"ธาริต"เล็งหารือสมช.ประเมินเหตุวางระเบิด2จุด

"ธาริต" เล็งหารือสมช.ประเมินเหตุระเบิด คาดคนร้ายไม่สบโอกาสก่อวินาศกรรมสถานที่ราชการ จึงหันเหไปก่อคดีตามพื้นที่สาธารณะ “เหยื่อบึ้ม” ซ.รางน้ำ อาการสาหัส โอกาสรอด 20 เปอร์เซ็นต์ นอร์เวย์เชื่อมั่นประนีประนอมของคนไทยนำไปสู่ปรองดอง

 (30ก.ค.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงคดีการลอบวางระเบิด 2 จุดว่า สำหรับคดีระเบิดหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาราชดำริ ยังอยู่ระหว่างการประสานให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลส่งสำนวนคดีมาให้พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีสารสนเทศ ในฐานะเลขานุการคณะพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย

 ส่วนคดีระเบิดครั้งล่าสุดซึ่งเกิดเหตุบริเวณซอยรางน้ำนั้น ตนจะนำเข้าหารือกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อประเมินสถานการณ์ก่อนแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง โดยก่อนหน้านี้ข้อมูลการข่าวของดีเอสไอระบุเพียงว่า คนร้ายจ้องก่อเหตุวินาศกรรมหน่วยราชการ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงจึงพุ่งความสนใจไปที่การรักษาความปลอดภัยในศูนย์ราชการต่างๆ คนร้ายอาจไม่สบโอกาสก่อเหตุ จึงหันไปลอบวางระเบิดตามพื้นที่สาธารณะ

“เหยื่อบึ้มซ.รางน้ำสาหัสโอกาสรอด20เปอร์เซ็นต์

 พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พร้อมด้วย นพ.เพชรพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กทม. เดินทางไปยังหอผู้ป่วยหนักศัลยกรรมประสาท รพ.ราชวิถี เพื่อเยี่ยมอาการของผู้บาดเจ็บ โดยพญ.มาลินี ให้สัมภาษณ์ ว่า ชายคนดังกล่าวอาการยังโคม่า แพทย์ยังใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ สัญญาณชีพจรและความดันปกติคาดว่าโอกาสรอดอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นอกจากนี้แพทย์ได้รายงานอาการของผู้บาดเจ็บด้วยว่าแรงระเบิดส่งผลให้ปอดช้ำและแตกทั้งสองข้าง ลูกอัณฑะฉีกขาด กระดูกขาหักทั้งสองข้าง ตาด้านขวาถูกแรงระเบิดและมีสะเก็ดระเบิดฝังอยู่ ส่งผลให้ผู้บาดเจ็บเสียตาด้านขวา ซึ่งหากช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้อาการคนไข้ดีขึ้นหมอจะทำการผ่าตัดหนักส่วนต่างๆของร่างกายที่ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดทั้งหมด ส่วนอาการทั่วไปนั้นผู้บาดเจ็บลืมตาได้เป็นครั้งคราว อาการทางสมองไม่ตอบสนอง ทั้งนี้แพทย์เป็นห่วงว่าหลังการผ่าตัดทางสมองแล้วสมองอาจจะไม่กลับมาเป็นปกติอีก

 พญ.มาลินี กล่าวด้วยว่า หลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดทั้ง 2 จุด ภายใน 1 สัปดาห์นั้น ผู้อำนวยการเขตทั้ง 2 แห่ง และเขตอื่นๆ ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจเฝ้าระวังจุดเสี่ยง ที่สำคัญพนักงานกวาดต้องระมัดระวังจุดที่มีถังขยะวางอยู่ หากพบวัตถุต้องสงสัยสามารถแจ้งสายด่วน 1555 ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้น

 “อยากเตือนและฝากประชาชนทุกคน ช่วยเป็นหูเป็นตาหากพบเหตุไม่ปลอดภัยสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที และอยากเตือนว่าในช่วงนี้อย่าวางใจสถานที่ต่างๆ ที่เป็นจุดล่อแหลมในกรุงเทพฯ ให้สังเกตสิ่งรอบข้างและอยู่ในที่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ถ้ามีกล้องวงจรปิดบริเวณนั้นยิ่งดี เพื่อป้องกันเหตุไม่ปลอดภัย” รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าว   

 นพ.เพชรพงษ์ กล่าวว่า ศูนย์วิทยุสื่อสารจากศูนย์วิทยุพระนครได้รับแจ้งเหตุเมื่อ เวลาประมาณ 01.10 น. วันที่ 30 ก.ค. ว่าเกิดเหตุระเบิดบริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย ใกล้คิง พาวเวอร์( King Power) ซอยรางน้ำ ถนนราชปรารภ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหมดสติเป็นชาย 1 ราย ศูนย์เอราวัณประสานรถพยาบาลระดับสูงกู้ชีพนเรนทรโรงพยาบาลราชวิถี ออกปฏิบัติการ ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี เบื้องต้นผู้บาดเจ็บเป็นชายไม่ทราบชื่อเนื่องจากไม่มีหลักฐานและเอกสารใดๆติดตัว อายุประมาณ 30 ปี ขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยหนักศัลยกรรมประสาท รพ.ราชวิถี ล่าสุด ผลเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบวัสดุคล้ายโลหะฝังอยู่ภายในเนื้อสมอง

นอร์เวย์เชื่อมั่นประนีประนอมของคนไทยนำไปสู่ปรองดอง

 เมื่อเวลา 13.30 น. นางเมเรเธอ ฟเยลด์ บรัตเทอสเตด เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรนอร์เวย์ประจำประเทศไทย เข้าพบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่ออำลาตำแหน่ง ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

 เอกอัครราชทูตนอร์เวย กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีในโอกาสที่ให้ได้เข้าพบเพื่ออำลาตำแหน่ง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีความทรงจำที่ดีในการทำงานในประเทศไทยตลอดระยะการดำรงตำแหน่ง อีกทั้งเคยมาปฏิบัติงานในประเทศไทยมาก่อน นางเมเรเธอ ยังได้ให้กำเนิดบุตรสาวคนแรก ณ ประเทศไทยด้วย เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ยังได้กล่าวชื่นชมคนไทยที่มีความประนีประนอม และด้วยวัฒนธรรมดังกล่าว จะช่วยทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ความปรองดองได้ง่ายขึ้น นางเมเรเธอ ยังได้ถือโอกาสนี้กล่าวถึงเอกอัครราชทูตท่านใหม่ที่จะเข้ามาประจำการในประเทศไทย ซึ่งมีประสบการณ์ที่กว้างขวาง ซึ่งเชื่อว่าด้วยประสบการณ์ดังกล่าวจะมีส่วนช่วยในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้มากขึ้น

 ทางด้านนายกรัฐมนตรี ขอบคุณนางเมเรเธอที่ได้ทุ่มเทการทำงานและมีส่วนร่วมในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการสร้างบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในระหว่างช่วงที่ไทยเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องท้าทาย ในโอกาสที่นางเมเรเธอจะอำลาตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีได้กล่าวอวยพรให้นางเมเรเธอประสบความสำเร็จในการทำงานยิ่งๆ ขึ้นไป และในส่วนของความตกลง และความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ในด้านต่างๆ ที่ผ่านมาถือว่าเป็นด้วยดี จึงขอขอบคุณนางเมเรเธอ ที่ได้ช่วยสร้างความเข้าใจและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้ก้าวหน้า

 ในตอนท้าย นางเมเรเธอได้กล่าวชื่นชมการทำงานของนายกรัฐมนตรี และอวยพรให้นายกรัฐมนตรีประสบความสำเร็จในการทำงานบริหารประเทศ และขอบคุณอีกครั้งในการให้โอกาสในการเข้าพบเพื่ออำลาตำแหน่งในครั้งนี้