ชินวรณ์อ้างโอเน็ตม.3ป.6ต่ำเพราะกศ.เก่า

“ชินวรณ์“อ้างคะแนนโอเน็ต ม.3 ป.6 ต่ำ เพราะเด็กที่เข้าทดสอบในวันนี้เป็นผลผลิตจากการศึกษายุคเก่า ชี้ รอปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 เดินหน้าถึงปีที่ 3 เมื่อไหร่เห็นผลเปลี่ยนแปลงในทางดีขึ้นแน่นอน

 (23มี.ค.)นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวกรณีสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ประกาศผลสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ โอเน็ต ชั้นป.6 และม.3 ประจำปีการศึกษา 2553 ผลปรากฏว่าทั้ง 5 วิชาหลัก ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมนักเรียนทั้ง 2 ช่วงชั้นได้คะแนนเฉลี่ยไม่ถึงร้อยละ 50 โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุด ว่า นักเรียนชั้น ป.6 และ ม.3 ที่เข้ารับการทดสอบโอเน็ตนั้น ยังเป็นเด็กที่มาจากการจัดการศึกษาก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นการเรียนการสอนแบบเดิมที่มุ่งเน้นแต่ความจำ ในขณะที่กระบวนการทดสอบของ สทศ.เป็นการวัดผลรอบด้านโดยเฉพาะการคิดวิเคราะห์

 นายชินวรณ์   กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการ กำลังอยู่ในช่วงการปรับกระบวนการเรียนการสอนและจุดเน้นในแต่ละช่วงชั้นตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงของปีที่ 2 หากเดินหน้าไปถึงปีที่ 3 ที่สามารถสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ใหม่ๆ รู้จักการวิเคราะห์ สังเคราะห์มากขึ้น เชื่อว่าในปีการศึกษา 2555 ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาจะสูงขึ้น ทั้งนี้ ตนได้มอบนโยบายให้ สทศ. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกันศึกษากระบวนการประเมินผลแบบกัลยาณมิตรที่เน้นทั้งการประเมินผลสถานศึกษาและการประเมินผลนักเรียนในแต่ละช่วงชั้น โดยหลังการประเมินต้องนำผลมาปรับปรุงการเรียนการสอนและหลักสูตรต่อไป

 ด้านดร.สมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ข้อสอบโอเน็ตเป็นฉบับสั้น สะท้อนผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาได้ในระดับหนึ่ง เพราะแบบทดสอบมีข้อจำกัด แต่ตนไม่อยากให้ดูเฉพาะค่าเฉลี่ยเพียงอย่างเดียวแล้วตัดสินว่าเด็กไทยสอบตก 5 วิชาหลักทั้ง 2 ช่วงชั้น เพราะสาเหตุที่แท้จริงมาจากหลายปัจจัย อาทิ ความยากจน ความไม่พร้อมของเด็ก นอกจากนี้จากผลการวัดความสามารถทางสมอง(ไอคิว)ของเด็กไทย พบว่ามีเด็ก 59.8% ที่ไอคิวต่ำกว่าเกณฑ์ ดังนั้นผลการทดสอบที่ออกมาก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ

 “พูดเรื่องดังกล่าวอาจจะมองเหมือนการแก้ตัว แต่ตนอยากให้พิจารณาในหลายมิติเพื่อจะได้แก้ปัญหาให้ตรงจุด แต่ สพฐ. ก็กำลังเร่งแก้ปัญหาดังกล่าวอยู่ โดยได้ขอให้ทาง สทศ.วิเคราะห์ผลการทดสอบในระดับรายนักเรียน ขณะเดียวกันทาง สพฐ.ก็กำลังวิเคราะห์ข้อมูลแยกเป็นรายกลุ่มสถานศึกษา อาทิ โรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนดีประจำตำบล และโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง เพื่อนำมาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการที่ สพฐ.มีจุดเน้นในแต่ละช่วงชั้นที่ชัดเจน มีการแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ มีการช่วยเหลือนักเรียนที่ไม่มีความพร้อม และเร่งพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาให้ได้มาตรฐาน จะทำให้ผลสอบโอเน็ตของเด็กไทยเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน “  ดร.สมเกียรติ กล่าวในที่สุด