ไลฟ์สไตล์ : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม 2554

หยุดโรคสตรีด้วยแพทย์แผนไทย

หยุดโรคสตรีด้วยแพทย์แผนไทย

          "โรคสตรี" ล้วนเป็นอาการที่หงุดหงิดกวนใจคุณผู้หญิงทั้งหลาย ดังนั้น มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดย อ.ณภัทร พานิชการ แพทย์แผนไทยประยุกต์ และ อ.กรกมล เอี่ยมธนะมาศ ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาแพทย์แผนไทยประเภทนวดไทย มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา อารีวรรณ ต้นทัพไทย ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้จัดเสวนาเรื่อง “รักษาโรคสตรีด้วยการแพทย์แผนไทย” เมื่อวันก่อน

          อ.ณภัทร กล่าวถึงลักษณะอาการของผู้หญิงโดยปกติ ที่เกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือน โดยมักเกิดอาการก่อนมีประจำเดือน และเมื่อประจำเดือนหมดไปอาการดังกล่าวก็หายไปด้วย กล่าวคือ ลักษณะของ โลหิตปกติโทษ ซึ่งมี 5 ประการหลัก ได้แก่ 1.โลหิตบังเกิดมาแต่หัวใจ ซึ่งมีอาการคลั่งเพ้อ นอนไม่ค่อยหลับ มีอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียว โมโหง่าย 2. โลหิตเนื่องมาแต่ดี จะมีอาการคลั่งไคล้ละเมอ นอนสะดุ้ง 3.โลหิตเนื่องมาแต่ผิวเนื้อ มีอาการรู้สึกร้อนบริเวณผิวเนื้อผิวหนัง บางคนผิวมีสีแดงปลั่ง ผุดขึ้นทั้งตัวเหมือนคนที่มีอาการออกหัด 4.โลหิตบังเกิดเนื่องมาแต่เส้นเอ็น จะมีอาการเหมือนไข้จับ รู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาว ปวดศีรษะมาก และ 5.โลหิตอันเนื่องมาแต่กระดูก มีอาการเมื่อย รู้สึกขบไปทุกข้อดังจะขาดจากกัน ปวดบริเวณบั้นเอวสันหลัง มักจะบิดเกียจคร้านบ่อยๆ แต่หากบางเดือนมีอาการอื่นที่มิใช่อาการที่ตนเองเป็นโดยปกติ จะเรียกว่า โลหิตทุจริตโทษ ซึ่งแพทย์แผนไทยที่รักษาควรตรวจดูอาการของผู้ป่วยที่แตกต่างกันไปตาม 5 ลักษณะ

          ด้าน อ.กรกมล กล่าวว่า อาการที่เกิดขึ้นในผู้หญิงนั้น ส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับเลือดและลมร่วมกันกระทำทั้งสิ้น โดยแบ่งสาเหตุออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ 1.โรคเกี่ยวกับประจำเดือนในช่วงวัยสาวแต่ยังไม่มีสามี ยังไม่มีเพศสัมพันธ์ อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ การที่มีอาการผิดปกติต่างๆ มาตั้งแต่เริ่มต้นมีประจำเดือน และการถูกกระทบกระแทก 2.โรคเกี่ยวกับประจำเดือนในช่วงที่มีสามี เป็นโรคที่อาจเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์และการถูกกระทบกระแทก 3.โรคที่เกี่ยวกับประจำเดือนในช่วงคลอดบุตร ซึ่งเกิดจากการไม่มีอยู่ไฟ จึงทำให้มีเลือดเสียเกาะกันเป็นลิ่มค้างอยู่ภายในมดลูก

          ขณะที่ อารีวรรณ เล่าถึงกรณีศึกษาที่ 1 ผู้ป่วยหญิง โสด อายุ 25 ปี มีอาการปวดหน่วงท้องน้อยทั้ง 2 ข้าง ก่อนมีประจำเดือน 3 วัน ทุกเดือนเป็นระยะเวลา 1 ปี ส่วนมูลเหตุเกิดจากการทำงานหนักเกินกำลัง รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ชอบรับประทานของเย็น ดื่มกาแฟเป็นประจำ วันละ 1-2 แก้ว พักผ่อนไม่เพียงพอ จึงเป็น "โลหิตปกติโทษ" หลังจ่ายยารสร้อน เพื่อกระตุ้นเตโชและวาโยธาตุ และวางแผนการรักษาออกเป็น 2 ขั้นตอนหลัก คือ ขั้นตอนที่ 1 ขับโลหิตระดู และขั้นตอนที่ 2 บำรุงโลหิต ผลการรักษาพบว่า สีประจำเดือนเป็นสีแดงสดจากเดิมที่เป็นสีคล้ำ อาการปวดท้องเล็กน้อย พักก็หาย อาการปวดหลังลดลง และไม่มีอาการหนาวภายในร่างกาย