ศาลไม่รับอุทธรณ์คดียึดทรัพย์'ทักษิณ'

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา มีมติเสียงข้างมาก 103 เสียง ไม่รับอุทธรณ์คดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท ของ"ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี

(11ส.ค.) ที่ศาลฎีกา เมื่อเวลา 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้พิจารณาประชุมเพื่อลงมติคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 46,373 ล้านบาทเศษ โดยที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 103 เสียง ไม่รับคำอุทธรณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว รวม 5 คน ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินบัญชีเงินฝาก ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ขณะที่เสียงของผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ร่วมประชุมใหญ่ มีจำนวน 4 เสียง ที่ให้รับอุทธรณ์ และมีผู้พิพากษา 12 คน ที่งดออกเสียง

 นายฉัตรทิพย์ ตัณฑประศาสน์ ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องรอดูรายละเอียดเหตุผลที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาลงมติเสียงข้างมากที่ไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว โดยขณะนี้ทีมทนายความยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ

 สำหรับคดีนี้ ศาลฎีกา มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ก.พ.53 ให้ทรัพย์สินซึ่งเป็นเงินจากการขายหุ้น บ.ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และเงินปันผล จำนวน 46,373,687,454.70 บาท ในชื่อบัญชีของ พ.ต.ท.ทักษิณ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร์ นายพานทองแท้ น.ส.แพทองธาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ตกเป็นของแผ่นดิน