ตะลุย!แดนกีวีเยี่ยม"ธิงกิ้ง สคูล"นวัตกรรมใหม่ปั้นคนสู่ยุคครีเอทีฟ

ธิงกิ้ง สคูล (Thinking School) เป็นนวัตกรรมใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ปกครองที่เริ่มตั้งคำถามถึงความสำเร็จของการจัดการศึกษาแบบเดิมๆ ยิ่งนานวัน ธิงกิ้ง สคูล ยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว

 รวมทั้งนิวซีแลนด์ ซึ่ง คิงส์ สคูล (King’s School) เป็นผู้บุกเบิกทางเลือกใหม่นี้จนประสบความสำเร็จในแดนกีวี คิงส์ สคูล เชื่อว่า หากยังยึดมั่นกับระบบเก่าที่ให้ครูทำหน้าที่แค่ถ่ายโอนความรู้ในตัวให้แก่ลูกศิษย์แล้ว ไม่เพียงพอให้เด็กเติบโตอยู่รอดได้ในโลกยุคปัจจุบัน ที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นถี่ รวดเร็ว และรุนแรงได้ หากแต่ครูต้องให้องค์ความรู้ไปพร้อมๆ กับพัฒนาทักษะการคิดให้เด็ก สอนให้เด็กมีกระบวนการคิดเป็น ซึ่งนั่นก็คือหัวใจหลักของการจัดการเรียนการสอนแบบ ธิงกิ้ง สคูล

 แฮร์รี่ เลกเกต เกรด 8 คิงส์ สคูล อายุเพียง 12 ปี ถูกเรียกมาให้นักข่าวสัมภาษณ์ประสบการณ์การเรียนในรูปแบบ ธิงกิ้ง สคูล แฮร์รี่บอกว่า การเรียนแบบใหม่ทำให้สนุกและเข้าใจเนื้อหามากขึ้น อย่างไรก็ตาม เราสังเกตได้ว่าแฮร์รี่ดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัย แต่กิริยามารยาทก็สุภาพเรียบร้อยเกินเด็กฝรั่งทั่วๆ ไป ที่น่าประทับใจคือ เขาตอบคำถามได้อย่างฉะฉานและให้เหตุผลที่ดีอธิบายคำตอบซึ่งเป็นบุคลิกที่แตกต่างกับเด็กไทยอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวัฒนธรรมแบบตะวันตกหล่อหลอมให้เขาเป็นเช่นนี้ ทว่าอีกส่วนเป็นการบ่มเพาะของ คิงส์ สคูล โรงเรียนประถมศึกษาแถวหน้าในเมืองออคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์

 คิงส์ สคูล เป็นโรงเรียนชายล้วนก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1922 ปรัชญาของที่นี่ต้องการสร้าง "สุภาพบุรุษผู้มีความรู้ดี" เทียบกับโรงเรียนไทย คิงส์ สคูล จะเป็นส่วนผสมระหว่าง ร.ร.วชิราวุธวิทยาลัย กับ ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ที่นี่เป็นโรงเรียนแห่งแรกในแดนกีวีที่นำแนวทาง ธิงกิ้ง สคูล มาใช้เมื่อ 5 ปีที่แล้วและประสบความสำเร็จ กลายเป็นโรงเรียนที่ได้รับความนิยมมาก มีรายชื่อรอคิวเข้าเรียนกันยาวเหยียด แม้แต่ลูกของนางเฮเลน คลาร์ก อดีตนายกรัฐมนตรียังเรียนที่นี่ จนมีเสียงล้อเลียนว่า ถ้าไม่ไฮโซจริงไม่สามารถส่งลูกมาเรียนที่นี่ได้ด้วยความหินในการคัดเลือกเข้าเรียนและราคาค่าเทอม 1.5 หมื่นดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือกว่า 3.5 แสนบาทต่อปี

 ทว่า คิงส์ สคูล ไม่มีการสอบเข้า การคัดเลือกเด็กเข้าเรียนตัดสินโดยการสัมภาษณ์ของ โทนี่ ซิสสัน ครูใหญ่ของที่นี่ ซึ่งจะเป็นผู้สัมภาษณ์เด็กและผู้ปกครองเองทุกครั้ง แม้แต่นายกรัฐมนตรีก็ต้องถูกสัมภาษณ์ โทนี่จะตัดสินใจเลือกผู้เหมาะสมโดยดูความพร้อมของเด็ก และครอบครัวต้องรับได้กับแนวทางการเรียนแบบ ธิงกิ้ง สคูล ซึ่งแตกต่างจากการเรียนการสอนของโรงเรียนทั่วๆ ไป

 เดฟ แมคอีวาน ผู้ช่วยครูใหญ่ เป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญนำโรงเรียนสู่ ธิงกิ้ง โปรแกรม เล่าคอนเซ็ปต์คร่าวๆ ของแนวทางใหม่ว่า เส้นทางการเรียนรู้ของนักเรียนที่นี่ยาวกว่านักเรียนทั่วไป แน่นอน ทุกคนต้องเรียนจนแน่นในพื้นฐานวิชาหลัก อ่านเขียน คำนวณ ต้องได้ แต่แค่นั้นยังไม่จบ นักเรียนจะถูกต่อยอดให้รู้จักนำความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาค้นหาคำตอบในเรื่องต่างๆ โดยผ่านกระบวนการคิดที่ต่อเนื่อง สร้างสรรค์ และหลากหลายมุมมอง

 “ที่นี่ครูไม่ได้เน้นสอนให้เด็กท่องจำความรู้วิชาต่างๆ เหมือนโรงเรียนในสมัยก่อน แต่ครูจะสอนวิธีนำความรู้ที่เรียนมาคิดแก้โจทย์ต่างๆ โดยกระตุ้นให้เด็กรู้จักการคิด 3 ลักษณะคือ คิด สร้างสรรค์ (Creative) คิดวิเคราะห์ (Critical) และคิดแบบสะท้อนกลับ (Reflective) เมื่อเด็กจบไปแล้วจะได้นำเอาแนวคิดที่ครูปลูกฝังไว้ไปใช้กับสถานการณ์หรือปัญหาที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตจริงในอนาคต" เดฟ กล่าว

 เดฟ เล่าต่อว่า วิธีกระตุ้นให้เด็กรู้จักกระบวนการคิดแบบต่างๆ นั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่ครูจะต้องใช้เทคนิคการสอนแบบเน้นตั้งคำถามให้เด็กคิด ไม่ใช่สอนแบบให้เด็กท่องจำ แต่ครูก็ต้องมีทักษะในการตั้งคำถามที่ดีด้วยจึงจะทำให้ชั้นเรียนแบบ ธิงกิ้ง สคูล ประสบความสำเร็จได้

 โทนี่ เสริมว่า ที่นี่ครูจะพูดน้อยลง ตั้งคำถามมากขึ้นให้เด็กคิดและหาคำตอบ ซึ่งเทคนิคการตั้งคำถามของครูนี้สำคัญและเป็นเรื่องที่ครูต้องไปรับการอบรมพัฒนาตัวเองเพื่อให้ตั้งคำถามเป็น ยกตัวอย่างเช่น ครูจะไม่ถามว่า เมืองหลวงของไทยคืออะไร เพราะนั่นไม่ได้ทำให้เด็กคิดวิเคราะห์ แต่จะต้องถามเด็กว่า ขอ 3 เหตุผลที่คุณจะไปเมืองหลวงของไทย วิธีนี้เป็นการกระตุ้นให้เด็กคิดและทำความเข้าใจกับเนื้อหาได้ลึกซึ้งกว่า หรืออย่างวิชาคณิตศาสตร์ ก็จะไม่ให้โจทย์เด็กว่า ห้าบวกห้าเป็นเท่าไหร่ แต่ให้โจทย์เด็กว่า เอาจำนวนใดมาคำนวณกันแล้วให้ได้ผลลัพธ์เป็นสิบ

 ชั้นเรียนของ คิงส์ สคูล ยังมีอีกหลายเทคนิคเพื่อพัฒนาทักษะการคิดของเด็ก เช่น การให้เด็กมาพูดคุยและเปลี่ยนความคิดกัน วิจารณ์งานของเพื่อนแต่ละคนเพื่อให้เจ้าของงานได้รับรู้มุมมองที่หลากหลายและรับรู้มุมมองสะท้อนกลับ

 ธิงกิ้ง สคูล นอกจากเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กแล้ว ยังทำให้พฤติกรรมครูในโรงเรียนเปลี่ยนด้วย โทนี่ บอกว่า ครูพัฒนาตัวเองมากขึ้น และเมื่อโรงเรียนประสบความสำเร็จ ดึงดูดครูเก่งมาร่วมงานด้วย ครูมีแรงจูงใจในการสอนมากขึ้นกว่าเดิม

 ด้าน แฮร์รี่ บอกว่า การเรียนแบบธิงกิ้ง ทำให้มีความเข้าใจในเนื้อหาวิชานั้นๆ มากขึ้น และยังสามารถนำกระบวนการไปใช้เรียนรู้หลายๆ ด้านได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ด้วยเทคนิคและระบบการคิดที่ทำให้สามารถประยุกต์คิดได้หลากหลายรูปแบบ มีความคิดสร้างสรรค์

 “เวลาเราอยู่ในห้องเรียน แต่ละคนมีความคิดที่หลากหลาย เมื่อมีการพูดคุยเสนอความคิดเห็นหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือเสนอกระบวนการต่างๆ เราก็ได้เห็นกระบวนการคิด แนวคิดที่หลากหลายจากเพื่อนๆ ที่ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเมื่อนำมาผสมผสาน เราก็อาจจะได้คำตอบวิธีการหรือข้อสรุปที่ดีที่สุดยิ่งขึ้น ซึ่งคิดว่าเป็นแนวทางการสอนที่ดีมาก ทำให้ผมรู้สึกสนุกกับการเรียนมากยิ่งขึ้น มีระบบคิดที่ดีขึ้น" แฮร์รี่ ระบุ

 ในส่วนของประเทศไทย ร.ร.อำนวยศิลป์เป็นแห่งแรกๆ ที่ปรับตัวเป็น ธิงกิ้ง สคูล โดยทำความร่วมมือเป็นเวลา 3 ปี กับ คิงส์ สคูล ในการอบรมครูให้เข้าใจและมีทักษะเพียงพอสำหรับการสอนแนวทางใหม่นี้ โดยมี เดฟ พร้อมคณะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อจัดอบรมและทำเวิร์กช็อปกับครูของ ร.ร.อำนวยศิลป์ ปีละ 4 ครั้ง

 เพชรชุดา เกษประยูร ประธานบริหาร ร.ร.อำนวยศิลป์ ซึ่งเดินทางไปเยี่ยมชมการเรียนการสอนพร้อมคณะครู 15 คน ที่ส่งไปรับการอบรมที่ คิงส์ สคูล กล่าวว่า ร.ร.อำนวยศิลป์จำเป็นต้องปฏิรูปตัวเองครั้งใหญ่เมื่อปี 2539 สาเหตุเพราะการขยายตัวของโรงเรียนรัฐ และโรงเรียนเอกชน โดยเฉพาะโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนสองภาษา ทำให้เกิดการแข่งขันแย่งลูกค้ากัน จึงเห็นว่า ต้องปรับตัวมาเป็นโรงเรียนที่ "เน้นคุณภาพ" เป็นจุดขาย

 “หลังจากนั้นได้คุยกับมูลนิธิโสภณพนิช เห็นตรงกันว่า คนที่มีฐานะดี มักส่งลูกหลานไปเรียนในต่างประเทศ หรือโรงเรียนนานาชาติ เด็กเหล่านี้จะเติบโตมาเป็นเจ้าของบริษัท ธุรกิจ โดยไม่ได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทย แล้วอนาคตประเทศจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น ร.ร.อำนวยศิลป์จึงมีโครงการ 10 ปี ปรับเป็นมาตรฐานสากลตั้งแต่ปี 2549 เพื่อให้เป็นโรงเรียนไทยที่มีคุณภาพ"

 เพชรชุดา เล่าต่อว่า จากการทดลองจัดการเรียนการสอนในรูปแบบต่างๆ ในที่สุด เมื่อปี 2552 ก็มาสู่ ธิงกิ้ง สคูล เพราะเห็นว่าเป็นแนวทางที่จะทำให้เด็กพัฒนาการเรียนรู้ได้ดีขึ้น ปัจจุบัน โรงเรียนชั้นนำในหลายประเทศเดินเข้าสู่แนวทางใหม่นี้ และรัฐบาลของบางประเทศเช่น แคนาดา กำหนดให้โรงเรียนต้องมี ธิงกิ้ง โปรแกรม  ขณะที่ เวลส์ มีคู่มือของรัฐให้ครูนำไปใช้จัดการเรียนการสอนแบบ ธิงกิ้ง โปรแกรม ?เพื่อให้เด็กมีทักษะการคิด

 แม้จะเพิ่งเริ่มดำเนินการมาได้แค่กว่าปี แต่ เพชรชุดา บอกว่า เด็กมีความกระตือรือร้นและกล้าแสดงออกมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของโรงเรียนที่ต้องการสร้างคนที่จะอยู่ในสังคมยุคนี้ซึ่งเป็น ครีเอทีฟ โซไซตี้ คนที่จะอยู่ในสังคมแบบนี้ได้ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักการคิดวิเคราะห์ จึงจะสามารถแข่งขันกับคนอื่นได้

 0 สุพินดา  ณ มหาไชย 0