เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 31 กรกฎาคม นายประยงค์ ปรียาจิตต์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นายธำรงค์ ลิ้มชัยกิจ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พ.ต.อ.นราธิป ฟักทองพรรณ พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศิริทรัพย์ รองผบก.ปส.1 บช.ปส. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.และป.ป.ท.จำนวนกว่า 100 นาย เข้าตรวจค้นร้าน"นัว"(NOIR) ซอยลาดพร้าว 122 แยก 26 ถนนลาดพร้าว แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. หลังได้รับการร้องเรียนว่าสถานบันเทิงดังกล่าวได้เปิดให้บริการเกินเวลาจนถึงช่วงเช้า และปล่อยให้เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใช้บริการ
ร้านดังกล่าวเป็นแบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนด้านในที่เป็นห้องโถงขนาดใหญ่มีดนตรีสดเล่น และโซนด้านนอกซึ่งเป็นโต๊ะให้ลูกค้านั่งดื่มกิน เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่พบว่า ภายในห้องโถงด้านในยังเปิดเพลงเสียงดัง โดยมีนักเที่ยวทั้งชายและหญิงจำนวนกว่า 600 คน กำลังนั่งดื่มสุราและเต้นตามเสียงเพลงกันอย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่จึงเปิดไฟและประกาศให้นักเที่ยวอยู่ในความสงบ พร้อมกับขอให้ทุกคนแสดงบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อตรวจสอบอายุ เบื้องต้นพบว่า มีเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการกว่า 30 คน จากนั้นได้ทำการสุ่มตรวจปัสสาวะนักเที่ยวจำนวน 56 ราย เป็นชาย 37 ราย หญิง 19 ราย แต่ไม่พบว่ามีปัสสาวะสีม่วงแต่อย่างใด
นายประยงค์ เปิดเผยว่า การเข้าตรวจค้นในครั้งนี้สืบเนื่องจากมีผู้ประชาชนจำนวนมากร้องเรียนไปยังนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่าสถานบันเทิงแห่งนี้ได้ลักลอบเปิดบริการโดยไม่มีใบอนุญาตและเปิดเกินเวลา อีกทั้งยังมีการปล่อยให้เยาวชนเข้าไปใช้บริการ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ 3 หน่วยงานคือ ตำรวจ บช.ปส. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.และป.ป.ท.สนธิกำลังกันเข้าทำการตรวจค้นในเวลา 03.00 น. ก็พบว่าร้านยังเปิดให้บริการอยู่ ซึ่งถือว่าเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ยังพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการอีก 30 กว่าคน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทางผู้ปกครองมารับตัวกลับไป
นายประยงค์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนนายมนตรี สุภาพ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1299/182 ซอยวชิรธรรมสาธิต 57 แขวงบางจาก เขตพระโขนง ผู้จัดการร้านดังกล่าว ก็พบว่าทางร้านเปิดให้บริการโดยไม่ได้ขออนุญาต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีกับผู้ประกอบการตามกฎหมายให้ครบทุกข้อหาคือ เปิดสถานบริการโดยไม่มีใบอนุญาต จำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และปล่อยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการ โดยหลังจากนี้จะเสนอให้ตำรวจทำการปิดตามกฎหมายต่อไป
"สำหรับสถานบริการในกทม.และปริมณฑลนั้น ยังมีอีกหลายจุดที่ทำผิดกฎหมายทั้งเปิดเกินเวลา และปล่อยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการ ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจค้นอย่างเข้มงวดต่อไป รวมทั้งจะนำกำลังเข้าไปตรวจสถานบริการตามต่างจังหวัดที่เป็นจังหวัดใหญ่ หรือเมืองท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากได้รับร้องเรียนว่ามีการทำผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน" นายประยงค์กล่าว
นายภิญโญ ทองชัย เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) เปิดเผยถึงผลปฏิบัติการของชุดเฉพาะกิจปราบปรามแหล่งอบายมุขและสถานบริการผิดกฎหมายว่า ในช่วงกลางดึกวันที่ 30 ก.ค.ชุดเฉพาะกิจร่วม 3 หน่วยงาน อาทิ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ป.ป.ส. และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นำกำลังออกตรวจสอบสถานบริการที่เปิดให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ และเปิดให้บริการจนถึงรุ่งเช้า โดยเป้าหมายของการตรวจสอบมี 2 จุด เป็นแหล่งสถานบริการย่านตลาดนัดสวนจตุจักรและย่านวังทองหลาง พบว่าสถานบริการย่านตลาดนัดสวนจตุจักรได้ปิดร้านในเวลา 01.00 น. ชุดเฉพาะกิจจึงยกเลิกภารกิจในเป้าหมายแรก และนำกำลังไปยังเป้าหมายที่ 2 ย่านวังทองหลาง ตามที่ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลพบว่า ร้านนัว วังทอง หลาง เปิดให้บริการจนถึงเวลา 05.00 น. ดังนั้นในเวลา 03.00 น. ชุดเฉพาะกิจได้เข้าตรวจค้นพบว่าภายในร้านมีนักเที่ยวประมาณ 600-700 คน ในจำนวนดังกล่าวมีเยาวชนอายุไม่ถึง 20 ปี 30 คน ผลการตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติด เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับแต่งอาคารผิดกฎหมาย และจำหน่ายสุราให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี
นายภิญโญ กล่าวอีกว่า จากการปฏิบัติการของชุดเฉพาะกิจทำให้พบข้อมูลว่า มีผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ป.ป.ท.ไปขอเปิดเหล้าฟรีและรีดไถเงินจากสถานบริการ จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการสถานบริการทุกแห่ง หากพบเห็นพฤติกรรมของผู้แอบอ้างขอให้แจ้งความต่อตำรวจในพื้นที่ เพื่อจับกุมดำเนินคดี หากพบเป็นเจ้าหน้าที่ของป.ป.ท.ตนจะดำเนินการทั้งทางกฎหมายและวินัยอย่างถึงที่สุด เพราะที่ผ่านมาไม่เคยส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการคัดเลือกให้ร่วมชุดปฏิบัติการต้องไม่ใช่นักดื่ม ไม่เป็นคนขี้เหล้า ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าการแจ้งความดำเนินคดีจะทำให้รู้ได้ว่า กลุ่มคนใดเป็นผู้แอบอ้างชื่อป.ป.ท.ในทางผิดกฎหมาย