ร้องเรียนกับลุงแจ่ม : ดูแล สุขภาพ
วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม 2554

โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย และอาการเจ็บขา

มักจะเข้าใจกันว่า อาการปวดน่อง ปวดขา เกิดจากโรคในระบบกระดูกและข้อ หรือบางคนคิดว่า เป็นอาการปกติของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการมักจะเป็นมากขึ้นเวลาที่เดิน หรือออกกำลังกาย จริงๆ แล้วสาเหตุส่วนใหญ่ของโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายมักเกิดจาก

หลอดเลือดแดงส่วนปลายคืออะไร
 หลอดเลือดแดงที่เลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ยกเว้นหัวใจและสมอง เช่น หลอดเลือดแดงที่แขน ขา มือ เท้า หรือในช่องท้อง ซึ่งหลอดเลือดแดงเหล่านี้มีหน้าที่เลี้ยงทั้งกล้ามเนื้อ กระดูก และระบบประสาท มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าหลอดเลือดหัวใจ
โรคของหลอดเลือดแดงส่วนปลายเกิดได้อย่างไร
 เกิดจากความเสี่ยงของผนังหลอดเลือด โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือด การสูบบุหรี่ โรคอ้วน หรืออายุที่มากขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้หลอดเลือดแดงเกิดการตีบ ตัน หรือมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นได้
อาการของโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายที่ขา
 -ปวดเท้า ปวดน่อง โดยเฉพาะเวลาที่เดินหรือออกกำลังกาย
 -เท้ามีอาการชา หรือสีซีดลง ในบางรายอาจมีอุณหภูมิที่ผิวหนังเย็นลง
 -แผลที่เท้าหรือส้นเท้าที่รักษายาก หายช้า มักพบในผู้ที่มีเบาหวานร่วมด้วย บางครั้งแผลอาจลุกลามจนเกิดเนื้อเน่าตาย
 อาการเหล่านี้อาจมีได้ข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้
จะตรวจหาโรคนี้ได้อย่างไร
 ความสำคัญของการวินิจฉัยโรคนี้ นอกเหนือจากจะช่วยหยุดยั้งอาการของโรค โดยเฉพาะที่ขาได้แล้ว ยังมีความสำคัญในการช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดแดงของหัวใจและสมองได้อีกด้วย
 การวินิจฉัยง่ายๆ ที่ทำได้คือ การวัดความแข็งตัวของหลอดเลือดแดงที่แขนเปรียบเทียบกับที่ข้อเท้า โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า ABI ซึ่งสามารถทำได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว สามารถวินิจฉัยโรคได้ในเบื้องต้น
 หากแพทย์ต้องการดูรายละเอียดมากขึ้น ก็จะใช้เครื่องมือทางรังสีวินิจฉัย เช่น เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CTA) หรือเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) มาช่วยในการตรวจดูรายละเอียดของหลอดเลือด ส่วนการตรวจที่ให้รายละเอียดและความแม่นยำมากที่สุดคือ การตรวจด้วยวิธีสวนหลอดเลือด หรือ Angiogram
มีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง
 ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของการตีบตันของหลอดเลือด การรักษาสามารถทำได้ตั้งแต่การกินยา ร่วมกับการออกกำลังกายของขา กรณีเป็นมากขึ้นอาจใช้วิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน หรือใส่อุปกรณ์ถ่างขยายที่ทำจากขดลวด (Stent) กรณีที่มีความจำเป็น หรือโรครุนแรงมาก อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อเชื่อมต่อหลอดเลือด (Bypass)
จะป้องกันโรคได้อย่างไร
 หลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่างๆ เช่น หยุดสูบบุหรี่ ควบคุมเบาหวาน ไขมัน และความดัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้สูงอายุควรใช้วิธีการเดินหรือปั่นจักรยาน การออกกำลังกายจะเห็นผลได้ต้องทำอย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน ติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน และเมื่อมีอาการปวดเท้า ปวดน่อง โดยเฉพาะเวลาเดินหรือออกกำลังกาย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
โทร.1719

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวด่วน