เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 20 ต.ค.ที่รัฐสภา นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีมีคลิปที่ปรากฏภาพนายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์อยู่บนเว็บไซต์ยูทูบ โดยอ้างว่าเป็นการล็อบบี้ให้ช่วยเหลือคดียุบพรรคว่า ขณะนี้คณะทำงานของพรรคได้มีการรวบรวมหลักฐานเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในกระบวนการเผยแพร่และบิดเบือนข้อเท็จจริงเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
จากการศึกษานั้นได้เห็นหลักฐานที่ส่อให้เห็นเจตนาในการสร้างหลักฐานเท็จเพื่อที่จะทำลายกระบวนการยุติธรรม โดยในเบื้องต้นพบเจตนา 4 ประการคือ1.เจตนาสร้างความเข้าใจผิด โดยการนำภาพวิดีโอของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มาใช้ประกอบคลิปว่าเป็นการหารือระหว่างประธานองคมนตรีและคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อช่วยในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ 2.เจตนาสร้างความเข้าใจผิดว่ามีการหารือระหว่างคณะทำงานกฎหมายของพรรคและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อเชื่อมโยงกรณีคลิปที่1 ซึ่งเป็นความเท็จ
ทั้งนี้ในนาทีที่ 3.04 นั้นจะเห็นได้ชัดว่ามีการตัดต่อ 3.พิธีการของนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญในคลิปที่ 2 นั้นมีการย้ายที่นั่ง และในคลิปที่ 3 มีการดึงเก้าอี้ออกเพื่อให้เห็นนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในนาทีที่ 2.40 และ 4.การพยายามที่จะหว่านล้อมให้เกิดการตอบรับว่าจะมีการขอให้มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่ามีความพยายามในหลายลักษณะโดยลักษณะการถามนำเพื่อให้ได้คำตอบที่ต้องการ
นพ.บุรณัชย์ กล่าวด้วยว่า เป็นกระบวนการที่สร้างความเสียหายทั้งในส่วนของกระบวนการยุติธรรม สถาบันเบื้องสูง พรรคประชาธิปัตย์ และตัวบุคคลคือนายวิรัช ร่มเย็น พรรคจึงเห็นชอบให้พิจารณาและดำเนินการตามกฎหมายใน 3 เรื่องคือ 1.ต่อกระบวนการยุติธรรม โดยสนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการตามคำร้องขอของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในฐานะที่การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดต่อแผ่นดิน และสนับสนุนให้มีการหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อให้มีการดำเนินการด้วย 2.ในส่วนของนายวิรัชที่ถูกใส่ร้ายและถือว่าหมิ่นประมาทนั้นควรที่จะรักษาสิทธิของตนเองในการดำเนินการต่อบุคคลที่ใช้เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหาย และ 3.ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น การที่พรรคเพื่อไทยเผยแพร่คลิปที่มีการตัดต่อก็ควรจะมีการพิจารณาด้วย เพราะเป็นเรื่องที่เข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นการดำเนินการเพื่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นในประเทศอีกครั้ง
ปชป.ปูดคลิปฉาวคือสัญญาณสงครามครั้งสุดท้าย“ทักษิณ”
นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นกระบวนการจัดตั้งซึ่งคนธรรมดาคงทำไม่ได้ เล่นการเมืองไร้ขอบเขตซึ่งถือเป็นเรื่องน่ากลัว เพราะเป้าหมายไม่ได้ทำลายพรรคเท่านั้น แต่มีเป้าหมายทำลายตุลาการและที่สำคัญคือสถาบันองคมนตรีและสถาบันเบื้องสูงด้วย ดังนั้นอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเพื่อเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ขณะนี้มีผู้ให้ข้อมูลกับพวกตนมาบ้างแล้วว่าก่อนหน้าที่จะมีคลิปทั้ง 5 ตอนถูกเผยแพร่ออกมานั้นเกิดอะไรขึ้นบ้างที่ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งจะนำเสนอต่อสื่อมวลชนในโอกาสต่อไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของข้อมูลบางส่วนที่เป็นความลับนั้นจะส่งให้กับหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป เพราะสงครามครั้งสุดท้ายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
นายกฯชี้สตช.มีอำนาจฟ้องกรณีคลิปเป็นคดีอาญาแผ่นดิน
ที่กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่าได้เจอกับนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ หลายครั้ง ว่า ตนได้ตั้งคณะกรรมการมาสอบสวนเรื่องนี้แล้ว ซึ่งมีนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน จึงจะนำข้อเท็จจริงเรื่องนี้ออกมาทั้งหมด
เมื่อถามว่าในระหว่างที่มีการตรวจสอบ ควรจะมีการออกมาพูดอะไรในเรื่องดังกล่าวอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่จริงตนไม่อยากให้เกิดความสับสน แต่สิ่งสำคัญคือต้องพูดความจริง ต่อข้อถามที่ว่าการสอบสวนของคณะกรรมการของพรรคจะเสร็จสิ้นเมื่อใด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงเร็ว ไม่น่าจะช้า
ส่วนที่พรรคเพื่อไทยระบุว่าจะมีการเผยแพร่คลิปวีดีโอออกมาอีกระลอก หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าออกมา เราก็ต้องดูว่าเป็นอย่างไร ซึ่งทุกอย่างต้องอยู่กับความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม ตนเคยบอกแล้วว่าถ้ามีคนของพรรคทำอะไรที่ไม่เหมาะสม พรรคก็ต้องดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าขณะนี้ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคประชาธิปัตย์และกระบวนการยุติธรรมถดถอยลงทั้งคู่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรงนี้จะเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ เพราะตนยืนยันได้ว่าพรรคไม่ได้ทำให้เกิดผลกระทบต่อคดี ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญก็มีการชี้แจงอยู่ว่าประเด็นที่มีการพูดคุยกันซึ่งถ้าเป็นไปตามคลิปวีดีโอที่ออกมา ก็ไม่มีผลอะไรต่อคดีอยู่แล้ว
ต่อข้อถามว่าโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ระบุว่าให้พรรคประชาธิปัตย์แจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่คลิปวีดีโอดังกล่าว ทางพรรคจะให้นายวิรัช ไปแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าในวันนี้( 20 ต.ค.) ตนอาจจะมีโอกาสได้พบกับพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เพื่อพูดคุยถึงการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ซึ่งจะได้ว่าเมื่อศาลฯบอกชัดเจนว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมาย ก็ควรมีการดำเนินการได้เลย โดยเรื่องที่เป็นความผิดต่อแผ่นดินนั้น ตนคิดว่าสามารถดำเนินการเอาผิดได้ทันที เพราะมันปรากฏชัดเจน
เมื่อถามว่าการทำความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องที่เกิดขึ้น ควรจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ดีที่สุดคือการให้ข้อเท็จจริงออกมาครบถ้วน เพราะเวลานี้เราเห็นบางส่วนของปัญหาที่เกิดขึ้น แต่เมื่อข้อมูลออกมาครบถ้วนแล้วตนคิดว่าจะมีความชัดเจนว่าใครเกี่ยวข้องอย่างไร เหมาะสมหรือไม่ อย่างไร และในส่วนของพรรคก็ต้องทำในสิ่งที่เหมาะสม ซึ่งตรงนั้นเป็นความรับผิดชอบของเราต่อประชาชน
ต่อข้อถามที่ว่าการที่พรรครวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคดียุบพรรคไปจัดทำเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชน จะออกมาได้เมื่อไหร่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เราต้องทำอยู่ ทั้งนี้เรามีเวลา 30 วันในการทำคำแถลงปิดคดีที่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งคณะทำงานฯยกร่างขึ้นมาแล้ว และกำลังตรวจสอบตรงนี้อยู่ ส่วนเอกสารที่จะทำเผยแพร่นั้น จะเป็นการย่อยจากคำแถลงปิดคดีที่มีเนื้อหาค่อนข้างยาว
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าเมื่อมีคลิปวีดีโอออกมา คนไม่ได้สนใจที่เนื้อหาการหักล้างทางคดี นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องให้มีความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปดังกล่าว ซึ่งมีใครเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ก็ต้องให้ชัดเจนว่าใครมีบทบาทอย่างไร และไม่เกี่ยวข้องหรือไม่กระทบต่อคดีนี้อย่างไร
เมื่อถามต่อว่าแต่ตอนนี้คดีดังกล่าวถูกโยงไปเป็นประเด็นทางการเมืองแล้ว เพื่อชิงความได้เปรียบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันเป็นมานานแล้วที่โยงเป็นเรื่องการเมือง ดังนั้น เรายังอยู่กับข้อเท็จจริง
ผบ.ตร.บอกต้องมีผู้ร้องทุกข์กรณีคลิปยุบพรรค
พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า จากการติดตามเบื้องต้นเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเข้าข่ายความผิดคดีอาญาหรือไม่แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีความผิด อย่างไรก็ตามขั้นตอนหากเป็นคดีอาญาก็ต้องผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ หากเป็นความผิดส่วนตัวต้องมีผู้มาเสียหาย หรือส่งตัวแทนมาแจ้งความตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งสามารถไปแจ้งความได้ในพื้นที่สน.ที่เกิดเหตุ หากไม่มีความมั่นใจก็สามารถเข้าแจ้งความได้ที่กองปราบปราม
ส่วนกรณีที่นายกอภิสิทธิ์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่ากรณีดังกล่าวเป็นคดีอาญาแผ่นดินตำรวจสามารถดำเนินคดีได้เลยนั้น พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า หากเป็นนโยบายของทางนายกรัฐมนตรี ก็ต้งอเข้าไปดำเนินการตรวจสอบ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมีผู้มาร้องทุกข์ เพื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ส่วนการเผยแพร่คลิปดังกล่าวไม่น่ามีความผิด ยกเว้นกรณีที่มีการดัดแปลง แก้ไขจากข้อเท็จจริง ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการสั่งการให้หน่วยใดเข้าไปดูแลเป็นพิเศษ ขอเวลาในการตรวจสอบก่อน จนถึงขณะนี้ ทางด้านศาลรัฐธรรมก็ยังไม่มีการประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด
"เทอดพงษ์"ส่งอภิสิทธิ์ฟันหากวิรัชผิดจริง
นายเทอดพงษ์ ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข่าวที่ปรากฎเกี่ยวกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การตั้งคณะทำงานดังกล่าว เกิดขึ้นจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องการหาข้อเท็จจริงแต่ไม่ได้เป็นการพิจารณาโทษ เพราะข้อบังคับพรรคที่ 97 ระบุว่า เมื่อมีผู้กล่าวหาพรรคขึ้นมาก็ต้องหาข้อเท็จจริง หากฟังและสรุปได้ว่ามีปัญหาจริงก็ส่งให้หัวหน้าพรรคพิจารณาเพื่อดำเนินการต่อไป และหากไม่จริงก็อาจจะระงับจบเรื่อง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ระบุไว้ในข้อบังคับพรรค
ทั้งนี้วันนี้ (20 ต.ค.)ได้เชิญนายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาพูดคุยและสอบถามถึงเรื่องดังกล่าวว่าเป็นอย่างไรเพื่อเรียงลำดับ โดยนายวิรัชได้เล่าตามที่ได้ให้ข่าวไป แต่ทั้งหมดถือว่ายังไม่จบเพราะมีอีกหลายประด็นที่ยังต้องขอดู เพราะฉะนั้นวันนี้ดูได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่จะมีการประชุมเพื่อรวบรวมข้อมูลเรื่อย ๆ ก่อนที่จะส่งข้อมูลทั้งหมดให้หัวหน้าพรรค ส่วนเวลาในการพิจารณานั้นไม่ได้กำหนดตายตัวว่าจะเป็น 7 หรือ 15 วัน แต่พยายามจะทำให้เร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องเชิญใครมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ นายเทอดพงษ์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นกับพรรคจึงไม่จำเป็นต้องเชิญคนนอกมาเกี่ยวข้อง แต่จะรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุดเพื่อสรุปก่อนให้นายกฯพิจารณาต่อไปตามขั้นตอนของพรรค ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมนั้นพรรคต้องดำเนินการหาเอง ไม่มีการเอามาจากที่อื่น ซึ่งการพิจารณาเรื่องดังกล่าวนั้นพรรคไม่ได้ทำเป็นเรื่องเล่น ๆ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ในความสนใจของประชาชนและสังคม
ส่วนกรณีที่นายวิรัชได้พบกับนายพสิษฐ์มากกว่า 1 ครั้งนั้น นายเทอดพงษ์กล่าวว่า ก็ต้องสอบถามอย่างละเอียด แต่จำนวนครั้งไม่ได้เป็นประเด็นใหญ่ ที่สำคัญเป็นเรื่องของการพูดคุยมากกว่า
ต่อข้อถามที่ว่าเชื่อมั่นในทีมงานมากน้อยแค่ไหน นายเทอดพงษ์กล่าวว่า เราก็พยายามทำงานอย่างเต็มที่ และคณะทำงานมีประสบการณ์มากพอสมควร อะไรที่เกิดความเสียหายก็ต้องตรวจสอบเพื่อให้เกิดความกระจ่าง รวมถึงให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งการตรวจสอบไม่ได้หวังภาพที่ดีให้เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นการปกป้องพวกพ้อง นายเทอดพงษ์กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ได้พูดกันในพรรคและจบกันในพรรค ต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด
ส่วนหากข้อเท็จจริงที่ออกมาตรงข้ามกันนั้นจะมีการดำเนินการอย่างไร นายเทอดพงษ์กล่าวว่า ทุกอย่างต้องดูรายละเอียดอย่างรอบด้าน โดยบทลงโทษนั้นต้องดูว่ามีมูลให้ลงโทษได้หรือไม่ด้วย หากมีก็เป็นขั้นตอนของหัวหน้าพรรคที่จะพิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวจะมีการประชุมอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (21ต.ค.) เวลา 11.00 น.เพื่อรวบรวมข้อมูลต่อไป