เมื่อ เวลา 14.00 น.วันที่ 30 เม.ย. พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา สบ 10 พร้อมด้วย พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เรียกประชุมคณะทำงานสืบสวนสอบสวนนครบาลติดตามความคืบหน้าคดีระเบิดซอยรางน้ำเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา และระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานด้านการสืบสวน พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 2 พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผู้บังคับการสืบสวนนครบาล เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน
พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวก่อนการประชุมว่า จากเหตุระเบิดทั้ง 2 คดีโดยเฉพาะคดีระเบิดที่เพิ่งเกิดขึ้นที่ซอยรางน้ำเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เป็นสิ่งบอกเหตุว่าถ้าตำรวจยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้เหตุระเบิดก็อาจเกิดขึ้นอีก เมื่อเช้า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สัณฐาน ให้ประสานหน่วยต่างๆ ทั้ง กทม. ทหารเพื่อปรับแผนวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ โดยเฉพาะที่ทิ้งขยะ จุดล่อแหลม ซึ่งมีการแบ่งหน้าที่ดูแลตรวจตรา
พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าของคดีระเบิดที่ซอยรางน้ำขณะนี้ได้พยานหลักฐานมาบางส่วน จากการตรวจสอบพบพบใกล้เคียงบางคดีที่เกิดขึ้นในอดีต ก็จะพยายามนำหลักฐานต่างๆ มาเชื่อมโยง พยายามระมัดระวังป้องกัน พร้อมขอความร่วมมือสื่อและประชาชนหากพบเห็นสิ่งผิดปกติในช่วงนี้ทั้งบุคคลและวัตถุต้องสงสัยขอให้ความร่วมมือกับตำรวจวิธีที่ง่ายที่สุดคือโทรศัพท์มาที่หมายเลข 191 ต้องช่วยกันทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งขบวนนี้ให้ได้ เพราะหากจับกุมไม่ได้เราก็ไม่ทราบว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นอีก พยายามระดมกำลังทุกหน่วยทั้ง บช.ก. บช.น. บช.ส. กองพิสูจน์หลักฐานเพื่อช่วยกันคลี่คลายคดีติดตามกลุ่มคนร้ายให้ได้โดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าคดีระเบิดที่ซอยรางน้ำ กับที่ห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ เชื่อมโยงกันหรือไม่ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า ลักษณะของระเบิดคนละรูปแบบแต่เป็นชนิดที่ใช้ขว้างเหมือนกัน ล่าสุดทางผู้เชี่ยวชาญได้บอกว่าระเบิดที่ซอยรางน้ำเป็นระเบิดที่ผลิตในประเทศจีน โดยมีวิธีการทำงานด้วยการถอดสลัก ใช้หนังยางพันไว้แล้วใช้น้ำมันโซล่าเพื่อให้หนังยางเปื่อยและเมื่อกระเดื่องหลุดออกระเบิดก็ทำงาน เป็นจังหวะที่ผู้บาดเจ็บซึ่งเก็บของเก่าขายเข้าไปจึงได้รับบาดเจ็บ จากการเปรียบเทียบพบว่าเป็นระเบิดขว้างเหมือนกัน แต่วิธีการทำให้ระเบิดต่างกัน ขณะเดียวกันก็พบว่าคล้ายกับเหตุระเบิดที่เคยเกิดในอดีตโดยผู้เชี่ยวชาญได้บอกแล้วว่าใกล้เคียงคดีใด ซึ่งเราจะนำมาประมวลรวมกันเพื่อนำไปสู่ตัวคนร้ายให้ได้ส่วนผู้อยู่เบื้องหลังถ้ายังจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุไม่ได้ เราก็ต้องช่วยกันลำพังตำรวจคงไม่ประสบความสำเร็จโดยเร็วต้องขอความร่วมมือประชาชนเป็นหูเป็นตาถ้าช่วยกันเชื่อว่าเราจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ และนำไปสู่ผู้อยู่เบื้องหลังได้โดยเร็ว
ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ออกมาตำหนิการทำงานของตำรวจว่าไม่รอบคอบ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า ส่วนใดที่บกพร่องซึ่งตนรับผิดชอบในส่วนของ บช.น. ก็จะพยายามแก้ไข แต่ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบขณะเดียวกันก็ยอมรับ และจะพยายามทุกวิถีทางระดมกำลัง รวมทั้งฝ่ายธุรการมาช่วยตรวจตรา แต่ส่วนที่เหตุเกิดก็จะพยายามแก้ไขต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากคดีระเบิดทั้ง 2 เหตุเชื่อมโยงกับการก่อการร้ายจะต้องส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการหรือไม่ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า ส่วนสำนวนการสอบสวน ที่เป็นเอกสารหากเชื่อมโยงก็เหมือนเดิมให้พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. รับผิดชอบไป แต่ส่วนของ ตร. เรามีหน้าที่สืบสวนสอบสวนอยู่แล้วเราคงไม่ปัดความรับผิดชอบไปให้หน่วยหนึ่งหน่วยใดทำเพียงผู้เดียว เรามีอำนาจโดยตรงในการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ช่วยกันทำงานคลี่คลายคดีให้สำเร็จ
สำหรับความคืบหน้าคดีระเบิดที่ซอยรางน้ำ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด ข้อมูลจากพยานแวดล้อม ต่อไปจะพยายามดูว่าเป็นใครที่เข้ามาวางระเบิดด้วยการนำข้อมูลต่างๆ มาประมวลร่วมกัน ซึ่งภาพที่ได้ยังไม่มีความชัดเจนแต่เราได้อาจารย์จากมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้มาช่วยทำให้ชัดเจนขึ้นทั้งนี้ต้องใช้เวลากับคดีอื่นๆ ที่มักมีประจักษ์พยานเห็น โดยคดีระเบิดคนร้ายจะเข้ามาก่อนแล้วออกไปไม่มีใครรู้ว่าเป็นคนร้ายขณะเข้ามาวางระเบิด ด้านคดีหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ราชดำริยังไม่สามารถสเก็ตซ์ภาพคนร้ายได้แต่เราพอได้ภาพบุคคลที่เกี่ยวข้องในสถานที่เกิดเหตุ แต่ต้องตรวจสอบก่อนว่าเกี่ยวข้องอย่างไร ต้องให้มีความชัดเจนถึงดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ระบุว่าเหตุระเบิดมีความเชื่อมโยงคดีในอดีตนั้นเป็นช่วงการชุมนุมหรือไม่ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า เป็นเหตุที่ต่อเนื่องกันมา ที่ผู้ชำนาญรวบรวมไว้และพยายามจัดหมวดหมู่จัดความเหมือนและความแตกต่างว่าจะเชื่อมโยงคดีไหน รวมทั้งในอดีตได้รูปพรรณคนร้ายอย่างไรบ้าง
“เราไม่อยากคาดเดาไม่อยากไปคิด เราต้องมีพยานหลักฐานคิดว่าใครอยู่เบื้องหลังอยากให้รอพยานลักฐานไปถึง ส่วนของพวกเราก็พอมีข้อมูลอยู่ อาจสันนิษฐานได้ ถ้าเราจับกุม ขยายผลได้เราก็จะตอบคำถามสังคมในเวลานั้นได้ แผนที่ประทุษกรรมให้เกิดเหตุวุ่นวายในบ้านเมืองทั้ง 2 เหตุ ห้วงระยะเวลาคดีแตกต่างกัน ลักษณะระเบิดใกล้เคียงกัน วิธีการทำให้ระเบิดแตกต่างกัน แต่เป้าประสงค์ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองใครเข้าไปได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องวิเคราะห์ด้วยเพราะเรายังจับคนร้ายไม่ได้” พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าว