เอกชนมาบตาพุดลุ้นเดินหน้าโครงการสิ้นปีนี้

เอกชนมาบตาพุดลุ้นภาครัฐออกใบอนุญาตประกอบโรงงานในสัปดาห์หน้า หวังเดินหน้าโครงการที่หลุดคำสั่งศาลภายในปีนี้

 นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. กล่าวถึงกรณีการยื่นอุทธรณ์ของเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เป็นไปตามกระบวนการกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้ แต่เห็นว่าการประกาศประเภทกิจการรุนแรง 11 ประเภทนั้น คลุมกลุ่มอุตสาหกรรมเกือบทั้งหมดอยู่แล้ว ส่วนที่หลุดออกไป 7 ประเภทนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม

 นายชลณัฐ ญาณารณพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลล์ จำกัด บริษัทในเครือเอสซีจี กล่าวว่า โครงการในมาบตาพุดของกลุ่มเอสซีจี มี 18 โครงการที่ถูกระงับไว้ชั่วคราว คาดว่าการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ หรือ เอชไอเอ จะแล้วเสร็จภายในปีนี้ และสามารถเดินเครื่องได้ภายในปี 2554 อย่างไรก็ตาม หากหน่วยงานรัฐสามารถออกใบอนุญาตได้เร็วก็อาจจะมี 5-6 โครงการที่สามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในปีนี้

 นายวีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท.เคมิคอล กล่าวว่า โครงการลงทุน 7 โครงการของบริษัทที่ลงทุนในมาบตาพุดนั้น ถูกปลดออกจาก 11 ประเภทกิจการรุนแรง จำนวน 6 โครงการ จะกลับมาเดินเครื่องได้ภายในปีนี้ได้แน่นอน หากภาครัฐสามารถออกใบอนุญาตประกอบกิจการหรือยกเลิกประกาศกิจการรุนแรง 8 ประเภทเดิม ของกระทรวงอุตสาหกรรมได้ในสัปดาห์หน้า

 สำหรับโครงการอีเทนแครกเกอร์ใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ถูกปลดนั้น บริษัทพยายามจะเดินเครื่องให้เร็วที่สุดภายในปีนี้ จากปัจจุบันที่เดินเครื่องได้ 50% ของกำลังการผลิต อย่างไรก็ตามต้องรอให้โรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6 ได้รับใบอนุญาตจากภาครัฐ เพื่อเดินหน้าโครงการก่อน

 ขณะที่ นายสุทธิ อัชฌาศัย แกนนำเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าพร้อมจะชี้แจงข้อมูลเรื่องที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติตัดกิจการรุนแรงจาก 18 โครงการเหลือ 11 โครงการ ว่า เป็นเรื่องที่ดี ที่ทุกคนต่างก็อยากทราบเหตุผล และใช้หลักการและมาตรฐานอะไรจึงตัดออกเหลือแค่นั้น

คมชึดลึก