พลันสิ้นเสียงปืน...ทุกสายตาจับจ้องไปยังต้นทางของเสียงปืน และต้องพบกับภาพไม่คาดฝัน เมื่อเห็นนายโสภณ สองแก้ว อายุ 52 ปี กำนันตำบล อ.เมือง จ.ยะลา และนางวิมล สองแก้ว อายุ 53 ปี ภรรยาของนายโสภณ ล้มลงกองกับพื้น สภาพแน่นิ่ง เลือดทะลักออกมาจากร่างกาย ซึ่งนายโสภณถูกยิงเข้าที่ศีรษะและลำตัว เสียชีวิตทันที ส่วนนางวิมล ถูกยิงเข้าที่ลำตัว อาการสาหัส
การสังหารอย่างอุกอาจและสะเทือนขวัญครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยะลา ตั้งไว้หลายประเด็น ทั้งปัญหาการเมืองระดับชาติ เนื่องจากนายโสภณ เป็นบุคคลกว้างขวางในพื้นที่ และเป็นหัวคะแนนคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ และประเด็นการเมืองท้องถิ่น ซึ่งในวันที่ 5 กรกฎาคมจะครบวาระการเลือกตั้งกำนันครั้งใหม่ รวมทั้งประเด็นสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ด้วย
พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา บอกว่า กรณีเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากประเด็นการเมืองแล้ว ทางพนักงานสอบสวนไม่ได้ตัดประเด็นเหตุการณ์ความไม่สงบ เนื่องจากในพื้นที่บ้านบ่อเจ็ดลูก มีกลุ่มคนร้ายโดยเฉพาะนายอุสมาน ดอเลาะ แกนนำก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ ที่มีหมายจับในคดีด้านความมั่นคงจำนวนหลายหมาย เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว อาจเป็นผู้ลงมือปฏิบัติการในครั้งนี้
“ตามแนวทางการสืบสวนก็ทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุนั่งอยู่ในงานแต่งงานด้วยกัน แต่คนละโต๊ะ ก่อนที่นายโสภณและภรรยาจะเดินออกจากงานเพื่อกลับบ้าน แล้วคนร้ายคนดังกล่าวลุกขึ้นเดินตาม แล้วก่อเหตุยิงดังกล่าว ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้เชิญชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์มาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เพื่อหาพยานหลักฐานในการออกหมายจับ เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นบุคคลที่ชาวบ้านรู้จักแน่นอน” รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลากล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่เพื่อหาหลักฐาน และสาเหตุการลอบสังหารนายโสภณในครั้งนี้ พบหลักฐานหนึ่งในจุดเกิดเหตุ คือ ปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มิลลิเมตร 6 ปลอก และเศษหัวกระสุน หลักฐานทั้งหมดจึงได้นำส่งไปตรวจสอบที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เพื่อหาความเชื่อมโยงของกระสุนปืนในเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่หรือไม่
“ผลการตรวจสอบกระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนของคนร้ายที่ก่อเหตุ มีข้อมูลตรงกับปลอกกระสุนปืนที่คนร้ายเคยนำมาก่อเหตุเมื่อปี 2551 ในคดียิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ต.ลำพะยา และอีก 1 เหตุในพื้นที่ อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งกรณีนี้มีความน่าเชื่อว่า จะเกี่ยวกับคดีความมั่นคงมากกว่า เพราะกำนันโสภณ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในพื้นที่ คาดว่าน่าจะเป็นเป้าหมายของกลุ่มก่อเหตุในพื้นที่อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามประเด็นด้านการเมืองก็ยังให้ความสนใจอยู่” พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลาระบุ
อย่างไรก็ตาม ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนได้ตั้งข้อสังเกตว่า ถึงแม้ในเบื้องต้นประเด็นสังหารที่มาจากการเมืองระดับชาตินั้นจะอ่อนลงก็ตาม เพราะในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 1 ของยะลา การต่อสู้ทางการเมืองไม่ได้รุนแรง แต่ประเด็นการเมืองระดับท้องถิ่นนั้น ยังคงจะต้องตรวจสอบและสืบสวนต่อไป เนื่องจากกำลังจะมีการเลือกตั้งกำนันที่จะหมดวาระลงในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการวางแผนโดยการยืมมือกลุ่มก่อเหตุรุนแรงให้เข้ามาก่อเหตุในครั้งนี้ เพื่อโยนความผิดให้แก่กลุ่มก่อเหตุรุนแรงก็อาจเป็นไปได้
ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถูกจับตาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่มาตลอดว่า จะมีปัญหาทางการเมืองเข้ามาแทรกแซงหรือไม่ การคลี่คลายคดีอย่างละเอียดจึงจำเป็นที่จะต้องดำเนินการให้รอบด้าน และรวบรวมหลักฐาน ที่จะทำให้สามารถนำตัวผู้กระทำความผิดตัวจริงมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
- นครินทร์ ชินวรโกมล -