สาวใหญ่ร้องโดนทำร้ายแจ้งตร.คดีไม่คืบ

สาวใหญ่ร้อง ผบช.น. ถูกนักเลงคุมบ่อนถั่วแยก ย่านวงเวียนใหญ่ ทำร้ายร่างกายใช้ปืนจ่อหัวคาบ่อน หลังทวงหนี้แล้วไม่ยอมจ่าย พร้อมเปิดโพง "ตำรวจท้องที่" มีเอี่ยว

          1 ส.ค. 54 นางประภาวดี หรือหญิง เบเคอร์ อายุ 40 ปีอยู่บ้านเลขที่ 58/2 ซอยริมคลองชักพระ แขวงคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน กทม. เข้าร้องเรียนสื่อมวลชนกองบัญชาการตำรวจนครบาลว่า พนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือ ไม่ดำเนินคดีกับคู่กรณีคือนายสุรพล กรุยงาม หรือตู่ อายุ 50 ปีในข้อหาพยายามฆ่าและทำร้ายร่างกายตนเองในฐานะผู้เสียหาย

          ภายหลังเข้าแจ้งความวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมาโดยรายละเอียดในรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐานระบุว่า เวลา 22.30 น. วันที่ 22 ก.ค.ผู้เสียหายได้แจ้งว่า เวลา 19.30 น.ถูกนายตู่หรือนายสุรพล ทำร้ายร่างกายโดยกระชากศรีษะเอาปืนจ่อหัวจนล้มลงแล้วลากไปตามพื้นจนได้รับบาดเจ็บพร้อมกันนั้นนายตู่ได้เอาอาวุธปืนมาจ่อที่ศรีษะทำให้ได้รับความหวาดกลัวร้องขอชีวิต

          จากนั้นเพื่อนได้เข้ามาช่วยเหลือและส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตากสิน จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ 10 วันแล้วพนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือก็ยังไม่ดำเนินคดีใดๆกับนายตู่

          พร้อมกันนี้ นางประภาวดี ได้เปิดใจกับสื่อมวลถึงถึงบ่อนการพนันที่นายตู่คุมอยู่ว่า เป็นบ่อนใหญ่เรียกว่าบ่อนถั่วแย่ง ตั้งอยู่ในซอยอินทระพิทักษ์ 7 แขวง-เขตบางยี่เรือ กทม.อยู่ใกล้กับวงเวียนใหญ่เปิดมานานหลายปีมีเงินหมุนเวียนหลายล้านบาทต่อวันมีนักพนันเข้าไปเล่นจำนวนมากเปิด 24 ชั่วโมง เชื่อว่ามีตำรวจท้องที่รู้เห็นเป็นใจให้เปิดอย่างแน่นอน และคงมีการแบ่งผลประโยชน์ให้คนมีสีด้วยมิฉะนั้นคงไม่กล้าเปิด ซึ่งสื่อฯก็จะรู้เองเพราะนายตู่ก็รู้จักกับตำรวจท้องที่หลายนายเป็นอย่างดี

          " ดิฉันยอมรับว่าก็เป็นคนหนึ่งที่เข้าไปเล่นบ่อยๆ การเล่นบ่อนถั่วแยกเขาจะมีเม็ดถั่วจำนวน 4 สีมีสีแดงขาวเขียวและเหลือง มี 4 ช่องให้แทงถ้าแทงถูกบ่อนก็จะจ่ายให้ในอัตรา 1 ต่อ 3 วิธีการเล่นคือเจ้ามือเป็นคนเขย่าลูกเต๋าสามลูกแล้วนับแต้มรวมกันได้เท่าไหร่ก็เขี่ยลูกถั่วออกไปตามจำนวนที่ปั่นเต๋าได้ จนเหลือเม็ดถั่วเม็ดสุดท้ายเป็นสีอะไรหากตรงตามที่นักพนันแทงถูกก็จะได้ค่าตอบแทนสามเท่า และมีการยักกันไปยักกันมาคล้ายๆไฮโล

          บ่อนนี้เปิดมานานแล้วมีนายตำรวจคนหนึ่งของ สน.นี้เป็นเจ้าของ ตอนแรกดิฉันก็เข้าไปเล่นกับเพื่อนอยู่บ่อยๆ จนช่วงหลังเจ๊ม่วยซึ่งเป็นนักพนันที่เข้าไปเล่นติดเงินพนันฉัน 7 หมื่นบาทเจ๊ม่วยบอกว่า โอนหนี้ไปให้นายตู่ให้ไปทวงกับนายตู่เอาเองเพราะนายตู่ติดเงินพนันเจ๊ม่วยอยู่ 7 หมื่นพอดี เมื่อฉันไปทวงถาม นายตู่กลับมีอารมณ์โมโหด่าทอโวยวายคล้ายคนอยู่ในอาการเมายา เพราะปกตินายตู่ไม่ใช่เป็นคนที่โวยวาย " นางประภาวดีกล่าวและว่า

          วันนั้นนายตู่มีอาการผิดปกติ เมื่อตนไปทวงถามเงินก็บอกว่า ถ้าอยากได้ให้ออกมาเอาข้างนอก เมื่อเดินตามออกไปนายตู่ก็จิกหัวตนไปตบ จนล้มลงแล้วกระชากผมไปตามพื้นจนแขนขาถลอก พร้อมกับชักปืนมาจ่อหัวแล้วข่มขู่ต่างๆนานา จึงร้องขอชีวิตนายตู่จึงยอมปล่อยตัว จนไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล และไปแจ้งความจากวันนั้นจนวันนี้เรื่องยังไม่มีความคืบหน้าอะไรจึงมาร้องเรียนสื่อมวลชนและ ผบช.น.ในวันนี้

          พร้อมกล่าวด้วยว่า การที่ออกมาร้องสื่อนั้นไม่กลัวโดนข่มขู่และไม่กลัวตายเพราะสิ่งที่นายตู่ทำกับตนเองวันนั้นก็เกือบตายแล้วจึงไม่กลัวอะไรใดๆทั้งสิ้น จากนั้นนางประภาวดี ได้นำเอกสารใบบันทึกประจำวันของ สน.บางยี่เรือ และหลักฐานการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลยื่นร้องเรียนกับ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.โดยผ่าน พ.ต.ต.ไพจิตร คำยอด สารวัตรแผนกรับเรื่องราวร้องทุกข์ บช.น.ไว้เป็นหลักฐานพร้อมชี้บาดแผลให้ดูก่อนที่จะเดินทางกลับไป