ท่าทีน่าสงสัยของรัฐบาล

    รัฐบาลซึ่งประกอบไปด้วยนักการเมือง และกลุ่มผลประโยชน์ รวมตัวกันเข้าบริหารจัดการประเทศ โดยประชาชนหวังว่า ผู้นำรัฐบาล คือนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรู้ ความสามารถ ซื่อสัตย์ สุจริต ยกเอาประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง เพื่อความมั่นคงของประเทศ และสถาบันหลัก แต่นั่นเป็นเพียงทฤษฎีเท่านั้น

     ในความเป็นจริง หาเป็นเช่นนั้นไม่ และรัฐบาลปัจจุบันก็ไม่ได้แตกต่างจากคณะอื่นๆ แต่อย่างใด โดยพิจารณาพฤติกรรม ซึ่งไม่น่าไว้วางใจในเจตนา และความซื่อสัตย์ เนื่องจากมีความฉาวโฉ่หลายครั้งต่อเนื่อง

     รัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ เพิ่งผ่านวิกฤติโดยมวลชนเสื้อแดง โดยการสนับสนุนของพรรคการเมืองเครือข่ายภายใต้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งหลบหนีโทษจำคุก หมายจับในคดีก่อการร้าย ถูกฟ้องร้องหลายคดี และได้เปลี่ยนสัญชาติเป็นชาวมอนเตเนโกรและมีหนังสือเดินทางอย่างน้อย 3-4 ประเทศ แต่ยังพยายามหวนคืนสู่การชิงอำนาจรัฐผ่านการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนเสื้อแดง นำโดยนายวีระ มุสิกพงศ์

     วันศุกร์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เรือนจำ ได้นำหนังสือของศาลอุทธรณ์ อนุมัติปล่อยตัวนายวีระ มุกสิกพงศ์ ชั่วคราว ขณะที่นายวีระ ออกจากเรือนจำนั้นได้สวมเสื้อเชิ้ตสีแดงเดินออกมาจากเรือนจำ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ไม่ให้สัมภาษณ์เนื่องจากศาลมีคำสั่งห้ามพูดเรื่องการเมือง และต้องรายงานตัวต่อศาลทุกๆ 15 วัน ห้ามออกนอกประเทศ

     ประเด็นน่าพิศวงก็คือ การได้รับการประกันตัวเป็นเพราะนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เบิกความช่วยเหลือนายวีระว่า ในการทำหน้าที่ประสานงานเจรจากับผู้ต้องหา พบว่าไม่มีแนวทางใช้ความรุนแรง และนายวีระ เห็นด้วยกับแนวทางปรองดองของรัฐบาล เพียงแต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่เห็นด้วย และนายวีระ ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวเอง ขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองได้คลี่คลายลงบ้าง โดยรัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในบางพื้นที่

    นี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะการที่เลขาธิการนายกฯ เป็นผู้รับรองนายวีระ เท่ากับว่าผู้นำรัฐบาลเห็นด้วย โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้เสียหาย เช่น ประชาชน ทหาร จากการเผาบ้าน เผาเมือง และพฤติกรรมก่อการร้าย จลาจล ใช้อาวุธสงครามฆ่าทหาร เจ้าหน้าที่รัฐ และประกาศตั้งรัฐไทยใหม่ โดยนายวีระ เป็นหัวหน้า และทำงานเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ในช่วงการชุมนุมประท้วงนานกว่า 2 เดือน สร้างความหายนะให้ภาคธุรกิจจนประเมินไม่ได้แน่ชัดว่าผลกระทบนั้นเป็นกี่หมื่นหรือกี่แสนล้านบาท และวิกฤติที่ผ่านมา ครั้งใหญ่ 2 ครั้งมาจากการนำของนายวีระ และยังไม่สำนึกผิด ทั้งยังเคยถูกกักขัง จำคุก อย่างน้อย 4 ครั้งในคดีร้ายแรง เช่น หมิ่นสถาบันหลัก และก่อความไม่สงบ

    นายกรัฐมนตรีต้องอธิบายถึงวัตถุประสงค์ว่าจะปรองดอง หรือไม่หวาดหวั่นต่อการฟื้นตัวของขบวนการเสื้อแดงเพราะทนายความ นปช.จะทยอยยื่นประกันตัวผู้ต้องหากลุ่มแกนนำ นปช.ทั้งหมด โดยจะเริ่มจากวันที่ 3 สิงหาคมนี้ ซึ่งจะขอประกันตัว นพ.เหวง โตจิราการ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส่วนนายณัฐวุฒิ จะยื่นประกันตัวเป็นคนสุดท้าย เท่ากับมีความเสี่ยงต่อวิกฤติรอบใหม่ เพราะกลุ่มนี้เคยละเมิดเงื่อนไขการประกันตัวและปลุมระดมมวลชนก่อการร้ายดังที่ได้เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม นอกจากนั้นพรรคเพื่อไทยยังจัดกิจกรรมพบปะประชาชน นิทรรศการ 7 วัน 7 ความเจ็บปวดที่เคยจัดขึ้นในกรุงเทพฯ และประกาศว่าจะตระเวนจัดไปทั่วประเทศอีกด้วย