เลียบเลาะตามแนวเขาที่อีกฝั่งคือก้นเหว จนบ้างครั้งต้องหลับตาปี๋ ท่ามกลางแสงแดดร้อนระอุเหมือนจะรอให้ฝนห่าใหญ่ตกให้ชุ่มฉ่ำตามแบบเทือกเขาร้อนชื้นภาคเหนือ หรืออย่างไร เมื่อพยายามเอาขาที่พันและออกอาการสั่นออกจากกันได้ แล้วเหยียบก้าวแรกหน้าโรงเรียนหนองมณฑา หรือที่รู้จักทั่วไปว่า โรงเรียนชาวกะเหรี่ยงปกากะญอ จ.เชียงใหม่ สายตาแวบแรกก็เหลือบไปเห็นเจ้า “กีตาร์น้อย” รางๆ ในอ้อมกอดของเด็กนักเรียนปกากะญอ มือดีดไปปากก็ร้องเพลงตาม ผู้มาเยือนอย่างเราๆ เกิดรู้สึกใจหาย เอ๊ คงเป็นเครื่องดนตรีประจำชนเผ่าแหละ พูดกับตัวเองอย่างนั้น ส่วนอีกใจหนึ่งก็อดภาวนาไม่ได้ว่า คงไม่ใช่ไอ้เจ้า “อูคูเลเล่” (Ukulele) เครื่องดนตรีสุดฮิตของนักล่าวัฒนธรรมฝรั่งตะวันตก ที่ตอนนี้เด็กไทยเมืองกรุง ตามหัวเมืองใหญ่กำลังตกเป็นทาสกันทั่วบ้านทั่วเมืองนะ พอตั้งสติก็เดินปรี่เข้าไปดูใกล้ๆ ใช่แน่แล้ว! กีตาร์น้อยจริงๆ
แม้การจัดการเรียนการสอนที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็น "ต้นแบบการศึกษาแบบบูรณาการวัฒนธรรมท้องถิ่นกับหลักสูตรแกนกลาง" ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ก็มิอาจต้านการไหลของกระแสโลกาภิวัตน์ได้ เด็กๆ เหล่านี้มิได้ไปไขว่คว้าหาไอ้เจ้า อูคูเลเล่ มาเอง หรือมีความคิดจะหลงลืมเจ้า “เตหน่า” เครื่องดนตรีประจำเผ่ากับบทเพลงชาวปกากะญอขับขานรักษาบ้านรักษาป่า แต่มีผู้ใจดีนำมาบริจาคให้ นับเป็นน้ำใจที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างของที่นี่ พลันหูก็ได้ยินเสียงบทสวดสู่ขวัญพิธีต้อนรับคณะผู้ศึกษาดูงานกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นำโดย สมชาย เสียงหลาย ปลัดวธ. ของ แม่เฒ่าเจาะ แม่เฒ่าแห่งชุมชนกะเหรี่ยงดังขึ้น ด้ายสายสิญจน์ที่เกี่ยวพันแขนแล้วแขนเหล่าพร้อมกับคำอวยพรให้ทุกคนเจอแต่เรื่องดีๆ ถัดไปด้านนอกบ้านมุงด้วยหญ้าค้าหลังย่อม พ่อหลวงพิรมย์ นิยมไพรนิเวศน์ ตั้งสำรับกำข้าวห่อใบตอง เคียงด้วยผักสดไร้สารพิษ เหล้าข้าวโพดรสแสบไส้ไว้รอ เมื่ออิ่มท้องเวทีเสวนาประชาคมก็เริ่มขึ้น
ไม้เท้าคู่ใจนำพา แม่เฒ่าเจาะ วัย 90 ปี มานั่งฟังอยู่ใกล้ๆ บางครั้งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง แต่ทุกครั้งที่ประสานสายตากับผู้มาเยือน แม่เฒ่าเจาะจะฉีกยิ้มเปื้อนน้ำหมากสีแดงให้ตลอดเวลา วงเสวนาวันนั้นประกอบด้วยผู้แทนหลายฝ่าย กระทรวงวัฒนธรรม วัฒนธรรมเชียงใหม่ ครู นักเรียน กศน. อบต. ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันสะท้อนปัญหา
ครูนารีรัตน์ จ๊ะโด ครูโรงเรียนหนองมณฑา บอกว่า เราจัดทำหลักสูตรสำเร็จ แต่ความจริงก็คือ "หลักสูตรท้องถิ่น" ของกลุ่มชาติพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่สอดคล้องกับเกณฑ์ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำหนด ทำให้วิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นหลายเรื่องที่จะสูญหาย เราต้องแก้ปัญหาโดยให้ผู้รู้ในชุมชนมาประเมินหลักสูตรแทน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้วิถีวัฒนธรรมอย่างจริงจังและตรงกับพื้นที่ จึงเห็นว่า การประเมินหลักสูตรท้องถิ่นของชนเผ่าชาติพันธุ์ควรจะมีเกณฑ์การประเมินลักษณะพิเศษ โดยยึดสภาพความเป็นจริงของคนในพื้นที่เป็นหลัก เช่นเดียวกับโรงเรียนตาดีกาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ไม่รวมถึงองคาพยพปัญหาใหญ่ๆ ของชาวกะเหรี่ยงที่สะสมมานาน 50-60 ปี ที่ยังแก้ไม่ตก เช่น ภาพลักษณ์ชาวกะเหรี่ยงถูกเปลี่ยนแปลงไปจากชาวเขาธรรมดา ไปเป็นผู้ปลูกค้าฝิ่น ตัดไม้ทำลายป่า และเป็นภัยความมั่นคงชายแดน ไร้ที่ทำกินเพราะขัดกับนโยบายที่ต้องการอนุรักษ์ป่า แต่ขจัดคน สถานะบุคคลทางกฎหมาย/สัญชาติ การจัดสรรงบประมาณรายหัวตามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ชาวกะเหรี่ยง ภาษากะเหรี่ยงที่หากไม่มีการสืบทอดต่ออีก 5-10 ปีข้างหน้าจะสูญหายไป โดยปัญหาทั้งหมดมักมีเรื่องของอำนาจ ชนชั้น และช่องว่างของเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด ทำให้พวกเขาถูกละเลยจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น มีเพียงเอ็นจีโอ ชาวต่างประเทศหยิบยื่นความช่วยเหลือแบบสะเปะสะปะ
ฟากนักวิชาการยังยืนยันว่า ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่นี่เข้มแข็งที่สุด ชูพินิจ เกษมณี นักวิชาการด้านวัฒนธรรมอิสระ กล่าวว่า ชาวมอวาคีถือเป็นหมู่บ้านที่พยายามรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไว้ได้มากที่สุดแล้ว อย่างเครื่องดนตรีเตหน่า ชาวกะเหรี่ยงปกากะญอที่อื่นสูญหายไปหมดแล้ว "ผมยังเชื่อว่าแม้เด็กกะเหรี่ยงจะอยู่ในช่วงเห่อเจ้ากีตาร์อูคูเลเล่ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมตะวันตก แต่ทุกคนไม่ลืมเครื่องดนตรีเตหน่าอย่างแน่นอน เป็นของดั้งเดิมเขา ไม่เหมือนภาษากะเหรี่ยงที่เด็กรุ่นใหม่จะไม่พูดแล้ว ขณะที่ความเป็นธุรกิจก็รุกเข้ามาผ่านกลุ่มทัวร์ป่า เหล่านี้ชาวกะเหรี่ยงก็ต้องช่วยกันเฝ้าระวัง"
"นุ้" ด.ช.สิรภพ ดิกล้า นักเรียนชั้น ป.6 ในมือถืออูคูเลเล่ บอกว่า ตอนนี้โรงเรียนเรามีนักเรียน 60-70 คน เด็กทุกคนในหมู่บ้านจะเรียนป.1 ถึง ป.6 ที่นี่ จากนั้นก็เดินทางไปเรียนในตัวอำเภอ หรือที่อื่น ส่วนนุ้เองตั้งใจจะบวชเรียน เขาบอกว่า เด็กๆ ที่นี่ชอบใส่ชุดประจำเผ่ามาเรียนหนังสือทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ส่วนเครื่องดนตรีอูคูเลล่ารู้จักเพราะมีคนสิงคโปร์เอามาบริจาคให้ ตอนหัดยากกว่าเตหน่า และคงไม่สามารถมาทดแทนเตหน่าที่เห็นมาตั้งแต่จำความได้ เขาบอกอีกว่า โชคดีที่เรียนที่นี่พูดได้ 4 ภาษา ปกากะญอ ภาษาเหนือ(คำเมือง) ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
ความจริงและความหวังของชนเผ่ากะเหรี่ยงในวันนี้ แม้ดูริบหรี่ในสายตาบางคน แต่สำหรับ แม่เฒ่าเจาะ กับไม้เท้าคู่ใจในชุดประจำเผ่า ยังคงมุ่งมั่นสืบทอดเรื่องราวประเพณีตั้งแต่เกิดจนตาย ดนตรี ซอ เพลงปกากะญอ ในฐานะครูภูมิปัญญาให้แก่เด็กๆ ทุกวันศุกร์และเสาร์
หญิงชรา อยากให้สิ่งที่ทำวันนี้ยังอยู่ถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน แม่ตาย แม่จะสอนลูกสาว ให้ลูกสาวสอนหลานต่อไป ให้ทุกคนรู้จักทำไร่ ทำนา ปลูกผัก ถั่ว ข้าว ทำไป กินไป ไม่ต้องซื้อ วันพระก็พาเด็กๆ ไปเข้าวัดหนองมณฑาสืบทอดความเป็นชาวพุทธกะเหรี่ยง ดังบทเพลงของเด็กๆ ดังกึกก้องป่าอำลาคณะศึกษาดูงานวันนั้น ที่มีใจความว่า “เราจงรักษาบ้านเราให้ดี เราจะมีกินมีใช้ตลอดไป”
0 ผกามาศ ใจฉลาด 0 รายงาน
0 สมนึก อรรถดารา 0 ภาพ