รายล่าสุดเกิดขึ้นกับ "นายวิทยา ศรีพุ่ม" อายุ 49 ปี นายก อบต.ดอนใหญ่ อ.บางแพ จ.ราชบุรี "หัวคะแนนพรรคภูมิใจไทย" ในพื้นที่ จ.ราชบุรี แต่ทว่าสาเหตุการสังหารอาจไม่ได้มาจากการเมืองสนามใหญ่เพียงประการเดียว อาจมีวาระซ้อนเร้นจากการเมืองสนามเล็กที่ฉวยโอกาสคิดบัญชีแค้น!?
...บนถนนสายลำน้ำ-ดอนเสาเกียก หมู่ 8 ต.ดอนใหญ่ อ.บางแพ จ.ราชบุรี เป็นถนนสายเล็กๆ ที่มีรถสวนกันได้เพียง 2 เลน ส่วน 2 ข้างทางเป็นวังปลาซึ่งถนนเส้นนี้เชื่อมต่อจาก อ.เมือง จ.นครปฐม ไปสู่ ต.ดอนใหญ่ อ.บ้านแพ จ.ราชบุรี ซึ่ง นายวิทยา มักจะถนนใช้เส้นทางนี้เพื่อเดินทางไป-กลับ ระหว่างบ้านพักที่ จ.นครปฐม กับที่ทำงาน อบต.ดอนใหญ่เป็นประจำ
แต่เมื่อเวลาบ่ายโมงเศษวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีคนร้ายเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของนายวิทยาตั้งแต่เริ่มออกมาจากบ้านพัก จนมาสบโอกาสที่ถนนสายเปลี่ยวเส้นนี้ "เพชฌฆาต" อย่างน้อย 2 คนสวมแจ็กเกตมิดชิดและสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์สะกดรอยตาม ก่อนลั่นไก 2 นัดซ้อนใส่กระจกด้านข้างคนขับ กระสุนวิ่งเข้าเจาะขมับขวาของนายก อบต.ดอนใหญ่ สิ้นชีวิตคารถกระบะประจำตำแหน่ง 4 ประตู สีน้ำเงิน ทะเบียน กง 2348 ราชบุรี
เหตุฆาตกรรมบนถนนสายเปลี่ยวเส้นนี้ เริ่มแรกสร้างความยากลำบากและมืดแปดด้านให้แก่ชุดสืบสวนคดีดังกล่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่มีพยานในที่เกิดเหตุ ประกอบกับกว่าจะมีผู้มาพบศพก็ผ่านไปราว 1 ชั่วโมงแล้ว แต่แล้วเหมือนโชคเข้าข้างเมื่อพบว่าบริเวณหน้า อบต.หนองแซง มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ถึง 2 ตัว จึงเป็นหลักฐานให้พนักงานสืบสวนรู้สีรถ ทะเบียนรถของคนร้ายอย่างชัดเจน รวมถึงรูปพรรณสัณฐานของมือปืนที่ก่อเหตุด้วย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.7 ได้วางแนวทางการสืบสวนไว้ 3 ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรกคือ ผู้ตายเป็นหัวคะแนนสำคัญให้แก่พรรคภูมิใจไทย ประเด็นที่สองน่าจะเป็นเรื่องการเมืองท้องถิ่น และประเด็นสุดท้าย คือปัญหาภายในอบต. เพราะก่อนหน้านี้มีปัญหาขัดแย้งอย่างหนักกับเจ้าหน้าที่รายหนึ่ง
นายสมจิตร กุ้ยอ่อน อดีตนายก อบต.ดอนใหญ่ ผู้เคยทำงานร่วมกับผู้ตายมานานมีความสนิทสนมกันดี บอกว่า ปกติแล้วนายวิทยาเป็นคนเงียบๆ เป็นที่รักของชาวบ้านละแวกนั้นเนื่องจากเป็นคนดี ธรรมะธัมโม ไม่เคยมีปากมีเสียงกับใคร 2 วันก่อนที่นายวิทยาจะถูกยิงเสียชีวิต ยังมานั่งปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับการเลือกตั้งอยู่เลย
"ส่วนการถูกยิงครั้งนี้ ผมก็ไม่รู้ว่ามาจากสาเหตุใด ส่วนตัวผมให้น้ำหนักไปที่การเป็นหัวคะแนนให้พรรค เพราะในมือถือยังมีข้อความส่งมาว่าให้ทำตัวเป็นกลาง ส่วนเรื่องอื่นๆ ผมว่ามูลเหตุการยิงนั้นน้อยมาก ทั้งนี้ ผู้สมัคร อบต.ก็รู้จักกัน คนบ้านเดียวกันทั้งนั้น ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งที่รุนแรง ส่วนเรื่องปัญหาในอบต.ถึงแม้จะมีทะเลาะเบาะแว้งกันบ้างแต่ก็ไม่น่าเอากันถึงตาย ผมมองว่าน่าจะเป็นการข่มขู่จากผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งฝ่ายตรงข้ามมากกว่า" นายสมจิตร กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร รอง ผบช.ภ.7 ฝ่ายปราบปราม กล่าวว่า จากการตรวจสอบวิถีกระสุนของคนร้าย คาดว่าคนร้ายน่าจะขับรถตามมาประกบยิงด้านข้าง เนื่องจากพบร่องรอยกระจกรถที่แตกตกอยู่ห่างจากตัวรถประมาณ 15 เมตร เป็นไปได้ว่าคนร้ายเป็นมือปืนในพื้นที่และไม่ใช่มืออาชีพดูได้จากอาวุธปืนที่ใช้น่าจะเป็นลูกโม่ อีกทั้งวิถีกระสุนที่สะเปะสะปะพลาดเป้าไป 1 นัด ซึ่งการยิงระยะประชิดขนาดนั้นไม่น่าจะพลาดได้
"ตอนนี้แนวทางการสืบสวน พุ่งเป้าไปที่การเมืองท้องถิ่น เพราะเรารู้ว่ามีคนต้องการเก้าอี้นายกอบต.นี้อยู่ จึงฉวยจังหวะที่การเมืองสนามใหญ่ร้อนแรงลงมือ ส่วนข้อความที่พบจากมือถือของผู้ตาย น่าจะเป็นเพียงการเบี่ยงประเด็น ลองคิดดูหากจะฆ่าใครสักคนหนึ่ง จะส่งข้อความมาเป็นหลักฐานในการตามจับกุมตัวหรืออย่างไร ตอนนี้สามารถตามกลิ่นมือปืนได้ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้ว หลังจากที่เราเห็นภาพคนร้ายในวงจรปิด ได้ตั้งด่านตรวจตราอยู่ในขณะนี้กว่า 140 จุดตรวจอย่างละเอียด เบื้องต้นพบว่าคนร้ายหนีเข้าไปที่ อ.โพธาราม และทิ้งหมวกกันน็อกและแจ็กเกตแล้วหลบหนีไป คาดว่าเมื่อได้ตัวมือปืนมาแล้วทุกอย่างก็จะคลี่คลาย" พล.ต.ต.เรวัชกล่าวทิ้งท้าย