เหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมัน 4 หมื่นลิตรล่มกลางอ่าวฉลอง จ.ภูเก็ต เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 4 กันยายน พ.ต.ท.ประเสริฐ ศรีคุณรัตน์ รอง ผกก.8 กก.ตร.น้ำ ได้รับแจ้งจากลูกเรือโชคถาวร 6 ซึ่งแล่นออกไปจากอ่าวฉลอง เพื่อนำน้ำมันไปส่งให้แก่โรงแรมที่บริเวณเกาะราชาใหญ่ว่า มีน้ำทะเลทะลักเข้าภายในเรือ ขอให้ช่วยเหลือเป็นการด่วน หลังได้รับแจ้งจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำภูเก็ต นำเรือคุณพุ่ม หรือเรือ ต.814 ออกไปช่วยเหลือ
จุดเกิดเหตุห่างจากอ่าวฉลองไปทางเกาะราชาใหญ่ประมาณ 10 ไมล์ทะเล พบเรือบรรทุกน้ำมันชื่อเรือโชคถาวร 6 กำลังจมดิ่งลงสู่ก้นทะเล เจ้าหน้าที่จึงรีบช่วยเหลือลูกเรือ 4 คน ท่ามกลางกระแสคลื่นแรงสูงกว่า 4 เมตร กลับขึ้นอยู่บนเรือโชคถาวร 8 ซึ่งเป็นเรืออีกลำที่แล่นคู่ไปกับเรือถาวร 6 ได้อย่างปลอดภัย
พ.ต.ท.ประเสริฐ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเรือโชคถาวร 6 บรรทุกน้ำมันจากคลังน้ำมัน ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อนำไปส่งให้ผู้ประกอบการโรงแรมที่เกาะราชาใหญ่ หมู่ 3 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต จำนวน 4 หมื่นลิตร เมื่อเรือลำดังกล่าวขับมาถึงจุดเกิดเหตุ มีฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างหนัก คลื่นสูงกว่า 4 เมตร ทำให้น้ำเข้าไปในเรือจนเรือค่อยๆ อับปางลงทะเล ระหว่างนั้นมีเรือโชคถาวร 8 ซึ่งแล่นคู่กันมาเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปช่วยเหลือลูกเรือรอดปลอดภัย พร้อมกันนี้ก็สั่งการให้เจ้าหน้าที่คอยสังเกตการณ์คราบน้ำมัน เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล
ทั้งนี้หลังจากสังเกตการณ์อยู่ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ไม่พบการรั่วไหลของน้ำมันออกมา มีพบบ้างเพียงประปราย คาดว่าเป็นน้ำมันจากห้องเครื่องยนต์ของเรือ เพราะน้ำมันที่บรรทุกไปนั้นมีการซีลไว้เป็นอย่างดี จึงยากที่จะรั่วไหลออกมาได้ หรือหากจะรั่วไหลก็คงใช้เวลาพอสมควร และหากขึ้นสู่ผิวน้ำก็จะระเหยไปในที่สุด จึงไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมบริเวณโดยรอบ
นายวรรณเกียรติ ทับทิมแสง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้รับรายงานกรณีดังกล่าวแล้ว แต่เนื่องจากมีคลื่นลมแรงมากทำให้การเข้าไปในจุดที่เรือล่มยังเข้าไปไม่ได้ แต่สั่งให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมลงพื้นที่ทันทีที่คลื่นลมสงบ เนื่องจากต้องเข้าไปเก็บสภาพน้ำและประเมินทิศทางการรั่วไหลของน้ำมันว่ากระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลในวงกว้างหรือไม่
"บริเวณที่เรือน้ำมันล่ม อยู่ใกล้กับแนวปะการังที่สมบูรณ์ รวมทั้งยังเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงหอยมือเสือขนาดใหญ่ของกรมทรัพยากรทางทะเลฯ ซึ่งได้นำไปปล่อยไว้ 3-4 ปีแล้ว จึงเป็นห่วงว่าหากคลื่นลมพัดไปยังจุดที่มีแปลงหอยมือเสือและแนวปะการัง สารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนจากน้ำมันจะทำให้หอยมือเสือได้รับผลกระทบเจริญเติบโตช้าหรือตายได้" นายวรรณเกียรติ กล่าว
นายวรรณเกียรติ กล่าวว่า ถือว่ายังโชคดีที่เป็นแค่น้ำมันดีเซล ถ้าเป็นน้ำมันดิบจะมีความหนืดมากกว่า และทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้มาก เพราะน้ำมันดิบจะมีคราบที่สามารถพัดเข้าสู่ฝั่งและเก็บกู้ได้ยากกว่า ส่วนน้ำมันดีเซลอาจจะระเหยได้บางส่วนและไม่มีคราบน้ำมันปนเปื้อนบนผิวทะเล
ส่วนแนวปะการังที่เกาะราชาใหญ่ในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการฟอกขาว และพบบางส่วนเริ่มตาย ขณะนี้หากมีน้ำมันปนเปื้อนจะทำให้ได้รับผลกระทบมากขึ้น และที่ผ่านมาในพื้นที่ดังกล่าวเกิดปัญหาปะการังฟอกขาว ทำให้จำเป็นต้องฟื้นฟูอย่างหนัก จึงเกรงว่าปัญหาน้ำมันรั่วอาจจะทำให้เกิดผลกระทบมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเตรียมงบประมาณ 1.5 ล้านบาท เพื่อมาใช้ในการศึกษาปัญหาปะการังฟอกขาวทั่วประเทศทั้งอ่าวไทยและอันดามันเพื่อฟื้นฟู
"ตอนนี้ยังไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่เรือล่มได้เพราะว่าคลื่นลมแรง แต่กรมเจ้าท่าและกองทัพเรือมีทีมเก็บกู้อยู่แล้ว หลังจากคลื่นลมสงบก็จะส่งทีมลงไปสำรวจพื้นที่เพื่อประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นจากคราบน้ำมันอีกครั้ง" นายวรรณเกียรติ กล่าว