แง้มห้องเปิดใจ"ปลาทู"ดิฐวัฒน์ อิสสระ

เห็นหน้าค่าตากันมาพักใหญ่กับหนุ่ม "ปลาทู" ดิฐวัฒน์ อิสสระ โดยเฉพาะช่วงหลังๆ ที่โหมงานด้านคอนโดมิเนียมจนมีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่บุคลิกดูจะเป็นหนุ่มอาร์ต...ที่ดูจะมันๆ กับชีวิต จนทำให้เราอยากเห็นความเป็นส่วนตัวที่แน่นอนล่ะค่ะ...จะต้องบอกความเป็นตัวตนที่แท้จริงของผู้ชายคนนี้ได้เป็นอย่างดี

 หลังคว้าปริญญาทางด้านโปรดักท์ดีไซน์ จากมหาวิทยาลัยเซนต์มาร์ติน ประเทศอังกฤษ ก็ได้ฤกษ์กลับมาช่วยงานครอบครัวอย่างจริงจัง โดยเริ่มต้นจากงานด้านครีเอทีฟ ก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหารอย่างเต็มตัว โดยมีผลงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เป็นเครื่องการันตีความสำเร็จ

- ตอนนี้เข้ามาดูแลงานของครอบครัวเต็มตัวหรือยัง
 หลังเรียนจบ ผมเลือกที่จะฝึกงานที่อังกฤษให้มีประสบการณ์ประมาณ 8 เดือน แล้วถึงกลับเมืองไทย ก็กลับมาได้ประมาณ 4 ปีแล้ว ช่วงครึ่งปีแรก ตอนนั้นโปรเจกท์เพิ่งลอนช์พอดี ผมก็เข้าไปอยู่ในทีมของอิสสระลาดพร้าว ทำหน้าที่กราฟฟิกกับเอ็กเซ็กคิวทีฟ เทรนนี มีหน้าที่เข้าประชุมแล้วก็ออกมาทำกราฟฟิก คือตอนนั้นเข้าไปใหม่ๆ เราก็ต้องโชว์ฝีมือก่อนเริ่มงานจริง (หัวเราะ)

- งานหลักๆ ที่ต้องดูแลตอนนี้
 หน้าที่หลักเลยคือเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ คือก่อนที่ผมจะกลับมาจากอังกฤษ ทุกอย่างทางด้านครีเอทีฟ ตั้งแต่โฆษณา อีเว้นท์ ตลอดจนแบรนดิ้งเอง เราก็ใช้บริษัทข้างนอกทำทั้งหมด เวลาต้องการจะปรับเปลี่ยนอะไรต้องยกหูคุยกัน แต่หลายครั้งที่ปรับแล้วปรับอีกก็ยังไม่ถูกใจสักที แต่ด้วยเวลาที่จำกัดก็ต้องตามนั้นแล้ว ซึ่งลึกๆ แล้วรู้สึกเสียดาย เพราะสื่อต่างๆ ราคาแพงเราก็อยากดูให้เต็มที่ให้ถูกใจที่สุด ตอนนี้ผมจะดูแลงานครีเอทีฟ จะเข้าไปพัวพันกับทุกอย่างที่เกี่ยวกับการดีไซน์ การออกแบบทั้งหมด รวมไปถึงมาร์เก็ตติ้งด้วย แต่หลักๆ ผมจะดูงานที่เกี่ยวกับอาร์ตเวิร์ก ซึ่งตอนนี้โฆษณา แบรนดิ้ง ถ้าเป็นสื่อปรินท์ที่ออกไป ผมจะทำเองทั้งหมดแล้ว ซึ่งผมรู้สึกว่างานมันง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ราบรื่นขึ้น โดยเฉพาะงานด่วนดีขึ้นมาก ไม่ต้องโทรศัพท์ไปปรับเปลี่ยนหลายครั้งเหมือนเมื่อก่อน

- ตอนนี้ทุกอย่างลงตัวรึยัง
 เรื่องผลงานกับเรื่องเนื้องานผมว่าลงตัวถึงขั้นหนึ่งแล้ว และทีมก็แข็งแรงพอ แต่ที่ต้องเพิ่มคือ ครีเอทีฟ เพราะตอนนี้งานมันแอบล้น (หัวเราะ)

- นอกจากดูแลโครงการมากมายแล้ว ยังชอบของที่มีดีไซน์เก๋ๆ แปลกๆ  
 ผมชอบไปดูแกลเลอรี่ ชอบเดินงานแฟร์ เพราะเชื่อว่าจะได้มุมมองใหม่ๆ ในการออกแบบและสร้างสรรค์ อีกทั้งยังช่วยอัพเดทในเรื่องของเทรนด์ต่างๆ ในการออกแบบ ผมเป็นคนชอบพวกเฟอร์นิเจอร์ หรือแอ็กเซสเซอรี่ที่มีฟังก์ชั่น งานศิลปะก็ชอบ ชอบวาดภาพด้วยคือตอนเด็กๆ วาดเยอะ เรียนวาดภาพพอตอนอายุ 16 เปลี่ยนมาเรียนการปั้น ถึงได้ออกมาเป็นโปรดักท์ดีไซน์ แต่พอพักหลังไม่ค่อยได้วาด แต่ที่จริงก็อยากวาดยังคิดอยู่ว่าจะกลับมาวาดภาพอีกครั้ง แต่ต้องไปหาซื้ออุปกรณ์มาเตรียมไว้ให้ครบก่อน เวลามันมีไม่ครบแล้วมันขาดตอนไม่ต่อเนื่อง ภาพที่ผมวาดจะใช้ชาร์โคลกับสีน้ำมันเป็นหลัก จะชอบวาดรูปดอกไม้ ผมว่ามันเพลินดี มันเป็นฟรีฟอร์มที่เราบวกลบได้ เราสามารถเสริมจินตนาการเข้าไปได้มาก

- ได้ยินว่าตอนนี้ย้ายออกมาอยู่คอนโด
 อายุเริ่มเยอะขึ้น ก็เลยอยากมีพื้นที่ส่วนตัวบ้าง ที่จริงอยู่บ้านก็มีพื้นที่ส่วนตัว แต่ผมเรียนต่างประเทศ ต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมา 15 ปี ทำให้ผมหวนกลับไปคิดถึงช่วงเวลานั้น แล้วก็เป็นโอกาสได้เรียนรู้การแต่งบ้านด้วย จะได้เข้าใจคนที่ซื้อคอนโดมากขึ้นว่าเขาย้ายกันยังไง ตกแต่งกันยังไง ซึ่งทางบ้านก็ไม่ได้ว่าอะไร อย่างคุณแม่ท่านก็เห็นด้วยกับความคิดนี้

- ดูแลคอนโดหลายที่ ทำไมเลือกที่จะมาอยู่ที่โครงการอิสสระ สุขุมวิท 42
 ที่นี่เป็นห้องเล็ก ใกล้ทางด่วน เข้าออกสะดวก จริงๆ ที่ดินตรงนี้เป็นของคุณยายอยู่แล้ว ข้างๆ คือบ้านคุณยาย บ้านที่แม่ผมมาเติบโตขึ้นมา ตอนนี้ลุงป้าน้าอาก็อยู่ในซอยนี้หมด เลยเป็นซอยที่คุ้นเคย ตอนเด็กๆ ถึงผมจะไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็พามากินข้าวที่บ้านคุณยายและบ้านญาติแถวๆ นี้เป็นประจำ

- ห้องนี้ออกแบบตกแต่งเองหรือเปล่า และตั้งใจให้ออกมาสไตล์ไหน
 ตกแต่งเองทั้งหมด แต่ไม่ได้มีสไตล์อะไรแน่นอน มีอะไรก็เอามาวาง หลายๆ ชิ้นซื้อมาเก็บไว้นานแล้ว ครั้งนี้เลยได้โอกาสเอาออกมาใช้ อย่างหนังสัตว์นี่ซื้อมาจากแอฟริกาตอนเด็กๆ แล้วพับเก็บไว้ยังไม่เคยเอาออกมาใช้เลย ส่วนบางชิ้นก็เป็นของที่เอามาจากบ้านคุณแม่ บางชิ้นผมก็ซื้อมาจากต่างประเทศบ้าง อย่างโคมไฟชิ้นที่วางอยู่หัวเตียง ครั้งแรกที่ผมเห็นในแมกกาซีนก็ประทับใจเลย ตอนหลังเห็นลงขายในอินเทอร์เน็ตราคาแพงมากแต่ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อ จนไปเห็นของจริงที่เขาเอามาโชว์ในงานที่ฝรั่งเศส เลยไปขอซื้อ ตอนแรกเจ้าของร้านไม่ยอมขาย เขาบอกว่าต้องเอาไปโชว์อีกหลายที่ ผมอ้อนขอซื้อเขาอยู่ 3 วันกว่าจะได้

 โคมไฟชิ้นนี้เป็นแบบเรียบง่ายแต่ดูมีสไตล์ ผลิตที่ฮอลแลนด์ แต่ที่ผมกลัวที่สุดคือเราต้องขนจากฝรั่งเศสไปอังกฤษก่อนจะกลับเมืองไทยกลัวแตกมาก ที่เห็นวางอยู่นี่ กว่าจะมาอยู่ตรงนี้ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลมา ซื้อมายิ่งชอบเข้าไปอีกเพราะเพิ่งมารู้ทีหลังว่า บริษัทที่ออกแบบโคมไฟชิ้นนี้เป็นบริษัทเซรามิกที่เก่าแก่ที่สุดในฮอลแลนด์ แล้วมาออกแบบอะไรที่ทันสมัยขนาดนี้ได้ ก็เหมือนกับการที่เราจะดูแลบริษัทอะไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าจะติดอยู่ในยุคเก่าๆ เราก็ต้องเดินก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ให้เข้ากับการตลาด
 นี่ล่ะมุมมองของหนุ่มนักบริหารอนาคตไกล ที่หลายคนจับตามอง...