"โรคสตรี" ล้วนเป็นอาการที่หงุดหงิดกวนใจคุณผู้หญิงทั้งหลาย ดังนั้น มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดย อ.ณภัทร พานิชการ แพทย์แผนไทยประยุกต์ และ อ.กรกมล เอี่ยมธนะมาศ ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาแพทย์แผนไทยประเภทนวดไทย มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา อารีวรรณ ต้นทัพไทย ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้จัดเสวนาเรื่อง “รักษาโรคสตรีด้วยการแพทย์แผนไทย” เมื่อวันก่อน
อ.ณภัทร กล่าวถึงลักษณะอาการของผู้หญิงโดยปกติ ที่เกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือน โดยมักเกิดอาการก่อนมีประจำเดือน และเมื่อประจำเดือนหมดไปอาการดังกล่าวก็หายไปด้วย กล่าวคือ ลักษณะของ โลหิตปกติโทษ ซึ่งมี 5 ประการหลัก ได้แก่ 1.โลหิตบังเกิดมาแต่หัวใจ ซึ่งมีอาการคลั่งเพ้อ นอนไม่ค่อยหลับ มีอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียว โมโหง่าย 2. โลหิตเนื่องมาแต่ดี จะมีอาการคลั่งไคล้ละเมอ นอนสะดุ้ง 3.โลหิตเนื่องมาแต่ผิวเนื้อ มีอาการรู้สึกร้อนบริเวณผิวเนื้อผิวหนัง บางคนผิวมีสีแดงปลั่ง ผุดขึ้นทั้งตัวเหมือนคนที่มีอาการออกหัด 4.โลหิตบังเกิดเนื่องมาแต่เส้นเอ็น จะมีอาการเหมือนไข้จับ รู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาว ปวดศีรษะมาก และ 5.โลหิตอันเนื่องมาแต่กระดูก มีอาการเมื่อย รู้สึกขบไปทุกข้อดังจะขาดจากกัน ปวดบริเวณบั้นเอวสันหลัง มักจะบิดเกียจคร้านบ่อยๆ แต่หากบางเดือนมีอาการอื่นที่มิใช่อาการที่ตนเองเป็นโดยปกติ จะเรียกว่า โลหิตทุจริตโทษ ซึ่งแพทย์แผนไทยที่รักษาควรตรวจดูอาการของผู้ป่วยที่แตกต่างกันไปตาม 5 ลักษณะ
ด้าน อ.กรกมล กล่าวว่า อาการที่เกิดขึ้นในผู้หญิงนั้น ส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับเลือดและลมร่วมกันกระทำทั้งสิ้น โดยแบ่งสาเหตุออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ 1.โรคเกี่ยวกับประจำเดือนในช่วงวัยสาวแต่ยังไม่มีสามี ยังไม่มีเพศสัมพันธ์ อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ การที่มีอาการผิดปกติต่างๆ มาตั้งแต่เริ่มต้นมีประจำเดือน และการถูกกระทบกระแทก 2.โรคเกี่ยวกับประจำเดือนในช่วงที่มีสามี เป็นโรคที่อาจเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์และการถูกกระทบกระแทก 3.โรคที่เกี่ยวกับประจำเดือนในช่วงคลอดบุตร ซึ่งเกิดจากการไม่มีอยู่ไฟ จึงทำให้มีเลือดเสียเกาะกันเป็นลิ่มค้างอยู่ภายในมดลูก
ขณะที่ อารีวรรณ เล่าถึงกรณีศึกษาที่ 1 ผู้ป่วยหญิง โสด อายุ 25 ปี มีอาการปวดหน่วงท้องน้อยทั้ง 2 ข้าง ก่อนมีประจำเดือน 3 วัน ทุกเดือนเป็นระยะเวลา 1 ปี ส่วนมูลเหตุเกิดจากการทำงานหนักเกินกำลัง รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ชอบรับประทานของเย็น ดื่มกาแฟเป็นประจำ วันละ 1-2 แก้ว พักผ่อนไม่เพียงพอ จึงเป็น "โลหิตปกติโทษ" หลังจ่ายยารสร้อน เพื่อกระตุ้นเตโชและวาโยธาตุ และวางแผนการรักษาออกเป็น 2 ขั้นตอนหลัก คือ ขั้นตอนที่ 1 ขับโลหิตระดู และขั้นตอนที่ 2 บำรุงโลหิต ผลการรักษาพบว่า สีประจำเดือนเป็นสีแดงสดจากเดิมที่เป็นสีคล้ำ อาการปวดท้องเล็กน้อย พักก็หาย อาการปวดหลังลดลง และไม่มีอาการหนาวภายในร่างกาย