศวรสิริกุล เป็นรองผอ.สำนักการโยธา 12.นายชัยนาท นิยมธูร เป็นรองผอ.สำนักการระบายน้ำ 13.ว่าที่ร.ต.เศวตชัย ทรัพย์บุญมี  เป็นผู้ช่วยปลัดกทม. 14.นายพรเลิศ พันธุ์วัฒนา เป็นผู้ช่วยปลัดกทม. 15.นางบังอร ถ้ำสุวรรณ เป็นรองผอ.สำนักการโยธา 16.นายโสภณ โพธิสป เป็นรองผอ.สำนักเทศกิจ 17.นายพรเทพ อัครวรกุลชัย เป็นรองผอ.สำนักเทศกิจ 18.นางสาวอมรรัตน์ กฤตยานวัช เป็นรองผอ.สำนักผังเมือง 19.นายกริช วัชรศิริธรรม เป็นรองผอ.สำนักการศึกษา 20.นายบัณฑิต วินิจฉัยกุล เป็นรองผอ.สำนักการศึกษา 

          21.นายจรูญ มีธนาถาวร เป็นรองผอ.สำนักพัฒนาสังคม 22.นางสุวัฒนี ไชยนันทน์ เป็นรองผอ.สำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว 23.นายวรภาส รุจิโภชน์ เป็นรองผอ.สำนักการระบายน้ำ  24.นายสมชาย ฉัตรสกุลเพ็ญ เป็นรองผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม 25.นายสุรเกียรติ ลิ้มเจริญ  เป็น รองผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 26.นายศุภพงษ์ กฤษณพันธุ์ เป็นผอ.สำนักงานปกครองและทะเบียน 27.นางสาววิภาวี พงษ์พิริยะวนิช เป็นผู้ตรวจราชการอำนวยการสูง  28.นางสาวรจนา พิริยะอนนท์ เป็น ผู้ตรวจราชการอำนวยการสูง 29.นาย วัชรินทร์ บรรพต เป็นผอ.สำนักงานออกแบบ สำนักการโยธา  30.นาย ประสาร พิทักษ์วรรัตน์ เป็นผอ.สำนักงานก่อสร้างและบูรณะ สำนักการโยธา 31.นาย สุธน อาณากุล เป็นผอ.สำนักงานวิศวกรรมจราจร สำนักการจราจร

          32.นาย จิระศักดิ์ จิวาลักษณ์ เป็นผอ.สำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ 33.นางธนันณัฏฐ์ วินิจฉัยกุล เป็นผอ.เศรษฐกิจและการคลัง สำนักการคลัง 34.นาย สมภาคย์ สุขอนันต์ เป็นผอ.สำนักกฎหมายและคดี สำนักปลัดกทม. 35.นางแขไข จิตทิชานนท์ เป็นผอ.สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย 36.นายอุดมศักดิ์ นาดี เป็นผอ.สำนักงานยุทธศาสตร์การศึกษา สำนักการศึกษา 37.น.ส.สุกฤตา สื่อเจริญ เป็นผอ.สำนักงานการสงเคราะห์และสวัสดิภาพสังคม สำนักพัฒนาสังคม 38.น.ส.สาวิตรี สุขสงวน เป็นผู้ตรวจราชการอำนวยการสูง 39.น.ส.สมจิตร งามเจริญ เป็นผู้ตรวจราชการอำนวยการสูง 40.น.ส.ศรินพร ลีมหารุ่งเรือง เป็นผู้ตรวจราชการอำนวยการสูง

          41.น.ส. สุดาวัลย์ สถาวรจันทร์ เป็นผู้ตรวจราชการอำนวยการสูง 42.นางกิ่งแก้ว วงษ์พันธุ์ เป็นผู้ตรวจราชการอำนวยการสูง 43.นายอรุณ พ่วงสมบัติ เป็น ผอ.เขตมีนบุรี 44.นางฉัฐนันท์ อินทราชา เป็นผอ.เขตราษฎร์บูรณะ 45.นายจตุรงค์ ผ่องลำเจียก เป็นผอ.เขตภาษีเจริญ 46.นายสัจจะ คนตรง เป็นผอ.เขตวัฒนา 47.นายกฤษณ์ เกียรติพนชาติ เป็นผอ.เขตบึงกุ่ม 48.นายภูมิพัฒน์ ดำรงเกียรติศักดิ์ เป็นผอ.เขตดอนเมือง 49.นางลักษณา โรจน์ธำรง เป็นผอ.เขตราชเทวี50.นายขจิต ชัชวานิชย์ เป็นผอ.เขตคลองสาน 51.นายนิวัฒน์ ไชยมิ่ง เป็นผอ.เขตจอมทอง 52.นายสิน นิติธาดากุล เป็นผอ.เขตบางกะปิ  53.นายอภิรัฐ ตราดุษฎี เป็นผอ.เขตบางกอกน้อย 54.นายวรเศรษฐ์ ปภัสร์สุตานนท์ ผอ.เขตพญาไท 55.นางวิภารัตน์ ไชยานุกิจ เป็นผอ.เขตคลองเตย 56.นางอัจฉรา ห่อสมบัติ เป็นผอ.เขตประเวศ

          57.นายประวิช ศรีวิลัย เป็นผอ.เขตลาดกระบัง 58.นายอนนท์วุฒิ รัตนมาลี เป็นผอ.เขตยานนาวา 59.นายพิบูล เวคะวากยานนท์ เป็นผอ.เขตหนองแขม 60. นายทรงชัย พยอมแย้ม เป็นผอ.เขตบางนา 61.นางสาวแสนสุข สตงคุณห์ เป็นผอ.เขตดินแดง 62.นางสาวพรรณทิพา งามญาณ เป็นผอ. เขตสาทร 63.นายพงษ์ศักดิ์ พันธุ์สวาสดิ์ เป็นผอ.เขตบางขุนเทียน 64.นางมัณฑนา ชูติกาญจน์ เป็นผอ.เขตตลิ่งชัน 65.นายซีรอซันคาร ปาทาน เป็นผอ.เขตทุ่งครุ 66.นางรัสยาภรณ์ นครสุต เป็นผอ.เขตบางบอน 67.นายเสือชนะ สุดเจริญ เป็นผอ.เขตบางรัก 68.นางกองกาญจน์ สุบรรณ ณ อยุธยา เป็นผอ.เขตบางแค ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.2554 เป็นต้นไป

          ขณะที่ตำแหน่งรองปลัดกระทรวง ประกอบด้วย 1.นายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ จากเดิมเป็นอธิบดีกรมเอเชียใต้ แอฟริกา และตะวันกลาง 2.น.ส.วิมล คิดชอบ จากเดิมเป็นอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 3.นายเฉลิมพล ทันต์จิต จากเดิมดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย  

          นอกจากนั้นยังมี นายจักร บุญ-หลง อธิบดีกรมการกงสุล ย้ายไปเป็นเอกอัครราชทูตไทย ณ ประเทศสิงคโปร์ นายวิบูลย์ คูสกุล ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ประจำกรุงไทเป ประเทศไต้หวัน ไปเป็นเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ย้ายไปเป็นเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ แทน นายชัยยงค์ สัจจิพานนท์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ที่จะโยกไปเป็นเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา และนางนงนุช เพชรรัตน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ไปเป็นเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี แทน นายจริย์วัฒน์ สันตะบุตร ที่เกษียณอายุราชการ

 

ก.ตร.นัดแต่งตั้งนายพลลอตแรก18ต.ค.

 

          ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 15.00 น.  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 10/2554  ซึ่งการประชุม ก.ตร.ครั้งนี้ มีรอง ผบ.ตร. ซึ่งมีฐานะเป็น ก.ตร.โดยตำแหน่ง เข้าเพียง 5 นาย จาก 8 นาย เนื่องจากมีรอง ผบ.ตร.เกษียณอายุราชการไป 3 นาย และ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ รรท.ผบ.ตร. ในขณะที่ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิเข้าประชุม 10 คน จาก 11 คน เนื่องจากนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ขอลาออก

          ต่อมาเวลา 19.30 น. พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. กล่าวภายหลังการประชุม ก.ตร. เสร็จสิ้นว่า กรณีที่มี ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิมีข้อท้วงติงว่าการให้รอง ผบ.ตร. ซึ่งเป็นบอร์ดกลั่นกรองการแต่งตั้งแล้วมาใช้สิทธิ์ในการแต่งตั้งใน ก.ตร.ใหญ่ เป็นการใช้อำนาจทับซ้อน ผิด พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มาตรา 13 และมาตรา 16  ร.ต.อ.เฉลิมได้นำปัญหานี้สอบถามไปยังสำนักงานกฤษฎีกา โดยทางสำนักงานกฤษฎีกาให้ความเห็นว่า รอง ผบ.ตร.สามารถใช้สิทธิ์ในบอร์ดใหญ่ได้อีก เนื่องจากบอร์ดกลั่นกรองเป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมายที่ระบุไว้ตาม พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2547

          โฆษก ตร.กล่าวต่อว่า มีปัญหาอยู่ 2 ตำแหน่ง คือตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ และตำแหน่งเลขาธิการ ก.พ. ซึ่งอยู่ในบอร์ดกลั่นกรองด้วย แต่ พ.ร.บ.ตำรวจไม่ได้ระบุ 2 ตำแหน่งนี้ไว้ ถ้าจะมานั่งในบอร์ดหลักจะต้องให้ ก.ตร.2 ใน 3 รับรอง ก็จะสามารถเข้าร่วมพิจารณาในบอร์ดหลักได้ ซึ่งการถกเถียงเรื่องนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไร เนื่องจากคณะกรรมการ ก.ตร.ทุกรายยอมรับความเห็นของสำนักงานกฤษฎีกา

          พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า การพิจารณาหลักเกณฑ์การแต่งตั้งยังคงใช้หลักการเดิม คืออาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ และความเหมาะสม และระดับ ผช.ผบ.ตร.ขึ้นรอง ผบ.ตร.หรือตำแหน่งเทียบเท่า และ ผบช.ขึ้น ผช. ผบ.ตร. ยึดอาวุโสทั้งหมด จะมีการเปลี่ยนแปลงการแต่งตั้งในระดับกองบัญชาการ จากเดิมที่ให้ ผบช.เป็นประธานบอร์ดกลั่นกรอง เปลี่ยนเป็นรอง ผบช.อาวุโสอันดับ 1 เป็นประธานบอร์ดกลั่นกรองแทน โดยไม่ให้ ผบช.เข้าร่วม เนื่องจากเกรงว่าจะให้สิทธิ์ทับซ้อน ส่วนการนับวันทวีคูณให้สำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงใช้หลักการเดิม

          นอกจากนี้ยังมีวาระพิจารณาข้อร้องเรียนของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก.ซึ่งทำหนังสือคัดค้านกรณีที่ถูกจัดอาวุโสไปอยู่ในกลุ่มของรอง ผบช. ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ก.ตร.เคยมีมติแต่งตั้งให้เป็น ผบช.ภ.1 ไปแล้ว แต่มีปัญหาถูกร้องเรียนวินัย จึงไม่สามารถไปดำรงตำแหน่งได้ ซึ่ง ก.ตร.เห็นว่าข้อร้องเรียนนี้ตกไป การจัดอาวุโสให้อยู่ในกลุ่มรอง ผบช.นั้นถูกต้องไปแล้ว ส่วนการพิจารณากรณีถูกร้องเรียนว่าไม่สามารถนับอายุราชการทวีคูณได้นั้น ขณะนี้ผลการสอบสวนไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากมีข้อพิจารณาจำนวนมาก ต้องสอบสวนอย่างละเอียดรอบคอบ ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดขอบเขตเวลาได้ว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ หากการพิจารณาเรื่องนี้ไม่เสร็จสิ้นทันการประชุมแต่งตั้งครั้งนี้ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม เวลา 13.00น. ตำแหน่ง ผบช.ภ.1 ก็ไม่สามารถแต่งตั้งได้

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ซึ่งจะแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เป็น ผบ.ตร.นั้น ล่าสุด พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ที่ปรึกษา (สบ 10)  ในฐานะเลขานุการ ก.ต.ช. กล่าวว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรียังไม่มีการนัดประชุมแต่อย่างใด

          ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวในช่วงเช้าถึงการแต่งตั้งนายตำรวจว่า ยืนยันได้ว่าในยุคนี้จะไม่มีการวิ่งเต้นให้เสียเงิน หากใครทำงานดีจะได้รับการเลื่อนยศเลื่อนขั้นตามความรู้ความสามารถ จะไม่มีข่าวว่ามีคนอักษรย่อ ส เสือ มีอำนาจ หรือคนอักษรย่อ ศ ศาลา  มีอำนาจในการสั่ง ก.ตร.ใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้สบายใจได้ เพราะตนให้อิสระกับ ก.ตร.เต็มที่

          ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสว่าบอร์ดกลั่นกรองของ ก.ตร.บางส่วนยังไม่สบายใจบางเรื่อง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อาจจะเป็นความคิดเห็นที่ยังไม่ตรงกันอยู่บ้าง และเป็นการมองคนละมุม แต่การทำงานของบอร์ดกลั่นกรองของ ก.ตร.นั้นเป็นคณะทำงานที่ พ.ร.บ.ก.ตร.อนุญาตให้ไปพิจารณาหาผู้เหมาะสม เหมือนฝ่ายธุรการ ไม่ใช่จะมาวินิจฉัยชี้ขาดอะไรได้ ซึ่งเมื่อบอร์ดกลั่นกรองเสนอชื่อเข้า ก.ตร.แล้ว ก็อาจจะมีความไม่เห็นด้วย ก็อาจจะมีการเสนอชื่อคนอื่นเข้ามาแข่งได้

          เมื่อถามว่า รอง.ผบ.ตร.เข้ามานั่งอยู่ในบอร์ดกลั่นกรองของ ก.ตร.ด้วยและก็นั่งใน ก.ตร.ด้วยอาจจะทับซ้อน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ที่มานั่งอยู่ได้เพราะกฎหมายกำหนดทั้งสองคณะ ซึ่งมุมมองทางกฎหมายอาจจะไม่เหมือนกันได้ แต่หลักในการปกครองต้องยึดเอาไว้ ซึ่งแนวทางของตนนั้นคือหากระดับรอง ผบ.ตร.ไม่มีโอกาสพิจารณาคัดเลือกคนแล้วจะไปปกครองและสั่งการได้อย่างไร จึงต้องรับผิดชอบในการพิจารณาคนใต้บังคับบัญชาด้วย หากเราไปเอาคำสั่งทางปกครองมาพิจารณาในส่วนของตำรวจ โดยไม่ยึดหลักของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2547 ก็จะเกิดการลักลั่นกัน

          สำหรับการพิจารณาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.แทน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ที่ ครม.มีมติให้โอนย้ายไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คงต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯ พล.ต.อ.วิเชียร ก่อน