(7ก.ค.) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้จัดเวทีสาธารณะ”พลังสตรีพลิกโฉมเลือกตั้ง 2554 ” ครั้งที่ 3 เรื่อง “ผลการเลือกตั้ง 2554: รัฐบาลใหม่กับอนาคตประเทศไทย...ไปรอด ?” โดยมีรศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร ตัวแทนมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย นางสมศรี หาญอนันทสุข ตัวแทนเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี(อัลเฟรล) ดร.กรวิภา วิลลาศ ตัวแทนกรรมการเครือข่ายพลังสตรีเพื่อการปฏิรูป ดร.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ ตัวแทนสภาพัฒนาการเมือง และรศ.มาลี พฤกษ์พงศาวลี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเสวนา
นางสมศรีกล่าวเปิดการเสวนาว่า เป็นครั้งแรกที่ผู้หญิงลงสมัครเลือกตั้งและได้เป็นนายกฯ ถือเป็นมิติใหม่ ประวัติศาสตร์ในอาเซียนนั้นมีผู้หญิงหลายคนได้เป็นผู้นำประเทศ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้มีอะไรที่น่าศึกษาเยอะ ตนมองว่าไม่แปลกที่อยู่ดีๆผู้หญิงขึ้นมาเป็นนายกฯแม้โดนข้อครหาว่ามีที่ปรึกษาแต่ทำหน้าที่เกินกว่าที่ปรึกษา แต่ตนให้กำลังใจว่าขอให้มีพัฒนาการ เป็นโอกาสดีที่นางสาวยิ่งลักษณ์จะเรียนรู้สังคมไทยที่บังคับให้รู้หลายเรื่อง เพราะเมื่อก่อนอาจรู้เรื่องธุรกิจอย่างเดียว โอกาสนี้จะเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสของหลายปัญหาสตรี
ด้าน รศ.สมชัยกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนมีความตื่นตัวสูงและไปใช้สิทธิเยอะ เมื่อก่อนเงินไม่มากาไม่เป็น แต่ตอนนี้เงินไม่มาก็รีบไปกาแล้ว เพราะคนอีสานบอกลูกหลานในกทม.ว่าต้องกลับไปเลือกตั้ง การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนเลือกบนพื้นฐานความนิยมพรรค มากกว่าผู้สมัครในพื้นที่ แม้ว่าการซื้อเสียงก็ยังนั้นมีไม่น้อยในหลายภาค แต่ได้ผลน้อย เพราะยังมีคนที่ใช้เงินตั้งเเต่ 300-1000 บาท แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง กกต.ควรให้ใบแดงกับคนแพ้ที่ทำผิดกติกาด้วยเช่นกัน ขณะที่ระบอบอุปถัมภ์เสื่อมมนต์ขลัง เช่นจ.สุพรรณบุรี บุรีรัมย์ สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา สตูลและกทม.ที่บางพรรคผูดขาดพื้นที่เหล่านี้กลับแพ้
“โดยเฉพาะคนทำโพลล์ในกทม.หน้าแตกกัน มันเป็นปรากฏการณ์พลังเงียบที่ออกมาเลือกตั้งช่วยพรรคประชาธิปัตย์ และไม่ยอมตอบคำถามจากโพลล์เลย รวมทั้งการทำโพลล์นั้นดำเนินการในช่วง 08.00-13.00 น.ที่ไปเก็บตัวอย่าง และเวลาหลังจากนั้นก็ไม่เก็บตัวอย่าง เพราะต้องรีบประมวลผล โดยเวลาช่วงนั้นคนกทม.ไปใช้สิทธิในช่วงสองชั่วโมงสุดท้ายที่เป็นโชคดีของพรรคประชาธิปัตย์ ชนชั้นกลางสะท้อนแนวทางสันติและไม่สนับสนุนพรรคที่ใช้ความรุนแรง”รศ.สมชัยกล่าว
อัดพรรคการเมืองไม่เข้าใจความขัดแย้ง
รศ.ดร.ชลิดาภรณ์กล่าวว่า ตนมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนหนึ่งจะคลี่คลายความรุนแรงหรือเก็บสังคมเข้ามุมอับและนำไปสู่ความรุนแรงครั้งต่อไป และหลังการเลือกตั้งสี่วันมานี้ สิ่งที่เห็นจากสื่อกระแสหลักคือ การพุ่งเป้าไปที่ว่าที่นายกฯหญิง โผครม.ลวงและการต่อรองตำแหน่ง หากการเลือกตั้งคือการเปลี่ยนตัวนักการเมืองสิ่งที่น่ากังวลคือ นักการเมืองไม่รู้ว่าสังคมไทยเผชิญความขัดแย้งที่ใหญ่หลวง แต่พรรคการเมืองยังมองไม่เห็นและขาดความสามารถที่จะเข้าใจ
รศ.ดร.ชลิดาภรณ์กล่าวว่า ส่วนการจัดการปัญหาปากท้องนั้นควรมองเชื่อมโยงความเลื่อมล้ำกับสังคมการเมืองและทำให้ประชาสังคมเข้มแข็งมากกว่าแบมือขอ นโยบายประชานิยมของพรรคพี่ชายของนางสาวยิ่งลักษณ์ทำให้ประชาสังคมอ่อนแอลงมาก ตนกังวลว่า หากปัญหาปากท้องถูกมองแบบโดดๆและไม่เชื่อมกับส่วนอื่นๆจะนำไปสู่สิ่งใด มันเป็นโจทย์ที่ต้องช่วยกันคิด
เตือนระวังไฮแจ็กปรองดอง
“และแนวโน้มไฮแจ็กกระบวนการปรองดอง เพราะนักเลือกตั้งมองแคบ คือปรองดองระหว่างบุคคลหรือกลุ่มคนเท่านั้น โดยไม่รวมฝ่ายที่เกลียดชังจากจินตนาการทางการเมืองที่แตกต่าง สังคมโซเชียลมีเดียกระหน่ำพื้นที่เหล่านี้อย่างน่าหวาดเสียวช่วงนับคะแนน หากเป็นแบบนี้จะอยู่กันได้อย่างไร คำว่าปรองดองนี้มันคืออะไร หากหมายความแค่ชนชั้นนำหรือกลุ่มทุน มันหวาดเสียว และคำๆนี้เชื่อมโยงกับนิรโทษกรรมพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอย่างแปลกๆ คำๆนี้จะยิ่งแคบลง และคำๆนี้ไม่ได้ทำหน้าที่รวม ทั้งไม่มีความหมาย โจทย์คือ ต้องรักษาชุมชนทางการเมืองที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ที่ต้องอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างกันได้”รศ.ดร.ชลิดาภรณ์กล่าว
ชี้อย่าเพิ่งคาดหวัง "ยิ่งลักษณ์"
“ว่าที่นายกฯหญิงคนนี้ สังคมและสื่อไทยมีความแปลกคือ ช่วงที่นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นลำดับที่หนึ่งของบัญชีรายชื่อ ทุกคนมองว่าเหาะมา เพราะโยงใยเครือญาติกับคนที่มีอำนาจทางการเมือง ทุกคนรู้ แต่ตอนนี้พลิกประเด็นไปแล้วว่าประเทศนี้จะมีนายกฯหญิงที่ต้องรู้และเข้าใจเรื่องอื่นๆในฐานะผู้หญิง หากใครเป็นนางสาวยิ่งลักษณ์วันนี้คงจะปวดหัวเพราะไม่มีฮันนีมูนพีเรียด แต่ควรระวังดีๆเพราะนางสาวยิ่งลักษณ์เหาะมา ต้องคิดดีๆว่า มันไม่ใช่แค่เรื่องเพศสภาพคือความเป็นผู้หญิง แต่ต้องไม่ลืมองค์ประกอบทั้งหมดที่นางสาวยิ่งลักษณ์เหาะมา โอกาสว่าที่นายกฯหญิงของสังคมไทยนั้น จะมีความตระหนักรู้ว่าปัญหาของเพศหญิงในสังคมไทยวันนี้มีอะไร แต่อย่าเพิ่งคาดหวังอะไรเร็ว”รศ.ดร.ชลิดาภรณ์กล่าว
รศ.มาลีกล่าวเสริมว่า สังคมไทยเคยมีความตื่นเต้นช่วงที่นส.ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก เป็นนางงามจักรวาล สังคมไทยช่วงนั้นแสดงความเป็นเจ้าของและกระแสคลั่ง แต่มันจางหายไปเร็วเมื่อนส.ภรณ์ทิพย์ประกาศแต่งงาน การเลือกตั้งครั้งนี้การซื้อสิทธิขายเสียงยังดำรงอยู่ในสังคมไทย แต่อาจจะแยบยลมากขึ้น เพราะมีการทุจริตในทุกระดับการเลือกตั้ง
ดร.ลัดดาวัลย์กล่าวว่า สังคมไทยคงจะปรองดองได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หน่วยงานรัฐ ล้วนไม่อยากรับผิดชอบ จึงเป็นปัญหาใหญ่ การค้นหาความจริงของคอป.นั้นระบุว่าความจริงในสังคมไทยไม่ได้ถูกยอมรับ มีแนวคิดเรื่องความจริงกันคนละชุด เพราะความจริงนั้นยอมรับได้ยาก จึงนำมาสู่ความแตกแยกและสับสน การให้อภัยกันและยอมรับความจริง แล้วก้าวข้ามไปนั้น ทำได้ยาก แต่กลายเป็นว่า มันเป็นการก้าวข้ามเพื่อความสะใจแทนที่จะให้อภัย เรื่องนี้มีการตั้งคำถามว่าการให้อภัยกับนิรโทษกรรมนั้นเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ คอป.ระบุว่าไม่ใช่หน้าที่ เพราะหน้าที่นี้เป็นของสังคมที่ต้องช่วยกัน
สอน"ปู"ให้ใช้ความเป็นหญิงบริหาร
ดร.ลัดดาวัลย์กล่าวว่า นายกฯหญิงคนนี้แม้ว่าจะเหาะมา แต่หลายประเทศนั้นผู้นำหญิงอาศัยบารมีแบบนี้เช่นกัน แต่จะทำเช่นใดให้ผู้หญิงลุกขึ้นมาด้วยตัวเองในการเป็นผู้นำ สิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณพูดไว้ก่อนทราบผลเลือกตั้งนั้นยอมรับว่าใช้ความแข็งกร้าวและรุนแรงในนโยบายและการแก้ปัญหา หากนางสาวยิ่งลักษณ์อาศัยความเป็นตัวเองและเพศหญิงบริหารประเทศ อาจจะมีความหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจากอดีตที่เป็นบทเรียนจากพรรคไทยรักไทย รวมทั้งนำประเทศไม่ให้เกิดความรุนแรงและนำไปสู่ความปรองดอง
สะใจผู้หญิงเป็นนายกฯ
จากนั้นดร.กรวิภากล่าวว่า ประเทศไทยเคยมีส.ส.หญิงคนแรกเมื่อเจ็ดสิบกว่าปีก่อน แต่ตอนนี้มีส.ส.หญิงร้อยละสิบห้า ทั้งๆที่ประเทศไทยลงนามในสัญญาต่างๆกับนานาชาติ ว่าต้องมีส.ส.หญิงให้ได้ร้อยละสามสิบ แต่สองเดือนมานี้ตนตกใจว่าประเทศไทยได้นายกฯหญิงแล้ว เพื่อนจากประเทศลาวโทรศัพท์มายินดีที่มีนายกฯหญิงแล้ว แต่ตนอึ้งไปสามวินาทีและยังตอบทันทีไม่ได้ ดั่งคำโบราณว่านมยานกลิ้งอก คือตัดออกไปไม่ได้และไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร ยอมรับว่าประเทศไทยก้าวกระโดดเชิงภาพลักษณ์คือ เป็นประเทศที่สิบหกในโลกที่มีผู้นำหญิง ตนมีความสะใจนั้นเพศหญิงโดนเพศชายเหยียดหยามมากในสังคมไทย วันนี้ผู้ชายยอมรับและนอบน้อมนางสาวยิ่งลักษณ์กันทั้งนั้น อำนาจการตัดสินใจวันนี้อยู่ที่นางสาวยิ่งลักษณ์ที่จะชี้ว่าใครจะเป็นรัฐมนตรี
“ส่วนพี่ชายนั้นตั้งแต่พรรคเพื่อไทยชนะนั้น โลกรู้แล้วว่าประชาชนอยู่ข้างเขา อารมณ์พุ่งพล่านก็สงบไปเยอะ และนายกฯหญิงจะทำสิ่งใดได้บ้าง ขอบอกสังคมว่าอย่าติดใจว่าได้มาอย่างไร มันต้องมองไปข้างหน้า ช่วยกันทำให้เธอทำงานได้ ตนขอให้ไปดูละครซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่อง”เชนจ์” ที่ตัวละครเป็นครูผู้หญิง มีพ่อเป็นนักการเมืองทุจริตและโดนอุปโลกน์เป็นนายกฯ แต่ครูผู้หญิงคนนี้ก็ทำได้เพราะใช้ความจริงใจ วันนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ประกาศนโยบายต่างๆแต่ไม่รู้ว่าลืมเรื่องคอร์รัปชั่นไปหรือไม่ เรื่องนี้เป็นต้นเหตุปัญหาของสังคมไทย หากจะใส่ใจนั้นขอให้แก้ปัญหานี้ที่เป็นเรื่องเร่งด่วนด้วย กล้าแก้ปัญหาประเทศให้ถึงรากหรือไม่”ดร.กรวิภากล่าว