ฮุน เซนเลอะล้นเกินระดับ

ผู้นำกัมพูชา ฮุน เซน คงจัดอยู่ในพวกมีอารมณ์แปรปรวน วิตกจริต หลงตัวเอง อำมหิต และพร้อมสั่งฆ่าใครก็ได้ ถ้าใครทำอะไรให้ไม่ถูกใจ

 ลักษณะเช่นนี้ถือเป็นสภาวะปกติของผู้นำการเมืองทรราช กดขี่ข่มเหงประชาชน ทรยศหักหลังเพื่อน ย่อมต้องหวาดผวาเป็นธรรมดา

 การแสดงออกบ้างครั้ง จึงเหมือนพวกบ้าๆ บอๆ เอาแน่นอนทางอารมณ์ไม่ได้ ใครจะคบหาสมาคมกับฮุน เซนต้องระวังตัวให้ดี เพราะมีหลักการอย่างเดียว

 คือผลประโยชน์ของตัวเอง ครอบครัว และพวกพ้อง เพื่อการคงอำนาจ !

 วันก่อนก็ประกาศว่าได้หยุดการแต่งตั้ง ทักษิณ ชินวัตร ให้เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวและที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชา โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน แต่อ้างว่าทักษิณลาออกเพราะติดภารกิจอื่นๆ ไม่สามารถให้บริการในฐานะที่ปรึกษาได้

 แต่วงในและความจริงน่าจะเป็นอย่างอื่น ! นั่นคือฮุน เซนมองเห็นแล้วว่าถ้าคบกับทักษิณอยู่ในขณะที่โอกาสต่างๆ ไม่อำนวย มีแต่ซวยกับเจ๊ง

 ดังนั้นเพื่อนรักเพื่อนชัง การคบหาตั้งอยู่บนผลประโยชน์ จึงต้องแยกกันชั่วคราว จะสั้นยาวเพียงใดขึ้นอยู่กับความสามารถว่าพรรคเพื่อคนหนีคุกชนะเลือกตั้งหรือไม่ หรือแม้แต่ชนะ ส่วนอื่นของอำนาจรัฐไทยจะยอมหรือไม่

 การเลิกจ้างทักษิณ น่าจะทำให้แกนนำก่อการร้ายแดง ซึ่งซุกตัวอยู่ในกัมพูชาเริ่มหนาวๆ ร้อนๆ นอนหลับตาเมื่อไหร่ ก็เห็นซี่ลูกกรงลอยอยู่ข้างหน้า

 เห็นพรรคพวกในลาดยาวกวักมือเรียก ตัดพ้อต่อว่า เพราะเอาตัวรอด สุขสบาย ใช้ชีวิตในบ่อนกาสิโน มีอาหาร 3 มื้อ เทียบกับพวกคนคุกต้องกินปลายข้าวเสริมวิตามิน กับแกงผักบุ้งเทโพใส่วิญญาณหมู จนตัวมัน มีแรงลากโซ่ไปศาล

 ชะตากรรมของแกนนำแดงสายฮาร์ดคอร์ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ฮุน เซน !

 มีข่าวแว่วว่าหนทางแผ้วทางสู่ความสัมพันธ์อันราบรื่นเหมือนเดิม ระหว่างไทยและกัมพูชา น่าจะถูกปูลาดโดยการสังเวยพวกแกนนำแดง ถูกมัดตัวอกแอ่น เอามาส่งที่ชายแดนปอยเปต หรือส่งเครื่องบินไปรับที่เสียมราฐ

 พวกแกนนำแดงนิสัยเสีย จะไปไหนมาไหน ต้องนั่ง ฮ. หรือเครื่องบิน !

 แหม ! ฮุน เซนยังไม่ทิ้งนิสัยเดิม วันเดียวกับการประกาศเลิกจ้างทักษิณ ทรราชเขมรต่ำก็ยังคงรักษาลายเดิม ออกแถลงการณ์เล่นงานสนธิ ลิ้มทองกุล แถมยังพาดพิงไปถึงพระนเรศวร สั่งนายกฯ มาร์คให้ทำโน่นทำนี่ แบบลืมตัว

 ทั้งๆ ที่กัมพูชาปกครองโดยฮุน เซน แสนจะกระจอก เมื่อเทียบกับไทยภายใต้การนำของนายกฯ มาร์ค สถานภาพผู้นำก็ผิดกัน รอดูการประชุมอาเซมในบรัสเซลส์ก็ได้ ว่าใครดูดี มีสง่าราศี ความเป็นผู้เป็นคนศิวิไลซ์มากกว่ากัน

 แถลงการณ์ฮุน เซน ผ่านหน่วยตอบโต้ทันควัน ลำเลิกบุญคุณแบบเลอะเทอะ ด้วยเรื่องที่มีความจริงครึ่งเดียว แทนที่จะสมานความร้าวฉาน กลับจะสร้างความโกรธแค้นให้คนไทยมากกว่าเดิม ถ้ารัฐบาลนายกฯ มาร์ค ไม่เพิกเฉย

 ในแถลงการณ์นั้น ฮุน เซนทึกทักว่า “ในความเป็นจริง กษัตริย์นเรศวรได้ร้องขอความช่วยเหลือจากกษัตริย์กัมพูชา ระหว่างที่สยามมีราชการสงครามกับพม่า หลังจากสยามเติบโตเข้มแข็งขึ้น สยามลืมว่าใครเป็นผู้มีบุญคุณและประพฤติตัวคล้ายจระเข้ในนิทานพื้นบ้านของกัมพูชา”

 ฮุน เซนเปรียบเทียบการกระทำของสยามครั้งนั้น “คล้ายจระเข้ในนิทานพื้นบ้านกัมพูชา (คล้ายนิทานชาวนากับงูเห่าของไทย) ซึ่งถูกไฟเผาไหม้เกือบถึงแก่ความตาย และได้กราบกรานร้องขอชาวนาให้ช่วยชีวิตและไปส่งยังบึงน้ำ ในการสนองคุณชาวนา จระเข้ยืนยันจะกินชาวนาโดยอ้างเหตุผลว่ามัดมันแน่นเกินไประหว่างหามมันไปส่งที่บึง”

 “นี่เป็นวิถีซึ่งสยามประพฤติ วิถีซึ่งสยามยึดดินแดนของกัมพูชา เช่น จ.สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี เป็นต้น” เห็นหรือยังว่าฮุน เซนมั่วเลอะเทอะเพียงใด คราวนี้อ้างว่า 3 จังหวัดของไทยเป็นของกัมพูชา

 นิทานพื้นบ้านเรื่องจระเข้ก็เพี้ยนๆ จระเข้ปกติจะอยูในน้ำ โอกาสถูกไฟไหม้ย่อมมีน้อย เว้นแต่จะเลื้อยขึ้นบก บุกเข้าเล้าไก่ เล้าหมู และทำให้ตะเกียงล้ม ไฟลุกลามไหม้ตัวเอง กรรมตามทันเร็วกว่าติดจรวด

 ฮุน เซนยังทำแสบ แถลงการณ์แบบเสือก “โฆษกหน่วยงานสื่อ เตือนผู้นำทางการเมืองของไทยอีกครั้งว่า ให้ยุติการรณรงค์ประชดประชันที่มุ่งร้าย การเสนอแนะและการพิจารณาที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่กัมพูชา โดยยกระดับปัญหาปราสาทพระวิหารบนพื้นฐานของแผนที่ซึ่งไม่มีที่มาที่ไป ทำขึ้นฝ่ายเดียวและไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และการสร้างความรู้สึกเป็นศัตรูของคนไทยต่อกัมพูชาเพื่อสนองเป้าประสงค์ส่วนตัวทางการเมืองท่ามกลางความขัดแย้งในหมู่นักการเมืองไทยและการแบ่งแยกอย่างลึกซึ้งของสังคมไทย”
พูดแบบนี้ แทนที่จะสมานฉันท์ น่าจะต้องเตะปากกันก่อนมั้งนิ ! อิอิอิ !!!