จีเอ็มลั่นจัดทัพรุกไทย-อาเซียนดันเป็นฐานผลิตเบอร์หนึ่งของจีเอ็มโลก

ค่ายรถจีเอ็มเปิดตัวประธานอาเซียนคนใหม่ พร้อมเตรียมทัพรุกตลาดอาเซียนและไทย ดันเป็นฐานการผลิตหลักของจีเอ็มระดับโลก ระบุโรงงานผลิตเครื่องยนต์ดีเซลเป็นโครงการลงทุนใหญ่สุดในไทย ด้านกระทรวงอุตฯ นักลงทุนมะกันเยือนไทยหาลู่ทางลงทุน

นายมาร์ติน แอพเฟล ประธานบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสต์เอเชีย โอเปอเรชั่นส์ จำกัด บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) คนใหม่ เปิดเผยในงานแถลงข่าวเปิดตัวเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า จีเอ็มได้เตรียมแผนงานเชิงรุกสำหรับทำตลาดอาเซียนและไทย โดยเน้นไปที่การเสริมรากฐานให้แข็งแกร่งเพื่อการเติบโต และขยายส่วนแบ่งทางการตลาดทั้งในประเทศไทยและทั่วทั้งภูมิภาค ด้วยการเตรียมผลักดันให้ฐานการผลิตจีเอ็ม ประเทศไทย และอาเซียน ขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางหลักของจีเอ็มในระดับโลก

 ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับการจัดให้เป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของเอเชีย รองจากประเทศจีน และอินเดีย ขณะที่ยอดขายรถยนต์เชฟโรเลตในประเทศไทยเติบโตขึ้นถึง 24% ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ตลาดมาเลเซียมียอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น 20% ในครึ่งแรกของปี ส่วนยอดขายรถยนต์เชฟโรเลตในภูมิภาคนี้ก็เติบโตถึง 22.9% เช่นกัน

 นายแอพเฟล กล่าวถึงความคืบหน้าของการก่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องยนต์ดีเซล มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท ว่าโครงการดังกล่าวทำให้จีเอ็มเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีพันธสัญญาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งโรงงานแห่งใหม่นี้จะผลิตเครื่องยนต์ดีเซลอันล้ำสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการทั้งในประเทศและเพื่อการส่งออก อีกทั้งยังเปิดโอกาสทางธุรกิจแก่คู่ค้าจำนวนมาก โดยจะส่งผลให้เกิดการสร้างงงานใหม่อีกด้วย 

 สำหรับแผนการผลิตและการส่งออกของจีเอ็มนั้น คาดว่าจะสามารถเพิ่มปริมาณคำสั่งซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในเมืองไทยขึ้นอีก 8-10 เท่า ภายใน 3 ปี จากปัจจุบันที่มีคำสั่งซื้อกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 30,000 ล้านบาทภายในปี 2556 และคงตัวเลขนั้นไว้ สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจของไทยและเกิดการจ้างงานอีกนับพันตำแหน่ง ตามแผนการผลิตรถใหม่ทั้งเชฟโรเลต ครูซ ในปลายปีนี้ และรถยนต์ปิกอัพ รุ่นใหม่ในปี 2555

 “อดีตที่ผ่านมาของจีเอ็มในไทยนั้นเป็นเรื่องของการวางรากฐานและสร้างแบรนด์ แต่จากทิศทางที่เกิดกับจีเอ็มทั่วโลก เชื่อว่าตลาดไทยและอาเซียนจะต้องมีวันที่ยอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดดเหมือนประเทศจีน” นายแอฟเฟลกล่าว

 นายแอพเฟล กล่าวถึงภาพรวมตลาดรถยนต์ว่า ตลาดรถยนต์ในประเทศมีพื้นฐานดี และรัฐบาลก็ปรับเป้าหมายอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้ขึ้นไปเป็น 6.5% แสดงให้เห็นความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภค ซึ่งจะตามมาด้วยดีมานด์ของตลาดรถยนต์ และตัวเลขที่คนในอุตสาหกรรมประเมินกันไว้ที่ 7-7.5 แสนคันก็อาจจะเป็นไปได้

 ขณะที่นายศุรพงศ์ พงษ์เดชขจร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังหารือกับนายมาร์ค มีลีย์ รองประธานสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียนและคณะนักธุรกิจสหรัฐ ว่า สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียนนำนักธุรกิจสหรัฐ ที่ลงทุนในไทย 22 บริษัท เดินทางเยือนไทยในวันที่ 29-30 กรกฎาคม 2553 โดยมีกำหนดเข้าพบรัฐมนตรีหลายกระทรวงและจะเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2553 ซึ่งนักธุรกิจสหรัฐต้องการเข้าพบภาครัฐ เพื่อนำเสนอปัญหาให้ภาครัฐแก้ไข เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุน