วาทกรรม'ก่อแก้ว':แดงไม่ทำร้ายใคร!

"เสื้อแดงต้องเป็นบอดี้การ์ดไม่ใช่ไปทำร้ายใคร" : สัมภาษณ์พิเศษ "ก่อแก้ว พิกุลทอง" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ"แกนนำคนเสื้อแดง" โดย สมถวิล เทพสวัสดิ์

           "ก่อแก้ว พิกุลทอง" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ "แกนนำคนเสื้อแดง" หลายคนสงสัยทำไม "ก่อแก้ว" เข้ามาอยู่ในกลุ่มแกนนำเสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์หรือสายบู๊ อย่าง "ตู่" จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย "เต้น" ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ทั้งที่การเคลื่อนไหวของ "ก่อแก้ว" ในกลุ่มคนเสื้อแดงถูกมองว่ามีความประนีประนอมมากกว่า

            จากจุดเริ่มต้นในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีทีวี "ก่อแก้ว" ไม่เคยคิดว่าจะทำให้ตัวเองต้องไปมีชื่อเป็นหนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดงร่วมเคลื่อนไหวอยู่ในเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองของประเทศไทย

            "ใครจะคิดว่าจะมาถึงตอนนี้ ผมเป็นคนไม่ชอบทะเลาะกับใคร ไม่ชอบมีปัญหากับใคร ถ้ารู้วันหนึ่งต้องมาเป็นคู่กรณีต้องไปวิวาทะทางการเมืองเล่นกันแรงขนาดนี้ ผมคงคิดหนักมาก ผมคงไม่อยากเข้ามา คงไม่มาช่วยคุณจตุพรทำรายการทีวี (หัวเราะ) แต่ก็ไม่ได้เสียใจกับสิ่งที่ทำ วันนี้ดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในการต่อสู้ที่ทุกคนเห็นภาพชัดแล้วว่า จุดยืนของพวกผมเป็นแนวทางที่ถูกต้องว่าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย วันนี้ยอมรับว่าถ้าต้องตายไปก็ไม่เสียใจ" ก่อแก้ว กล่าว

            เมื่อเหตุการณ์เริ่มบานปลายทวีความรุนแรงขึ้น "ก่อแก้ว" แม้จะถูกมองว่าเป็นนิ่งและดูประนีประนอม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินหน้าเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับเพื่อน เพราะเห็นว่าบ้านเมืองที่เป็นอยู่ไม่ถูกต้อง

            "ก่อแก้ว" บอกว่า  ขณะนี้บ้านเมืองแตกแยก ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่มีความเป็นธรรม สถาบันหลักๆ ที่เราเคยเชื่อมั่น ไม่ว่าศาล หรือองค์กรอิสระต่างๆ เดี๋ยวนี้คนไม่เชื่อมั่นในการทำงานจึงคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้สิ่งเหล่านี้หายไป และให้ทุกอย่างคืนสู่ภาวะปกติ

            "คำว่าประชาธิปไตย ทุกคนรู้รัฐธรรมนูญเป็นตัวปัญหา เมื่อรัฐธรรมนูญเป็นตัวปัญหาก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญ กระบวนการยุติธรรมเมื่อไม่เป็นธรรมก็ต้องช่วยกันดูว่าจะแก้อย่างไร ต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ แค่ไหน เพื่อให้คนไทยรู้สึกว่าสังคมมีความเป็นธรรม องค์กรอิสระไม่ว่าศาลหรือองค์กรอิสระ ต้องช่วยกันคิดว่าตัวบุคคลมีปัญหาหรือองค์กรมีปัญหา ถ้าบุคคลมีปัญหาก็เปลี่ยนบุคคล ถ้าองค์กรมีปัญหาก็ดูว่าต้องยุบองค์กรทิ้งหรือไม่ ถ้าองค์กรไหนไม่สร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศเป็นปัญหาต่อประเทศก็ไม่ควรเก็บไว้" แกนนำคนเสื้อแดงกล่าว

            สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ากำลังแก้ไขเพื่อนำไปสู่การนิรโทษให้แก่พ.ต.ท.ทักษิณ "ก่อแก้ว" บอกว่า เรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เราขับเคลื่อน แต่ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นแนวร่วมที่เดือดร้อนจากการบังคับใช้กฎหมายและการใช้องค์กรอิสระต่างๆ มาเล่นงานพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเหยื่อที่คนจำนวนไม่น้อยเห็นใจ ส่วนหนึ่งอยากช่วย แต่การขับเคลื่อนของตนมองปัญหาของประเทศเป็นหลัก ไม่ได้มองปัญหาส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณ

            คำพูดของ "ก่อแก้ว" มีคนบางกลุ่มไม่เชื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้แก่พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเรื่องนี้ "ก่อแก้ว" บอกว่า ฝ่ายตรงข้ามถึงบอกอย่างไรก็คงไม่เชื่อ ที่ไม่เชื่อเพราะพ.ต.ท.ทักษิณเป็นบุคคลมีความสามารถ มีความพร้อมทุกด้าน เงิน อำนาจ เพื่อนฝูง และขีดความสามารถ ทักษิณเป็นศัตรูทางการเมืองตัวฉกาจที่ฝ่ายตรงข้ามเก็บไว้ไม่ได้ จึงพยายามทำลายทักษิณทุกรูปแบบ ไม่ใช่มองแค่พรรคการเมืองเป็นฝ่ายตรงข้าม แต่มองไปถึงกลุ่มอำนาจที่สนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม เพราะมีกลุ่มคนจำนวนมากที่สนับสนุนพรรคคู่แข่งไม่ได้ประโยชน์ในช่วงที่ทักษิณเป็นรัฐบาล

            ขณะเดียวกัน การขับเคลื่อนของคนเสื้อแดงบางกลุ่มทำให้ถูกมองว่าต้องการ "ล้มสถาบัน" ในเรื่องนี้ "ก่อแก้ว" ในฐานะหนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดงกล่าวว่า อยากขอร้องทุกฝ่ายอย่าดึงสถาบันเบื้องสูงลงมาเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ต้องยอมรับว่ากลุ่มคนเสื้อแดงมีหลายกลุ่มหลายประเภท เช่น แดงสยาม แต่ไม่รู้ว่าแดงสยามมีนโยบายในการขับเคลื่อนอย่างไร

            หลายคนมองว่าภารกิจเสื้อแดงเสร็จแล้ว เพราะเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลแล้วน่าจะยุติบทบาท "ก่อแก้ว" กลับมองว่า คนเสื้อแดงจำเป็นต้องต่อสู้จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย  

            "วันนี้เราคาดหวังว่ารัฐบาลเพื่อไทยจะช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายของเรา เราจึงต้องคอยให้กำลังใจ เอาใจช่วย ควรปกป้อง และประคับประคองรัฐบาลเพื่อไทย คนเสื้อแดงต้องเป็นบอดี้การ์ดให้คุณยิ่งลักษณ์ และรัฐบาลเพื่อไทยต่อไป แต่ก็ต้องไม่ไปทำร้ายใคร"

            หลายคนมองว่ากลุ่มเสื้อแดงบางกลุ่มกำลังสร้างปัญหาให้รัฐบาลเช่นเหตุการณ์ที่หน้ารัฐสภาวันรัฐบาลแถลงนโยบาย "ก่อแก้ว" ชี้แจงว่า คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ก็ยังไม่วางใจในสถานการณ์บ้านเมือง การที่คนเสื้อแดงคอยอยู่ปกป้องรัฐบาล เพื่อความสบายใจว่าจะไม่มีอำนาจนอกระบบมาทำอะไรโดยไม่ควร โดยเฉพาะทหาร ถ้าเสื้อแดงยังเข้มแข็ง ทหารก็จะไม่กล้ายึดอำนาจ

            "คนเสื้อแดงมีความหวั่นไหว แม้วันนี้พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแนวร่วมจะได้เป็นรัฐบาลแล้ว แต่เขาไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะอยู่ได้นานแค่ไหน เขาไม่มั่นใจในสถานการณ์ กลัวเกิดเหตุเหมือนนายกฯ สมัคร สุนทรเวช และนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์"

            ส่วนพฤติกรรมของคนเสื้อแดงที่ไม่อยู่ในกรอบกฎหมาย "ก่อแก้ว" บอกว่า ถ้ามีอะไรที่สังคมมองว่าไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พวกเรายินดีที่จะพยายามช่วยพูดคุยกับคนเสื้อแดง เพื่อไม่เป็นการสร้างปัญหาให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ในเมื่อเสื้อแดงอยากให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ อยู่นานที่สุด อย่างน้อยครบวาระ 4 ปี คนเสื้อแดงต้องช่วยทำทุกอย่างเพื่อประคับประคองและไม่ให้ใครมาโจมตีนายกฯ ยิ่งลักษณ์จากการกระทำของคนเสื้อแดง ดังนั้น ก็ต้องคิดว่า กว่าจะได้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ มาบริหารประเทศ คนเสื้อแดงต้องเสียสละกันมาก บางคนต้องเสียชีวิต บางคนติดคุก ดังนั้น เมื่อได้มาเป็นรัฐบาลแล้วก็ต้องช่วยกันประคับประคองให้ดีที่สุด

            การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงบางกลุ่มถูกมองเป็น "จุดอ่อน" ของรัฐบาล "ก่อแก้ว" เห็นว่า ต้องมองว่าเป็นนักรบ คนไปรบก็ต้องมีแผล เมื่อมีแผลเพื่อนก็ต้องคอยมาสะกิดชี้ให้เพื่อนดูแผลตลอด

            "เสื้อแดงคงไม่เป็นปัญหากับรัฐบาล แต่รัฐบาลจะเป็นปัญหากับเสื้อแดงหรือไม่ ไม่รู้ เสื้อแดงคาดว่ารัฐบาลจะช่วยขับเคลื่อนให้คนเสื้อแดงบรรลุเป้าหมาย เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เรื่องปรองดอง ถ้ารัฐบาลจริงใจในการขับเคลื่อน คนเสื้อแดงก็ขอบพระคุณ แต่ถ้ารัฐบาลหักหลัง คนเสื้อแดงก็อาจจะมองว่าพรรคเพื่อไทยหลอกใช้คนเสื้อแดง" แกนนำคนเสื้อแดงกล่าว

            หากวันหนึ่งพรรคเพื่อไทยกับคนเสื้อแดงต้องแยกทางกันเหมือนกรณีเสื้อเหลืองกับพรรคประชาธิปัตย์ "ก่อแก้ว" กล่าวว่า หากวันหนึ่งต้องเลือก ผมจะเลือกเป็นคนเสื้อแดง แต่ต้องออกจาก ส.ส. หรือไม่ต้องดูสถานการณ์

            สุดท้ายถ้าให้เปรียบคนเสื้อแดงสำหรับพรรคเพื่อไทยเป็นอะไรระหว่างน้ำผึ้งกับยาพิษ "ก่อแก้ว" หัวเราะก่อนตอบคำถามว่า "คนเสื้อแดงเปรียบเหมือนน้ำผึ้งที่มีประโยชน์ ใช้กินได้ ทาได้ แต่ถ้ากินมากเกินไปก็เป็นเบาหวานได้เหมือนกัน"