ปล่อยตัว“วีระ"สั่งห้ามออกนอกกรุง-นอกปท.

ศาลอุทธรณ์สั่งปล่อยตัว“วีระ”ปธ.นปช.ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย ตีราคาประกัน 6 ล้าน กำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ-พ้น กทม. เว้นแต่ศาลอนุญาต ห้ามร่วมชุมนุม ให้รายงานตัวทุก 15 วัน ขณะที่ดีเอสไอยื่นฝากขัง11 แกนนำ นปช. เป็นครั้งที่ 5 อีก 12 วัน ถึง 13 ส.ค.

(30ก.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 905 ศาลอาญา เวลา 11.55 น. ศาลอุทธรณ์ อ่านคำสั่งที่นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานแนวร่วมประชาธิป ไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ผู้ต้องหาคดีร่วมกันหรือใช้หรือสนับสนุนผู้อื่นให้กระทำความผิดฐานก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา135/ 1-3 และม.83-86 อัตราโทษสูงสุดประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือ จำคุก 3 - 20 ปี และปรับตั้งแต่ 60 , 000 - 1 , 000 , 000 บาท โดยยื่นหลักทรัพย์เป็นเช็คเงินสด จำนวน 3 ล้านบาท

 โดยศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์พยานที่ไต่สวนของผู้ร้อง และพนักงานสอบสวนดีเอสไอ แล้ว เห็นว่า นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เบิกความว่า ในการรับทำหน้าที่ประสานงานเจรจากับผู้ต้องหา ไม่มีแนวทางที่ใช้ความรุนแรง และผู้ต้องหาเห็นด้วยกับแนวทางปรองดองของรัฐบาลเพียงแต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่เห็นด้วย ประกอบกับผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวเองทั้งที่ทราบดีอยู่แล้วเกี่ยวกับความหนักเบาในอัตราโทษของข้อหาที่ถูกดำเนินคดี   และขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองได้คลี่คลายลงบ้าง โดยรัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 แล้วในบางพื้นที่ ขณะที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ได้เบิกความแล้วว่า ขณะนี้ได้สรุปสำนวนคดีเสร็จสิ้นแล้ว จึงเชื่อว่าหากปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาจะไม่ไปยุ่งเกี่ยว หรือรบกวนกับพยานหลักฐานในชั้นสอบสวน หรือการพิจารณาของศาล รวมทั้งพนักงานสอบสวน ยังระบุว่า ในการทำสำนวนคดีผู้ต้องหา ถูกจัดอยู่ในกลุ่มแกนนำ นปช. ที่ไม่ใช่กลุ่มหัวรุนแรง และเมื่อสรุปสำนวนคดีเสร็จสิ้นแล้วไม่ประสงค์ที่จะคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา

 ศาลอุทธรณ์จึงมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา โดยตีราคาประกัน 6 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขสั่งห้ามผู้ต้องหา เดินทางออกนอกประเทศ รวมทั้งออกนอกพื้นที่กรุงเทพ ฯ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น และห้ามไม่ให้ร่วมชุมนุมกับบุคคล หรือกลุ่มบุคคล จำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เว้นแต่จะเป็นการรวมตัวกลุ่มญาติ อีกทั้งห้ามผู้ต้องหาเผยแพร่ข่าวต่อสาธารณะ โดยให้ผู้ต้องหาเข้ารายงานตัวทุก 15 วันตามวัน- เวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด

 ภายหลังศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ปล่อยตัวแล้ว นายวีระ ได้มีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้นมาทันที โดยมีภรรยา และบุตรชาย และคนสนิท มารอให้กำลังใจอย่างคับคั่ง ขณะที่หลังจากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว   เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จะได้ควบคุมตัวนายวีระ เดินทางกลับไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อรอปล่อยตัวตามคำสั่งศาลต่อไป    

 ขณะที่วันเดียวกันนี้ พ.ต.ท.สมชาย เชยล้อมขำ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังนายวีระ ประธาน นปช. กับพวกรวม 11 คน ผู้ต้องหาคดีร่วมกันก่อการร้าย เป็นครั้งที่ 5 โดยระบุในคำร้องสรุปว่า

 ตามคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ครั้งที่ 4 ลงวันที่ 20 ก.ค.53 ขอฝากขังผู้ต้องหาตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. - 1 ส.ค. ซึ่งเป็นวันหยุดราชการนั้น พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนมาโดยตลอดแต่ไม่เสร็จสิ้น ยังต้องสอบปากพยานเพิ่มเติมอีก 10 ปาก และรอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง และนิติวิทยาศาสตร์ อีกเป็นจำนวนมาก ด้วยความจำเป็นดังกล่าว จึงขอฝากขังผู้ต้องหาทั้งหมดไว้อีก 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 - 13 ส.ค.นี้  

 ทั้งนี้ศาลพิจารณาคำร้อง และสอบถามผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์แล้ว จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

 ผู้สื่อข่าวรายงวานว่า สำหรับผู้ต้องหาอีก 10 คนที่ยังถูกขังอยู่ในเรือนจำประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ , นพ.เหวง โตจิราการ , นายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา , นายวิภูแภลง พัฒนภูมิไท , นายนิสิต สินธุไพร นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก และนายก่อแก้ว พิกุลทอง 8 แกนนำ นปช. และนายภูมิกิติ หรือพิเชษฐ์ สุขจินดา คนสนิท พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล , นายอำนาจ อินทโชติ และนายสมบัติ มากทองซึ่งเป็นการ์ด นปช. ผู้ต้องหาที่ 2 - 11