ผนึกความร่วมมือ"หนองจิก" เพื่อการศึกษากลางไฟใต้

ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ปัจจุบันยังคงส่งผลกระทบไปในวงกว้าง ไม่เว้นแต่การศึกษาเล่าเรียนทั้งทางธรรมของพระภิกษุและทางโลกของเยาวชนในพื้นที่ โดยเฉพาะแหล่งศึกษาเล่าเรียนสำหรับผู้ครองตนอยู่ในผ้าเหลือง ณ พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก็เหลือเพียงไม่กี่แห่ง

 “วัดมุจลินทวาปีวิหาร” หรือวัดตุยง ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี คือหนึ่งในสถานที่ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น เพราะวัดแห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางในการศึกษาพระปริยัติธรรมให้พระภิกษุ สามเณร รวมทั้งนักเรียน จากทั่วพื้นที่ภาคใต้ กำลังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบตลอด 6 ปีที่ผ่านมา จนจำนวนนักเรียนลดลง ทั้งยังประสบปัญหาปัจจัยที่จะมาสนับสนุนการศึกษาด้วย

 สำหรับวัดแห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาด้านพระพุทธศาสนาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเป็นแห่งแรกที่เริ่มสอนปริยัติธรรม แผนกธรรมให้ภิกษุสงฆ์ สามเณรในพื้นที่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 กระทั่งในปี 2518 ได้มีการสอนในสายสามัญปริยัติธรรม ตั้งแต่ระดับประถมถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนจะขยายไปถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในเวลาต่อมา
โดยการศึกษาเล่าเรียนที่วัดจะเป็นไปในลักษณะแบบ “ให้เปล่า” คืออุปกรณ์การเรียนการสอนทุกชนิดทางวัดจะเป็นผู้สนับสนุนเองทั้งหมด สำหรับปัจจุบันโรงเรียนปริยัติธรรมสามัญศึกษา ณ วัดมุจลินทวาปีวิหารอยู่มีอยู่ 3 ระดับคือ 

    1.โรงเรียนมุจลินท์ปริยัติธรรมสามัญศึกษา เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ซึ่งขณะนี้ได้มีพระภิกษุสามเณรที่ฐานะทางบ้านลำบาก ตลอดจนเด็กผู้กำพร้าพ่อแม่ จากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดใกล้เคียงได้ส่งบุตรหลานเข้ามา เพื่อทำการศึกษาต่อและอยู่อาศัยยังวัดจำนวนมากขึ้น

     2.โรงเรียนศูนย์เด็กก่อนวัยเรียน ซึ่งเป็นสถานศึกษาสำหรับเด็กเล็กที่ครอบครัว ผู้ปกครองได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ และ3.โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นการจัดการศึกษาพระพุทธศาสนาและวิชาการต่างๆ ให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ ประจำทุกวันอาทิตย์ โดยมีเด็กและเยาวชนเข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนาอยู่ในขณะนี้กว่า 100 คน

 "วัดแห่งนี้ได้ยืนหยัดส่งเสริมการศึกษาให้เยาวชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด ด้วยตระหนักดีว่าการศึกษามีความสำคัญมากในการพัฒนา กระทั่งปัจจุบันประสบปัญหาขาดจตุปัจจัยเพราะวัดต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายของนักเรียนทั้งหมดคล้ายโรงเรียนประจำ ทำให้ฝ่ายปกครองต้องยื่นมือช่วยเหลือทุกด้าน โดยเฉพาะการปลุกกระแสศรัทธาและการท่องเที่ยวให้วัดมุจลินทวาปีวิหารอีกครั้งเพื่อให้วัดมีรายได้ค้ำจุนพุทธศาสนาและการศึกษาสืบไป"  สนั่น พงษ์อักษร นายอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี  อธิบายถึงแนวทางสนับสนุน

 พระสุทธิสมณวัตร เจ้าอาวาสวัดมุจลินทวาปีวิหาร กล่าวว่า เหตุการณ์ความไม่สงบส่งผลกระทบทำให้การเรียนการสอนในโรงเรียนปริยัติธรรมฯ ลดลง จากอดีตมีพระ และเณรจากปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช รวมถึงจากรัฐกลันตันประเทศมาเลเซียมาเรียนแต่ปัจจุบันลดลง ขณะเดียวกันจตุปัจจัยในการส่งเสริมการศึกษาก็เริ่มลดลง จึงจำเป็นต้องหาทุนการศึกษาเพื่อรองรับกับจำนวนผู้ศึกษาที่มีอยู่ในวัดโดยการเชิญชวนให้ญาติโยม และนักท่องเที่ยวเข้ามาที่ศาสนสถานแห่งนี้ร่วมสนับสนุน

 สวัสดิ์ แสงทอง ภูมิลำเนา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี กล่าวว่า บทบาทของวัดแห่งนี้ ไม่ได้ให้การช่วยเหลือเฉพาะพระและสามเณรเท่านั้นแต่ช่วยทุกคนทั้งหญิงและชายที่ต้องการศึกษาโดยไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อแบ่งเบาภาระให้ผู้ปกครอง “คนในพื้นที่ส่วนใหญ่ทำสวนยางแต่ด้วยเหตุความไม่สงบทำให้ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เศรษฐกิจย่ำแย่จนกระทบไปถึงบุตรหลานที่ไม่สามารถเล่าเรียนได้ตามปกติพราะขาดเงิน แต่เป็นความโชคดีที่วัดตุยงได้มอบโอกาสด้านการศึกษาให้แก่เยาวชนเหล่านี้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ  ดังนั้นสถานศึกษาแห่งนี้จะทำหน้าต่อไปได้หรือไม่  จึงอยู่แรงสนับสนุนจากทุกฝ่าย"  สวัสดิ์ ระบุ

 ความร่วมมือจากทุกฝ่ายและการเห็นถึงคุณค่าของการทำหน้าที่ น่าจะเป็นทางออกในการที่จะข้ามผ่านอุปสรรคที่เกิดขึ้น

" สุพิชฌาย์ รัตนะ"