(31ก.ค.) ความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากที่คณะกรรมการมรดกโลก มีมติเลื่อนพิจารณาวาระที่รัฐบาลจะเสนอแผนการบริหารและพัฒนาพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารต่อยูเนสโกที่ประเทศบราซิล
นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าการท่องเที่ยวด่านช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จากการติดตามข่าวทางทีวีช่องของกัมพูชา 2-3 ช่องเมื่อเช้านี้ ( 31 ก.ค.) ทุกช่องโดยเฉพาะช่อง 3 (บายอน) ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ของนางฮุน มะนี เซน ลูกสาวของสมเด็จฮุน เซน ที่มาซื้อกิจการและเป็นประธานบริหารสถานีโทรทัศน์ช่องดังกล่าว ยังมีการนำเสนอข่าวว่า รัฐบาลไทยมีแผนการที่จะยึดปราสาทพระวิหารและดินแดนโดยรอบ โดยจะให้กลุ่มของ นายวีระ สมความคิด เดินทางขึ้นไปยึดตัวปราสาท จากนั้นรัฐบาลจะสั่งการให้กองทัพเข้าไปช่วยเหลือและจะยึดดินแดนบริเวณนั้นในที่สุด
นายหัตชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การเสนอข่าวดังกล่าวไม่ได้เป็นแค่เพียงข่าวลือ แต่มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการทั้งในระดับรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีต่างประเทศ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ก็ออกมาพูดคุยเรื่องนี้ผ่านสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ เช่นเดียวกัน โดยระบุตรงกันว่าหากรัฐบาลไทยทำอย่างนั้นจริงๆ ก็จะดำเนินตอบโต้อย่างถึงที่สุด
นอกจากนี้จากที่ตนตรวจสอบไปยังเพื่อนนักธุรกิจที่อยู่ฝั่งกัมพูชา ทราบว่าคนงานก่อสร้างหรือแผนกอื่นๆ ที่เป็นทหารกองเกินหรือทหารปลดประจำการขณะนี้ก็ถูกเรียกตัวกลับเข้ากรมกองต้นสังกัดเดิมหมดแล้ว และยังทราบว่าขณะนี้ที่บริเวณเขาพระวิหารมีการเสริมกำลังอย่างเต็มอัตราศึกเข้าไปเพื่อเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในวันที่ 7 ส.ค.นี้
ด้านแหล่งข่าวที่ติดตามข่าวชายแดนไทย-กัมพูชามาอย่างต่อเนื่อง ระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือโทรทัศน์ และสื่อทุกแขนงของกัมพูชา ต่างนำเสนอข่าวตรงกันมาตลอดว่าพื้นที่รอบปราสาท 4.6 ตารางกิโลเมตร นั้น เป็นของกัมพูชาตามคำตัดสินของศาลโลก แต่ประเทศไทยเป็นผู้รุกรานและละเมิดอธิปไตยของเขา ซึ่งกระแสดังกล่าวได้มีการปลุกระดมประชาชนมาอย่างยาวนาน มีเพียงประเทศไทยเท่านั้นที่ใช้คำว่าพื้นที่ทับซ้อนแต่เพียงฝ่ายเดียว
แหล่งข่าววิเคราะห์เรื่องนี้ว่า แผนการเสนอรูปแบบการบริหารและพัฒนาพื้นที่รอบปราสาทที่กัมพูชาตั้งใจ จะเสนอให้กับยูเนสโกนั้นเข้าใจว่าเป็นรูปแบบที่ต่างชาติเคยทำให้กัมพูชาเสียดินแดนทางตอนใต้ให้เวียดนาม บริเวณเกาะแห่งหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดในอ่าวไทยออกไปทางกัมปงโสมประมาณ 100 กม.ซึ่งถ้าฝรั่งเศสขีดเส้นแบ่งนั้นตรงๆ เกาะแห่งนั้นจะเป็นของกัมพูชา แต่ฝรั่งเศสขีดเส้นอ้อมเกาะทำให้เกาะนั้นตกเป็นของเวียดนาม
“คิดว่าเขมรคงอาศัยรูปแบบเดียวกับที่ฝรั่งเศสเคยทำกับเขาทำให้เสียดินแดนตอนใต้ จึงเอารูปแบบนั้นมาใช้กับไทยบริเวณเขาพระวิหาร เพราะถ้ายึดตามหลักสากลคือยึดสันปันน้ำ ทั้งปราสาทและดินแดนโดยรอบก็เป็นของไทยอย่างชัดเจน” แหล่งข่าววิเคราะห์