ที่ไหนได้ตำรวจ สน.สายไหม ก็ทำเรื่องเข้าอีกเพราะไปจับหญิงสาวคนหนึ่ง มีชื่อเปิดห้อง เก็บยาเสพติด ปรากฏว่า สอบสวนเบื้องต้นคนร้ายแอบเอาสำนวนบัตรของเหยื่อไปใช้
สาวรายนี้ถูกขังในเรือนจำหลายวัน เรื่องจึงแดงขึ้น พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนพร้อมชดใช้ค่าเสียหายในเบื้องต้นเป็นเงิน 1 หมื่นบาท
ความจริงเรื่องนี้ไม่น่าเกิดขึ้นได้เลยหากเจ้าหน้าที่มีความรอบคอบ ตรวจสอบให้ชัดเจนเสียก่อน ไม่ใช่พอชื่อตรงกันก็ลากตัวมาสอบปากคำ ยัดห้องขัง
พฤติกรรมแบบนี้ไม่น่ามีอยู่อีกแล้ว เพราะปัจจุบันทั้งเทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสารมีความเพียบพร้อม ตรวจสอบได้ง่าย เชื่อว่าถ้าตรวจสอบให้ลึกก็น่าจะได้ข้อมูลหรือแม้แต่พยานใกล้ชิดยืนยันได้
เรื่อง "แพะรับบาป" หายไปนานทางสื่อมวลชน ซึ่งในความจริงไม่ใช่หมด แต่อาจเป็นเรื่องการร้องเรียน หรือขั้นตอนขอความยุติธรรม ไม่ได้ผ่านมาช่องทางนี้ จึงไม่มีใครรับทราบ
จำได้ว่าตัวเลขกรมราชทัณฑ์ เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว พบว่า ในเรือนจำต่างๆ ทั่วประเทศมีแพะรับบาป ถูกจองจำคุมขัง จำนวนมาก ตัวเลขมากกว่าครึ่งด้วยซ้ำ ไม่รู้เวลาผ่านไป บรรดาผู้บริสุทธิ์ เหล่านี้ได้รับอิสรภาพหรือยัง
มีข้อสังเกตเหยื่อกระบวนยุติธรรมเบื้องต้น มักเป็นคนยากจน ไม่รู้หนังสือ หรือถึงแม้มีความรู้ แต่ด้วยการปั่นพยานบุคคลหรือแม้แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ บางทีแพะก็กลายเป็น "โจร" ได้ ต้องชดใช้กรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ
เคยมีกระแสสังคมกดดันหลังจากมีข้อมูลแพะในเรือนจำ คำถามก็คือ จะทำอย่างไร หากตัวเองตกเป็นจำเลยในคดี การพิสูจน์ทราบของเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน
มีเหยื่อมากมายแม้เริ่มต้นมีพยานยืนยันความบริสุทธิ์ แต่ก็ยังถูกดำเนินคดี ยกตัวอย่างกรณีคนร้ายยิงใส่รถนักเรียน ที่บ้านคา จ.ราชบุรี ตอนนั้น "จอบิ" ชาวพม่าตกเป็นจำเลย สุดท้ายก็ต้องปล่อยตัว แถมยังวิ่งทำบัตรประชาชนให้อีก เพราะพิสูจน์ได้ว่าเกิดในประเทศไทย
นี่คือความล้มเหลว จากพนักงานสอบสวน วันนี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ผ่านเงินพิเศษในตำแหน่งหนักงานสอบสวน
ลองดูสิว่า "แพะรับบาป" ยังปรากฏอีกหรือไม่ แต่หลายคนฟันธงว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รู้จักแต่ "ปีแพะ" อย่างเดียว !!