เกษตร : ข่าวทั่วไป
วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554

เครื่องประดับจากหินบำบัดโรค โอท็อปประเวศฝีมือเด็กประถม

ผลพวงจากที่ชาวชุมชนสุเหร่าทางควายส่วนใหญ่มีอาชีพเจียระไนพลอย ทำให้ผู้บริหารโรงเรียนสุเหร่าทางควาย (อ่อนนุช 59) แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ นำภูมิปัญญาในชุมชนบรรจุเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนในรูปแบบของกิจกรรมเด่นประจำโรงเรียน ภายใต้โครงการ "เรียงร้อยสร้อยสวย" เริ่มจากสอนเด็กวิเคราะห์พลอย เจียระไนพลอย และร้อยเรียงสร้อยจากหินสี ทำเป็นผลิตภัณฑ์ "เครื่องประดับจากหินบำบัดโรค" ในรูปแบบของสร้อยชนิดต่างๆ จนได้รับคัดเลือกเป็นสุดยอดสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอท็อปของเขตประเวศ

 สายธาร แสนแก้วทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนสุเหร่าทางควาย บอกว่า ผู้ปกครองของเด็กที่อยู่ในชุมชนสุเหร่าทางควาย ส่วนใหญ่มีอาชีพเจียระไนพลอย ทางโรงเรียนจึงนำภูมิปัญญาชุมชนที่เจียระไนพลอยมาบรรจุหลักสูตรการเรียนการสอนตั้งแต่ปี 2542 เป็นรูปแบบของกินกรรมที่เด็กสามารถเลือกเรียนหรือไม่ก็ได้ เนื่องจากเห็นว่าหากเด็กที่เรียนจบไม่เรียนต่อ ก็สามารถนำประกอบอาชีพได้ เน้นที่เด็กโตตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 4-6 โดยมีพี่เลี้ยงจากชมรมบ้านเจียระไนพลอยชุมชนสุเหร่าทางควายมาสอนให้ ต่อมาเห็นว่าพลอยมีราคาสูงจึงใช้เศษของพลอยหรือหินสีมาเป็นวัตถุดิบ และมอบให้ รัชนี แก้วดี อาจารย์ 3 ประจำโรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบ

 สำหรับการเรียนการสอนจะเริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์หินว่า เป็นพลอยชนิดใด จากนั้นเข้าขบวนการเจียระไนให้เป็นรูปต่างๆ ตามที่ต้องการ แล้วมาร้องเรียงเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องประดับประเภทสร้อยทั้งข้อมือ สร้อยคอรูปแบบต่างๆ จนกระทั่งปี 2546 รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมผลิตชุมชนภายใต้โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอท็อป ทางโรงเรียนส่งเข้าประกวดในนามกลุ่มเครื่องประดับจากหินบำบัดโรค (โรงเรียนสุเหร่าทางควาย) ปรากฏว่าได้รับการคัดเลือกเป็นสินค้าโอท็อประดับ 3 ดาวของเขตประเวศ 2 ปีและสุดท้ายได้ระดับ 4 ดาว แต่ปีที่ผ่านมาไม่ได้ส่งเข้าประกวด

 หลังจากที่ได้รับคัดเลือกเป็นสินค้าโอท็อปแล้ว ทำให้หน่วยงานราชการเชิญออกร้านเพื่อนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายตามงานต่างๆ โดยเฉพาะงานมหกรรมสินค้าโอท็อปตามเขตต่างๆ รวมถึงที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี จ.นนทบุรี และตามห้างต่างๆ ด้วย ทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องประดับจากหินบำบัดโรคของโรงเรียนสุเหร่าทางควายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีลูกค้าซื้อจำนวนมากโดยเฉพาะในงานแสดงนิทรรศการด้านวิชาการที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ราวปี 2548 สามารถขายได้กว่า 4 หมื่นบาท โดยผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นมีราคาต่ำสุดคือสร้อยข้อมือเส้นละ 49 บาท สูงสุดเป็นสร้อยคอไหมเงิน-ไหมทอง ราคา 3,500 บาท

 "ที่ผ่านมาเราเน้นสอนอาชีพให้เด็ก เพราะที่นี่สอนถึงชั้นปี 6 จึงเน้นเป็นกิจกรรมภายในโรงเรียน เวลามีออเดอร์เข้ามาจึงไม่สามารถที่จะผลิตได้ในจำนวนที่มาก เพราะเราต้องเก็บไว้ออกงานต่างๆ จึงปฏิเสธไป ตอนนี้มองว่า หากจำนวนไม่มากนัก อยู่ระดับหลักร้อยเส้นหากสั่งมาเนินๆ ก็ยินดีที่จะผลิตให้ เพื่อเป็นรายเสริมให้แก่เด็ก หากสนใจสอบถามได้ที่โทร.0-2321-4704" สายธาร กล่าวและว่า ในส่วนที่ว่า เป็นหินบำบัดโรคนั้นเป็นความเชื่อของคนโบราณว่า พลอยชนิดต่างๆ มีอิทธิฤทธิ์ในเรื่องของความเป็นมงคลที่แตกต่างกันไป

 ด้าน "สุรเดช  หวังเจริญ" ประทานชมรมบ้านเจียระไนพลอยชุมชนสุเหร่าทางควาย บอกว่า ชมรมได้ส่งช่างผู้ชำนาญด้านการเจียระไนพลอย และร้อยเรียงสร้อยช่วยโรงเรียนสุเหร่าทางควายมาตลอดตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงวันนี้ เพราะเห็นว่า เป็นหลักสูตรที่สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ ที่สำคัญเด็กๆ ล้วนแต่เป็นลูกหลานของคนในชุมชนทั้งนั้น

 "ทางโรงเรียนเน้นในเรื่องของกิจกรรม แต่ผลงานออกมามีคุณภาพ จนผลิตภัณฑ์เครื่องประดับจากหินบำบัดโรค ของโรงเรียนสุเหร่าทางควาย ได้รับคัดสรรเป็นสินค้าโอท็อป ทำให้มีลูกค้าไปติดต่อผ่านชมรมว่าต้องการสินค้าประเภทนี้ เพราะอย่าลืมว่าเครื่องประดับตลาดไม่ตาย เห็นได้จาก100 ปีที่แล้วมีการใช้เครื่องประดับพวกลูกปัด วันนี้ก็ยังมี ฉะนั้นผลิตภัณฑ์เหล่านี้ตลาดไปได้เรื่อยๆ อย่างล่าสุดทางเยอรมนี สนใจและบอกว่าต้องการจำนวนมาก แต่ให้นำสินค้าไปเป็นตัวอย่างก่อน แต่ไม่ได้ตอบรับ ในส่วนของผลิตภัณฑ์เครื่องประดับจากพลอยของชมรมนั้นยังส่งออกปกติ ตลาดหลักที่ไต้หวัน เยอรมนี รวมถึงแอฟริกาด้วย" สรุเดชกล่าว

 โรงเรียนสุเหร่าทางควาย นับเป็นโรงเรียนตัวอย่างอีกโรงเรียนหนึ่งที่ผู้บริหารได้ตระหนักถึงความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงนำไปสอนเด็กจนได้รับการยอมรับเป็นสุดยอดสินค้าชุมชน หรือโอท็อปเขตประเวศดังกล่าว
 
วิธีทำสร้อยคอมือ-ความเชื่อบำบัดโรค
 รัชนี แก้วดี บอกถึงการประดิษฐ์เครื่องประดับจากหินบำบัดโรคนั้นเริ่มจาก
 1.จัดหาหินสีภายในชุมชน เมื่อได้มาแล้วให้เด็กวิเคราะห์ว่า เป็นหินสีหรือพลอยประเภทใด

 2.เมื่อทราบแล้วเข้าสู่กระบวนการเจียระไนเป็นรูปทรงต่างๆ ตามที่ต้องการ เช่น รูปทรงกลม หรือเหลี่ยม แล้วเจาะรูตรงกลางสำหรับร้อยเอ็น

 3.ออกแบบของสร้อยตามแบบที่ต้องการกำหนดว่าจะสลับเม็ดเงินกี่เม็ด
 4.นำสลิงหรือเอ็นมาร้อยตามแบบที่กำหนด

 เพียงเท่านี้ก็จะได้สร้อย 
 ส่วนที่ว่าบำบัดโรคนั้น เป็นความเชื่อของคนโบราณว่า พลอยชนิดต่างๆ มีความเชื่อในเรื่องของความเป็นมงคลที่แตกต่าง อย่างหินสี ก็คือพลอยเหมือนกันเพียงแต่เป็นพลอยที่ไม่สุกจึงเรียกว่าหินสี จึงมีความเชื่อเหมือนกัน อาทิ

  มรกต เป็นหินที่มีสีเขียวสด เป็นหนึ่งในอัญมณีที่รู้จักกว้างขวาง สีเขียวมรกต ใครเป็นเจ้าของเชื่อว่าจะช่วยในด้านการทำงานของสมอง เพิ่มความสามารถ ในการจำ การอ่าน และคาดเดาสถานการณ์ 

 ส่วน ไพลิน เป็นหินที่มีหลายสี เช่น สีเขียวเรียกว่าเขียวส่อง ถ้าสีเหลือง เรียกว่าบุษราคัม สีน้ำเงินคือไพลินสีน้ำเงิน เป็นหินแห่งวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ทำให้สภาพจิตใจสงบ ความคิดปลอดโปร่ง นอกจากนี้ ยังเป็นหินที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ของชีวิตรัก ชีวิตครอบครัว เพื่อนฝูง และกับคนทั่วไป

 ขณะที่ ทับทิม เป็นแร่ชนิดเดียวกับ ไพลิน สีของทับทิม จะแตกต่างกันไป ตั้งแต่สีแดง สีชมพู สีม่วง ตามสัดส่วนของโครเมียม และเหล็กที่ผสมอยู่ เป็นหินที่ใช้เป็นเครื่องราง มาตั้งแต่สมัยโบราณ เพิ่มความกล้าหาญ และความสง่างาม ให้แก่เจ้าของ เป็นต้น

"ดลมนัส  กาเจ"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง