พระหลวงปู่ทวดวัดช้างให้
เหรียญหลวงพ่อดำวัดตุยงรุ่นแรกปี๒๕๑๖
ระหว่างลงพื้นที่พบชาวบ้าน

พิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ แขวนพระหลวงปู่ทวดหลวงพ่อดำ..."ดับไฟใต้"

“เขตเมืองใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้” เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักที่กลุ่มคนร้ายพยายามใช้เป็นสนามในการก่อเหตุเพื่อเร่งอุณหภูมิไฟใต้ให้พุ่งสูงขึ้นมาโดยตลอด ด้วยเหตุผลเพราะจุดดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ไข่แดง ที่เจ้าหน้าที่รัฐเฝ้าระวังมากที่สุด ไม่แพ้เป้าหมายเชิงสัญลักษณ์อื่นๆ เพราะหากเกิดความปั่นป่วนคราใด แรงกระเพื่อมจากความไม่สงบจะทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายบ้านเมืองทันที เพราะในเขตชุมชนจะมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก อีกทั้งภาพและข่าวเหตุการณ์ที่ปรากฏผ่านสื่อจะส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐอาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบได้ทันที

  ดังนั้นการปฏิบัติภารกิจดูแลพื้นที่เขตเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนทั้งพุทธและมุสลิม อีกทั้งยังมีสถานที่สำคัญ อาทิ ศูนย์ราชการ ย่านเศรษฐกิจการค้า จึงมิได้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ หรือกองกำลังฝ่ายรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานะเจ้าบ้าน หรือเจ้าของพื้นที่ที่จะต้องประสานมือและผนึกกำลังกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อทำหน้าที่ปกป้องชุมชนของตนเองให้พ้นจากภัยผู้ก่อความไม่สงบ

 “เทศบาลเมืองปัตตานี” ภายใต้การนำของนายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี พยายามอุดช่องโหว่ และลดช่องว่างเพื่อไม่ให้แนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบแทรกซึม หรือแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือกำลังเจ้าหน้าที่ ๓ ฝ่าย ทั้ง พลเรือน ตำรวจ และทหาร เพื่อลดความสูญเสียในชีวิต ทรัพย์สิน รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ แต่กระนั้นก็มิอาจเลี่ยงหนีการตกเป็นเป้าในการก่อเหตุความรุนแรงของกลุ่มคนร้ายได้

 “เราสร้าง เขาเผา เราพัฒนา เขาระเบิด บางทีมันก็รู้สึกหดหู่และท้อแท้จนอยากจะร้องไห้ ก็ได้แต่เก็บความรู้สึกเอาไว้ เพราะเราอาสาชาวบ้านเข้ามาทำหน้าที่บริหารท้องถิ่นแล้ว หากออกอาการถอดใจ ประชาชนจะรู้สึกอย่างไร ดังนั้นยามเครียดกับปัญหา ผมมักคิดถึงหลักธรรมที่ว่า เมื่อเกิดได้ก็ต้องมีดับได้ ดังนั้นสักวันหนึ่งความรุนแรงจะต้องยุติลง แม้จะต้องใช้เวลารอคอยก็ตาม” นี่คือเสียงสะท้อนของนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี

 พร้อมกันนี้ นายพิทักษ์ ยังบอกด้วยว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเขตเมืองปัตตานีครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่เพียงแค่สร้างความสูญเสียชนิดประเมินค่ามิได้แล้ว ปัญหาความไม่สงบยังฉุดรั้งการพัฒนาท้องถิ่นแห่งนี้ให้ก้าวเดินช้าลงทุกขณะ เพราะงบประมาณถูกนำมาชดเชยผลพวงหรือผลกระทบจากสิ่งที่แนวร่วมก่อไว้ จนแทบจะไม่มีโอกาสนำเม็ดเงินไปพัฒนาพื้นที่ให้มีความทัดเทียมกับภูมิภาคอื่นได้เลย ขณะเดียวกัน การบริหารงานท้องถิ่นในดินแดนที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ ศาสนา และประเพณี ก็นับว่าเป็นงานที่ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงอยู่แล้ว แต่เมื่อมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้การพัฒนาท้องถิ่นเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากขึ้นหลายเท่าตัว

 การทำงานในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ “กำลังใจ” โดยเฉพาะการได้รับแรงสนับสนุนจากชาวบ้าน ยิ่งทำให้มีกำลังใจเดินหน้าร่วมแก้ปัญหาความไม่สงบ และสถาปนาสันติสุขให้ปรากฏอย่างยั่งยืน ในพื้นที่นี้ตลอดไป ทั้งนี้จะใช้วิธีการเดินหาชาวบ้าน เช่น แวะจิบน้ำชากับประชาชนทุกเช้า เข้าร้านข้าวแกงข้างทางในช่วงกลางวัน หรือออกกำลังกายในตอนเย็นกับประชาชนทุกศาสนาทั้งชาวไทยพุทธ ไทยมุสลิม หรือชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งการพบปะพูดคุยแบบเปิดใจกับชาวบ้านในเวลาเช่นนี้ จะทำให้เราได้กำลังใจที่ดีจากมวลชน เพื่อนำไปใช้ในการทำงานในวันต่อไป

 อย่างไรก็ตาม ด้วยความไม่ถือตัว และเป็นกันเองกับประชาชน พร้อมเดินหน้าลุยทุกสภาวะเช่นนี้เอง ที่ทำให้หลายครั้งนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ต้องเฉียดเหตุการณ์ “ระทึกขวัญ” ชนิดเดินผ่านความเป็นและความตายแบบเส้นยาแดงผ่าแปดมาแล้วหลายครา แต่มีอยู่ ๒ ครั้งที่พูดได้ว่า "รอดมาอย่างไม่น่าเชื่อ" คือ เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณโชว์รูมรถยนต์ยี่ห้อหนึ่งกลางเมืองปัตตานี เมื่อไม่นานมานี้ โดยทันทีที่ทราบเหตุ ได้เดินทางเข้าพื้นที่กับเจ้าหน้าที่ และเมื่อตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวแล้ว ได้เกิดระเบิดซ้ำเป็นลูกที่สองบริเวณใกล้เคียงจุดแรก แต่เคราะห์ดีที่ไม่อยู่ในรัศมีแรงระเบิด จึงรอดพ้นอันตรายมาได้อย่างเหลือเชื่อ

 ส่วนอีกเหตุการณ์หนึ่งคือ เหตุการณ์ระเบิดร้านกาแฟกลางเมือง ซึ่งก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าได้แวะเพื่อจะจิบน้ำชาร่วมกับชาวบ้าน แต่บังเอิญมีโทรศัพท์จากลูกน้องแจ้งประชุมด่วน โดยทันทีที่รถเคลื่อนตัวพ้นหน้าร้านกาแฟ ได้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นที่บริเวณหน้าร้าน นอกจากนี้แล้วยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่เจ้าตัวบอกว่าแคล้วคลาดและพ้นภัยมาได้ เช่น เกิดระเบิดก่อนที่จะเดินทางไปถึงพื้นที่เป้าหมาย หรือแม้กระทั่งเสร็จสิ้นภารกิจจุดใดจุดหนึ่งแล้วเดินทางออกจากพื้นที่ดังกล่าวไม่นาน ก็เกิดเหตุความรุนแรงตามหลังทันที

 “โดยส่วนตัวเชื่อว่าสองเหตุการณ์นั้นที่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด อาจเป็นเพราะความมุ่งมั่นตั้งใจดีที่จะช่วยพัฒนาบ้านเมืองและชาวบ้านให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงทำให้อานิสงส์แห่งการคิดดี ทำดี ช่วยโอบอุ้มให้เรารอดพ้นและแคล้วคลาดจากเคราะห์ภัยมาได้” นายพิทักษ์ กล่าว

 ส่วนพระเครื่องคู่ใจของนายกเล็กเมืองปัตตานี ชนิดไม่ยอมให้ห่างกายยามต้องก้าวเท้าออกจากบ้านเพื่อทำหน้าที่ผู้บริหารท้องถิ่นในทุกๆ วัน ประกอบด้วยพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน รุ่นแรก ปี ๒๔๙๗ พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด ปี ๒๕๐๕ และเหรียญหลวงพ่อดำ วัดตุยง จ.ปัตตานี รุ่นแรก ปี ๒๕๑๖ ซึ่งตลอดชีวิตไม่ว่าจะขึ้นเหนือหรือล่องใต้ ก็แขวนชนิดไม่ยอมห่างจากคอ จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ สำหรับพระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด ปี ๒๕๐๕ ได้นั่งรถไฟไปเช่าจากวัดช้างให้มากับมือตนเอง ส่วนเหรียญหลวงพ่อดำ วัดตุยง ได้รับมอบมาจากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ พระทั้ง ๓ องค์นี้เป็นสิ่งสำคัญที่ติดตัวตลอดเวลา

 “ทุกครั้งที่ผมเดินเฉียดความตายจากเหตุความไม่สงบ ผมก็รู้สึกหวั่นใจเหมือนกัน ซึ่งสิ่งที่ช่วยได้ก็คือการนั่งสมาธิก่อนนอนทุกคืน สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราสงบ ลดความกลัว และความฟุ้งซ่านได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ผมถือว่าเป็นกุญแจชีวิตดอกสำคัญที่ช่วยให้ผมไม่ท้อแท้ที่จะแก้ไขปัญหาในพื้นที่จนกว่าลมหายใจจะหาไม่ หากเราเชื่อมั่นในธรรมคุณ และพุทธคุณ พร้อมตั้งมั่นในศีลปฏิบัติตนอยู่ในกรอบความถูกต้อง เชื่อว่าคุณความดีในสิ่งที่เราศรัทธา จะช่วยปกป้องให้พ้นจากภัยอันตราย เว้นเสียจากเมื่อชีวิตเดินมาถึงวาระสุดท้ายแล้วเท่านั้น” นายพิทักษ์ กล่าวย้ำเจตนารมณ์อันแน่วแน่

"สุพิชฌาย์ รัตนะ / ศูนย์ข่าวเนชั่นภาคใต้ "