(16ส.ค.) เจ้าหน้าที่ทางการรัสเซีย เปิดเผยว่า หมอกควันพิษที่เป็นสาเหตุให้อัตราการเสียชีวิตในกรุงมอสโคว์พุ่งสูง ได้หวนกลับไปปกคลุมเมืองหลวงแห่งนี้ของรัสเซียอีก โดยนายอเล็กเซ โปปิคอฟ จากหน่วยงานเตือนภัยด้านอากาศ มอสเซโคมอนิเตอริ่ง กล่าวว่า อากาศในกรุงมอสโคว์ เมื่อวันอาทิตย์ มีระดับของก๊าซคาร์บอนมอนน็อกไซด์ เข้มข้นกว่าปกติถึง 5 เท่า แต่ก็มีแนวโน้มว่ากระแสลมจะช่วยสลาย
หมอกควันได้บ้างในวันจันทร์นี้
หมอกควันพิษที่เกิดจากไฟป่าและถ่านหินเลน ได้ปกคลุมกรุงมอสโคว์ จนถึงต้นสัปดาห์นี้ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตและเครื่องบินที่จอดอยู่ตามสนามบินได้เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า เจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน ระบุว่าจุดที่ยังมีไฟป่านอกกรุงมอสโคว์เมื่อวันอาทิตย์ เหลืออยู่ที่ 16 จุด แต่ทางการก็เตือนว่า ไฟป่ายังคงลุกไหม้อยู่ที่วนอุทยานแห่งชาติ ใกล้กับโรงงานวิจัยนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียในซารอฟ ซึ่งอยู่ห่างไปทางตะวันออกของกรุงมอสโคว์ราว 400 กิโลเมตร
ทั้งนี้ ฤดูร้อนในปีนี้ของรัสเซีย ได้ชื่อว่าร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกเมื่อ 130 ปีก่อน ขณะที่อุณหภูมิรายวัน ได้พุ่งถึง 38 องศาเซลเซียส เมื่อเปรียบเทียบกับฤดูร้อนปกติ ที่อุณหภูมิจะอยู่ที่24 องศาเซลเซียส ส่วนพื้นที่ที่ถูกไฟป่าเผาผลาญ อยู่ทางภาคกลางและภาคตะวันตกของประเทศมีประชาชนมากกว่า 50 คน เสียชีวิตเพราะไฟป่า บ้านเรือนกว่า 2 พันหลังคาเรือน ถูกไฟเผาเหลือแต่ซาก
ไฟป่าและความแห้งแล้ง ส่งผลกระทบต่อการปลูกข้าวสาลี จนทางการต้องห้ามการส่งออกในปีนี้ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า คลื่นความร้อนเป็นผลสะท้อนมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพบรรยากาศโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ