อิตาลีดันอาหารประจำชาติเป็นมรดกโลกป้องกันต่างชาติก๊อบปี้เป็นอาหารขยะ

โรม-รัฐบาลอิตาลีมุ่งมั่นผลักดันยูเนสโกให้สถานะมรดกโลกแก่อาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ที่นอกจากจะมีคุณค่าทางโภชนาการ ช่วยยืดอายุผู้รับประทานแล้ว ยังแสดงถึงวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน ขณะที่ ปธน.ฝรั่งเศสมุ่งเป้ายูเนสโกยกย่องอาหารฝรั่งเศส "ดีที่สุดในโลก"

 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคาร (24 ส.ค.) ว่ารัฐบาลอิตาลีใช้ความพยายามอย่างมากในการผลักดันให้องค์การยูเนสโกยกย่อง น้ำมันมะกอก พาสต้า (อาหารประเภทแป้งที่ทำจากแป้งสาลีแบบแผ่นและเส้น) มะเขือเทศ และปลา ที่เป็นอาหารหลักของประชาชนทางตอนใต้ของประเทศในบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ มะเร็งและทำให้ผู้รับประทานมีอายุยืนยาว และแสดงถึงวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น เป็นมรดกโลกที่จับต้องไม่ได้ ในการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลกในเดือนพฤศจิกายน ณ กรุงไนโรบีของเคนยา

      ข้อเรียกร้องของอิตาลีในการผลักดันอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนเป็นมรดกโลก ได้รับการสนับสนุนจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ สเปน กรีซ และโมร็อกโก ซึ่งหากประสบความสำเร็จอิตาลีและพันธมิตรจะต้องออกมาตรการป้องกันการเปลี่ยนแปลงสูตรและขั้นตอนการทำอาหาร รวมทั้งส่งเสริมความรู้ด้านการทำอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนให้ถูกต้อง
  
  ขณะเดียวกันรัฐบาลอิตาลีและสเปนกำลังรับมือกับปัญหาประชากรเป็นโรคอ้วน รวมทั้งการลอกเลียนแบบอาหารที่มีชื่อเสียงของประเทศ เช่น แฮมโปรชูตโต น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ชั้นพิเศษ และเนยแข็งมอสซาเรลลา ที่ต่างประเทศผลิตออกมาในคุณภาพต่ำและได้รับความนิยมมากกว่าอาหารอิตาลีแท้ๆ

 โฆษกยูเนสโกเปิดเผยว่า นายนิโกลาส์ ซาร์โกซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กำลังผลักดันยูเนสโกให้ยกย่องตำรับอาหารฝรั่งเศสเป็น "อาหารที่ดีที่สุดของโลก" ด้วยเช่นกัน