ภูมิภาค-ชุมชนเมือง : ชุมชนเมือง
วันพุธที่ 18 พฤษภาคม 2554

"ตลาดกองต้า" ถนนคนเดินนครลำปาง

กาด คือ ตลาด เป็นภาษาท้องถิ่นล้านนา (คำเมือง)

 กองต้า คือ ตรอกท่าน้ำ
 กาดกองต้า ก็คือ ตลาดบริเวณตรอกท่าน้ำ

 กาดกองต้า หรือตลาดจีน ที่ชาวบ้านเรียกติดปาก หรือถ้าจะให้เรียกแบบทันสมัยคนรุ่นใหม่ ก็ต้องบอกว่า ถนนคนเดินกาดตองก้า

 เหตุที่คนในพื้นที่เรียกว่า กาดตองก้า หรือ ตลาดจีน ก็เพราะตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านที่มีแต่คนจีนอาศัยอยู่ และตั้งขนานอยู่ลำน้ำวัง จึงเป็นตลาดเก่า โดยมีจุดเริ่มต้นอยู่บริเวณเชิงสะพานรัษฎาไล่ไปจนสุดปลายถนน

 ถ้าต้องการความสงบเย็นซึมซับบรรยากาศ ชื่นชมกับสถาปัตยกรรม ต้องชมในวันเวลาราชการ เพราะถ้าหลังจากนั้น 4 โมงเย็นไปแล้ว ตลาดแห่งนี้จะเริ่มคึกคักทัน เพราะกลายเป็น ถนนคนเดินกาดกองต้า เปิดขายสินค้าให้คนได้เลือกซื้อกันไปจนถถึง 4 ทุ่ม

 สินค้าที่วางขายก็มีหลากหลายทั้งในเรื่องของอาหาร เสื้อผ้า งานแฮนด์เมด กิฟท์ช็อป หรือแฮนด์เมดทำกระเป๋า รวมไปถึงของเล่นโบราณ อย่าง ลูกข่างไม้ แต่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มาเดินตลาดแห่งนี้คงเป็นเสื้อยืด ลวดลายดีไซน์ มีตัวหนังสือใหญ่ บ่งบอกถึงความหมายที่เกี่ยวกับ จ.ลำปาง คือ ถ้าซื้อเสื้อไปใส่ คนที่เห็นก็รู้เลยว่า เป็นเสื้อที่มาจากลำปาง ราคาไม่แพงแค่ 120 บาท ซึ่งเหมาะจะซื้อใส่เอง หรือเป็นของฝาก จึงกลายเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว เพราะมีให้เลือกหลากหลายสไตล์

 แม่ค้าที่ขายกระเป๋าแฮนด์เมด ที่มีลวดลายเป็นพื้นเมืองชาวเขา เล่าให้ฟังว่า ตลาดแห่งนี้เกิดขึ้นเพราะชุมชนที่นี่เข้มแข็ง การค้าขายเป็นตลาดคนเดินจะมีเฉพาะช่วงกลางคืน ส่วนกลางวันจะเป็นบ้านคนอาศัยปกติ เป็นย่านที่มีชาวจีนอาศัยอยู่ อบต.ที่นี่ ต้องการช่วยชาวบ้านให้มีรายได้ จึงได้ล็อกให้ขายกันฟรี ชาวบ้านที่มีของที่ผลิตเอง ก็มาจับจองขายได้ ไม่ต้องเสียเงิน แต่มีข้อแม้ว่า ต้องเป็นคนในพื้นที่นี้เท่านั้นถึงจะขายได้ เพราะต้องการให้คนในชุมชนมีรายได้พิเศษ

 ย้อนเวลากลับไปเมื่อกว่า 100 ปี (ราวสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) ภาพความคึกคักจอแจ ขวักไขว่ เต็มไปด้วยผู้คน จะมีอยู่ตลอดย่านนี้ด้วยเพราะในยามนั้น กาดกองต้า เป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของเมืองลำปาง และของภาคเหนือ กาดกองต้า จึงเป็นตลาดโบราณ แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองลำปาง

 เมืองลำปางในอดีต เป็นหัวเมืองสำคัญของอาณาจักรล้านนา แม้ไม่ได้เป็นศูนย์กลางอาณาจักรอย่างเมืองเชียงใหม่ แต่โดดเด่นเป็นเมืองท่าค้าขาย ในยุคที่การเดินทางทางบกยังมีความยากลำบาก ด้วยอุปสรรคทางธรรมชาติที่เต็มไปด้วยป่าเขา ถนนหนทางก็ยังไม่มีมากมายสะดวกสบายดังเช่นในวันนี้ การคมนาคมจึงต้องใช้ทางน้ำเป็นสำคัญ ทั้งการเดินทางไปมาหาสู่ และทำมามาค้าขาย

 การลำเลียงสินค้าเส้นทางเหนือ ไม่ว่าจะเป็นการนำสินค้าจากเหนือลงไป "เมืองใต้" ซึ่งหมายรวมถึงดินแดนที่อยู่ใต้ดินแดนล้านนาลงไปทั้งหมด และการขนถ่ายสินค้า ที่มาจากต่างประเทศผ่านท่าเรือเมืองบางกอก หรือสินค้าจากเมืองใต้ขึ้นมา ล้วนแต่ใช้การล่องเรือมาตามแม่น้ำสายหลัก ล่องเข้าลำน้ำวังสุดทางที่ เขลางค์นคร หรือนครลำปาง ท่าน้ำใหญ่เชิงสะพานรัษ กาดกองต้า จึงรับบทบาทเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ ซื้อขายแลกเปลี่ยน และกระจายสินค้าไปตามหัวเมืองต่างๆ โดยวิธีขนส่งทางบก ใช้รถต่าง ม้าต่าง หรืออืนๆ ต่อไป

 กาดกองต้า ศูนย์การค้าสำคัญ จึงคับคั่งไปด้วยพ่อค้าวาณิชผู้มั่งคั่งหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งไทย พม่า จีน และฝรั่ง การผสมผสานทางวัฒนธรรมจึงเกิดขึ้น และที่แสดงออกเห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนคือสถาปัตยกรรมนานาชาติ ที่แสดงผ่านบ้านเรือนสิ่งก่อสร้าง มีทั้งเรือนแบบไทยภาคกลาง เรือนล้านนา เรือนพม่า และที่สำคัญดูจะโดดเด่นเห็นจะเป็นเรือนแบบจีน และเรือนขนมปังขิงแบบฝรั่งตะวันตก

 ทั้งนี้ อาจเพราะในสมัยนั้นประเพณีราชนิยมแบบตะวันตกกำลังได้รับความนิยมสูงสุดในภาคกลาง ชาวตะวันตกเข้ามามีความสัมพันธ์กับสยามมากมาย จะด้วยบทบาทใดก็ตาม แต่รูปแบบสถาปัตยกรรมงามแปลกตา ที่นำมาเผยแพร่ก็เป็นที่ถูกใจของชาวสยาม นำมาประยุกต์ใช้สร้างบ้านเรือนเป็นที่สวยงาม ระบาดไปเกือบทุกพื้นที่ของประเทศ รวมทั้งที่กาดกองต้า ก็มีเรือนฝรั่งผสมจีนแบบนี้อยู่หลายแห่ง

 กาดกองต้า ได้ถูกลดบทบาทลงจนไม่เหลือภาพของความมั่งคั่ง จอแจดังในอดีต แต่สิ่งที่ยังดำรงอยู่คือ ชุมชนและวิถีของผู้คนที่วันนี้ได้ถูกเรียกขานว่าเป็น "ชุมชนย่านตลาดเก่า"

 รวมทั้งอาคารสิ่งก่อสร้างหลากวัฒนธรรม อันเป็นมรดกล้ำค่า เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว ผู้โหยหาอดีตอันคลาสสิก การเดินชมกาดกองต้าในวันนี้ ต้องถือว่าเป็นรายการท่องเที่ยวเมืองลำปางที่ต้องไม่พลาดชม และมีบรรยากาศหลากหลายให้เลือกสัมผัส

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง