(21ต.ค.) นายบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยเป็นครั้งแรกหลังจากเกิดเหตุการณ์คลิปฉาว ว่าที่ประชุมตุลาการได้ขอให้ฝ่ายบ้านเมืองได้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบ เพราะที่ผ่านมามีตุลาการบางคน ถูกข่มขู่คุกคามจะเอาชีวิตทางโทรศัพท์ ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน รวมถึงมีการใช้คำพูดที่หยาบคาย แต่ยืนยันว่าตุลาการทุกคนไม่ถอดใจ ยังสู้ ส่วนจะขอกำลังตำรวจมาดูแลหรือไม่ ก็แล้วแต่มาตรการของฝ่ายบ้านเมืองจะจัดให้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าที่ผ่านมาศาลถูกกดดันมากจนหน้าซีดหน้าเซียว ทั้งที่ทุกเรื่องที่ออกมากดดัน ก็ล้วนแต่เป็นความเท็จ
"พูดภาษาชาวบ้านก็เรียกว่า ถูกด่าพ่อล่อแม่ เราถึงออกมาวันนี้เพื่อระบายความในใจบ้าง ช่วงนี้กดดันพอสมควร ส่วนของผมก็มีโทรศัพท์เข้ามาที่ห้อง บางท่านก็โดนโทรเข้าไปที่บ้าน แนวที่พูดไม่พูดเรื่องคดีแต่ด่าเลย ด่าจนตัวเองรู้สึกงง บางรายโทรไปที่บ้านบอกจะยิงกบาล ความรู้สึกเราเลยแย่อย่างนี้เพราะถูกขู่อยู่ตลอด วันนี้เขาอยากให้ศาลเป็นกลางหรือเปล่า หากจุดยืนอยู่ตรงนั้นทำไมถึงปล่อยให้มากดดัน เราไม่เข้าใจว่าเราเองมีหน้าที่ชี้แจงทุกเรื่องหรือ เราจะปกป้องตัวเองได้ยังไง เราเองเราเป็นศาล เราต้องการความเป็นอิสระความเป็นกลาง" นายบุญส่งกล่าว
ส่วนที่มีข่าวว่ามี 3 ตุลาการจะถอนตัวจากการเป็นองค์คณะ นายบุญส่ง กล่าวว่า ตุลาการทุกคนมีอุดมการณ์ที่มั่นคง หนักแน่น องค์คณะต้องมี 5 คน ต่ำกว่านี้ไม่ได้ ถ้าต่ำกว่าห้าคน ตรงนี้เป็นข้อกฎหมายก็ต้องหยุด ส่วนการพิจารณาก็จะดูจากหลักฐาน จะซี้ซั้วทำไม่ได้
เมื่อถามกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ออกมาพูดเรื่องการโกงสอบเป็นเจ้าหน้าที่ศาล โดยมีตุลาการบางคนเกี่ยวข้อง จะมีการฟ้องกลับหรือไม่ นายบุญส่งกล่าวว่า การที่จะทำอะไรเราต้องมีหลักฐานที่มั่นคง เราเป็นตุลาการ ไปออกหมัดอะไรเราต้องหนักแน่น เอาทีเดียวหงายท้อง
เปิดรายชื่อกก.ศาลฯสอบคลิปฉาว
นายบุญส่ง ยังเปิดเผยถึงรายชื่อคณะกรรมการตรวจสอบผู้เผยแพร่วิดีโอคลิปการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการแต่งตั้งกรรมการชุดตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีนายสนิท จรอนันต์ ที่ปรึกษาสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานกรรมการตรวจสอบ ส่วนรายชื่อคณะกรรมการ ประกอบด้วย นายปัญญา อุดชาชน รองเลขาธิการสำนักงานศาลฯ นางพรทิภา ไสวสุวรรณวงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานศาลฯ นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีและวิชาการ นายธีระพงษ์ ธิติธางกูร ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาบุคลากรและระเบียบ นางฉัตรแก้ว เลิศไพฑูรย์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสัมนาและเผยแพร่กฎหมายรัฐธรรมนูญ และนายดิเรก สุขสว่าง เจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ 8 ว. เป็นกรรมการและเลขานุการ
ด้านนายสนิท เปิดเผยว่า คณะกรรมการจะนัดประชุมครั้งแรกในวันที่ 22 ตุลาคม เวลา 13.00 น. เบื้องต้นกำหนดกรอบเวลาการทำงานไว้ 15 วัน หากสอบสวนไม่แล้วเสร็จก็สามารถขยายกรอบเวลาออกไปได้เรื่อยๆ
ตร.เดินหน้าสอบคลิปยุบพรรคปชป.แล้ว
ที่ บก.ป. นายทินกร ปลอดภัย เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.เกรียงไกร ขวัญไตรรัตน์ พงส.(สบ2) กก.1 บก.ป. เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมาเพื่อแจ้งความให้ตำรวจสืบสวนหาผู้ที่นำคลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้องกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ไปเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตซึ่งถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องและสอบปากคำไว้แล้ว
ต่อมาช่วงบ่าย วันเดียวกัน พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพล หอมชื่นชม ผบก.ปอท. พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.ชนะชัย ลิ้มประเสริฐ รอง ผบก.ปอท.ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนกองปราบปรามและ ปอท. เพื่อตรวจสอบ ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายกรณีคลิปทั้งหมดว่ามีความเป็นมาอย่างไร มีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง รวมทั้งเข้าข่ายความผิดในคดีอาญาหรือแพ่งข้อหาใดบ้าง
ทั้งนี้ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานในเบื้องต้นเชื่อว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นในราชอาณาจักรแล้วซึ่งพนักงานสอบสวนสามารถดำเนินการได้ทันที แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นความผิดในข้อหาใดบ้าง อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามขั้นตอนและจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
“วิเชียร”มอบให้“เอก”ประสานศาลรธน.
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้มอบหมายให้พล.ต.อ. เอก อังสนานนท์ ที่ปรึกษาสบ10 ฝ่ายกฎหมายและสอบสวนและ ผบช. สำนักงานกฎหมายและคดี ไปประสานงานกับศาลรัฐธรรมนูญไปตรวจสอบ หากพบว่ามีการทำผิดตามกฎหมายต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
เมื่อถามว่า ต้องมีเจ้าทุกข์มาแจ้งความหรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ถ้าเป็นความผิดส่วนตัว ก็ต้องมีผู้มาแจ้งความ แต่ถ้าเป็นคดีอาญาพนักงานสอบสวนก็กล่าวโทษดำเนินการเองได้
"เทอดพงษ์"ชี้สอบคลิปฉาวคดียุบปชป.ต้องใช้เวลา
นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข่าวที่ปรากฏเกี่ยวกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์กรณีที่นายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ มีภาพปรากฏอยู่ในคลิปที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการขอให้ช่วยเหลือในคดียุบพรรค กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาว่า ต้องใช้เวลาในการหาข้อมูลเพิ่มตอนอีกนิดหน่อย แต่จากการพิจารณาที่ผ่านมานั้นยังไม่พบว่าคำให้การของนายวิรัชมีอะไรผิดปกติหรือพบว่ามีข้อพิรุธอะไร อย่างไรก็ตาม สำหรับการหาข้อมูลเพิ่มเติมนั้นจะให้สมาชิกพรรคร่วมด้วยช่วยกันในการหาข้อมูล ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวขอยืนยันว่าต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งเพื่อให้ข้อมูลทั้งหมดครบถ้วนและละเอียดรอบด้านมากที่สุด
"วิรัช"บุกกองปราบแจ้งความ"พร้อมพงศ์-พสิษฐ์"22ต.ค.
นายวิรัช และหนึ่งในคณะทำงานด้านกฎหมายต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกรณีที่เผยแพร่คลิปฉาวว่า ในวันที่ 22 ต.ค. นี้ ตนและทนายความจะเดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการส่วนตัวของประธานศาลรัฐธรรมนูญ และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ในเวลา 14.00 น. ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ข่าวระบุว่าตนไปวิ่งเต้นคดี ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้น ผู้ที่กระทำการตามแผนการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
และเรื่องนี้จะต้องมีการพิสูจน์ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา สาเหตุที่ตนยังไม่ได้ดำเนินคดีกับคนทั้งสอง เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานและหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จึงเป็นการเปิดโอกาสให้นายพร้อมพงศ์และคนของพรรคเพื่อไทย ได้พยายามบิดเบือนข้อมูลข้อเท็จจริงผ่านสื่อ จนทำให้สังคมและสาธารณชนเข้าใจผิด ว่าตนมีส่วนร่วมและมีเจตนาตามคลิปที่ถูกนำมาเผยแพร่ จึงจำเป็นที่ต้องรักษาสิทธิ์ตามกฎหมายที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาและเสียหายโดยตรง
"จาตุรนต์"จี้ตลก.ศาลรธน.พิสูจน์เสียงคลิปฉาว
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและบ้านเลขที่ 111 แถลงตั้งข้อสังเกตุกรณีคลิป สนทนาระหว่างนายวิรัช ร่มเย็น ทีมทนายยุบพรรคประชาธิปัตย์ และเลขานุการตุลาการศาลรธน.เรื่องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เนื้อหาในคลิปวีดีโอเห็นชัดว่ามีความพยามร่วมกันในการกดดันศาล รวมถึงเป็นแนวทางที่พยามวิ่งเต้นขอความช่วยเหลือจากศาลในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่อ้างว่าเป็นการล่อซื้อและจัดฉาก ตนมองว่าการจัดฉากต้องไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริงและถ้าล่อซื้อจะต้องเป็นคนไร้เดียงสาและนายวิรัชเองก็พบกับนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการศาลรธน.หลายครั้งแล้ว
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามจากคลิปที่ว่าอย่างนี้มันมีการสอดคลองกัน การสู้คดีของพรรคประชาธิปัตย์.และการให้การของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯก็เน้นเรื่องประธานกกต. นายวิรัชและพสิษฐ์ก็ไม่อยากให้นางสดศรี สัตยธรรม กกต. มาให้การต่อศาลรธน. เพราะเคยพูดในทางยุบพรรคประชาธิปัตย์ พอมาตุลาการศาลรธน.ก็คุยกันว่าจะทำอย่างไรให้ประธานกกต.มาและบอกว่าหาทางให้ประชาชนไปกดดันต่อตุลาการศาลรธน.และกลัวนางสดศรีจะมา
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ความเห็นของตนมีความสอดคล้องฟังได้และสรปุได้ว่า 1.มีความพยามวิ่งเต้นจากศาลเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อคดีพรรคประชาธิปัตย์ 2.มีความพยามของตุลาการอย่างน้อยบางคนที่จะช่วยพรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้ต้องถูกยุบ การกระทำดังกล่าวนี้เป็นการกระทำที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม ถ้าพูดอย่างนี้จริงตนก็ไม่ทราบว่าจะผิดกฎหมายมาตราใด อย่างไรยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้เรียกร้องให้ใครไปดำเนินคดีกับใครแต่ตนเห็นว่าขัดหรือผิดต่อคำถวายสัตย์ปฏิญาณของคณะผู้พิพากษาและตุลาการที่ให้ไว้ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก่อนการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 201 ของรธน.ปัจจุบัน ซึ่งไม่สุจริตและมีอคติอย่างชัดเจน
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าที่ไปดำเนินการกันไม่ว่าเรื่องปลดนายพสิษฐ์หรือดำเนินการต่อผู้เผยแพร่และผู้บันทึกเทป จะทำก็ทำไปแต่ไม่สามารถลบล้างการกระทำในคลิปได้ ดังนั้นต้องเรียกร้องต่อสาธารณชนว่าไม่ควรหลงประเด็นและไม่ควรผิดประเด็น คนที่ชอบที่สุดถ้ามีการหลงประเด็นคือพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ มีประเด็นต่อเนื่องจากคลิป ที่ทำให้เห็นเหตุที่ไม่ค่อยพูดในเรื่องหาเนื้อที่ตุลาการศาลรธน.แอบคุยกัน ตนอยากเปรียบเทียบว่า ในหน่วยงานราชการมีคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง เมื่อจะมีการประมูลสินค้า คณะกรรมการเกิดคุยกันแล้วมีการแอบบันทึกภาพไว้ ได้ความว่ากรรมการนี้หารือเพื่อฮั้วกันเพื่อช่วยบริษัทหนึ่งในการเข้าประมูล แล้วทำว่ามีคนแอบบันทึกภาพไป กรรมการก็มีความผิดแต่คนอัดภาพไว้จะผิดหรือไม่ก็ว่ากันไป
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ข้อเสนอของตนไม่ทราบว่าเขาพูดจริงหรือไม่ ถ้าพูดไม่จริงทั้งหมดที่วิเคราะห์ก็โมฆะถ้าทำจริงก็มีปัญหาตามที่วิเคราะห์ จึงอยากเสนอว่าศาลรธน.ควรตรวจสอบว่ามีการพูดตามที่ปรากฎในคลิปจริงหรือไม่ ไม่ว่าคลิปใดก็ตามที่ปรากฏ ใครเป็นผู้พูดๆว่าอะไร มีการแต่งหน้าเลียนแบบคน หรือเลียนเสียงคนหรือไม่ ถ้าไม่จริงก็ชี้แจงมาเรื่องเหล่านี้ก็จบไปเป็นประโยชน์ต่อศาลรธน.เอง แต่ถ้าจริงจะทำอย่างไร เพราะเป็นเรื่องใหญ่มาก ซึ่งตุลาการศาลรธน.ผู้พูดทั้งหลายควรต้องลาออกจากตำแหน่ง และสังคมจะต้องช่วยกันพิจารณาว่าตุลาการศาลรธน.ควรลาออกก่อนการตัดสินยุบหรือหลังตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์แล้ว แต่หากยังไม่ลาออกควรจะทำอย่างไร
นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า ตนขอเสนอว่าหากตุลาการศาลรธน.ไม่ลาออก ในอนาคตก็ควรจะแก้ไขรธน.ให้มีการยุบศาลรธน.แล้วตั้งขึ้นใหม่ด้วยกระบวนการสรรหาที่ถูกต้อง และเป็นศาลรธน.ที่ตรวจสอบได้โดยประชาชน ดังนั้นจะต้องเร่งตรวจสอบโดยให้เจ้าหน้าที่นิติเวชตรวจสอบว่ามีการพูดตามนั้นหรือไม่ ใครบ้างพูด และพูดว่าอย่างไร และชี้แจงต่อสังคม เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือและรักษากระบวนการยุติธรรม
“หากตรวจสอบว่ามีการพูดจริงตามคลิป ผมขอเสนอให้มีการแก้ไขรธน.แล้วบอกว่าบรรดาตุลาการที่เป็นอยู่ในขณะนั้นให้พ้นไป แล้วศาลรธน.ให้เขียนองค์ประกอบใหม่พูดง่ายๆ คือยุบชุดนี้ให้หมดไปแล้วตั้งขึ้นมาใหม่” นายจาตุรนต์ กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการยุบสภาฯเร็วๆนี้หรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังเล่นเกม โยนปัญหาการทุจริตไปที่พรรคภูมิใจไทยเพราะอยู่ช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังสร้างภาพช่วงโค้งสุดท้ายก่อนคดียุบพรรค ตนมองว่าปัญหาการทุจริตน่าจะเป็นปัญหาของพรรคร่วมรัฐบาลที่ติดตามคดียุบพรรคอาจแยกตัวออกไป และทำให้พรรคประชาธิปัตย์ยุบสภา ตนเชื่อว่าน่าจะมีเลือกตั้งเพราะถ้าไม่มีก็น่าจะมีรัฐประหาร ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยจะรวมกันได้หรือไม่ยากมาก ส่วนที่มีการเสนอให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แยกออกจากพรรคเพื่อไทยนั้นยอมรับว่าจะแยกออกจากกันเด็ดขาดคงไม่มีใครเชื่อ และคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่พ.ต.ท.ทักษิณจะนำทัพเลือกตั้ง