ธีรยุทธอัดอุทยานคิดค่าเสียหายโลกร้อนตั้งใจโง่รังแกชาวบ้าน

“ ธีรยุทธ ” อัดอุทยานคิดสูตรค่าเสียหายโลกร้อน “ ตั้งใจโง่ ” รังแกชาวบ้าน นักวิชาการฟันธง เสนอกรมอุทยานฯเลิกสูตรค่าเสียหายโลกร้อน เหตุใช้เทคนิคกฎหมายและเครื่องมือเศรษฐศาสตร์รังแกเกษตรกรรายย่อย ชี้มีชาวบ้านอยู่ในกระบวนการ ร่วม 30 ราย

จากการจัดเวทีสัมมนาวิชาการการคิดค่าเสียหายคดีความโลกร้อน : นัยทางวิชาการและกระบวนการยุติธรรม จัดโดยเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.)   โดยมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากกรณีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) คิดค่าเสียหายทางแพ่งในข้อหาทำให้โลกร้อนกว่า 100 คนเข้าร่วมเวที

 นายธีรยุทธ บุญมี ผู้อำนวยการสถาบันธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย   กล่าวปาฐถกาตอนหนึ่งว่า จากการติดตามวิธีการคิดค่าเสียหายทางแพ่ง หรือฟ้องเกษตรกรในข้อหาโลกร้อน ไม่ได้ใช้หลักของวิทยาศาสตร์และสัง คมมาใช้   เนื่องจากรัฐมองข้ามต้นตอ และมองรากเหง้าเดิมของปัญหา ซึ่งเกิดจากอำนาจในสังคมที่ไม่สมดุลและเป็นธรรม ที่มีสาเหตุจากการพัฒนา ทำให้คนจนเป็นเหยื่อของกระบวนการพัฒนาที่เกิดขึ้น ขณะที่รัฐก็เป็นเหยื่อของความรู้เท่าไม่การณ์คือยอมรับการพัฒนาจากโลกตะวันตกโดยไม่ได้นำปรับใช้ให้สอดคล้องกับแต่ละสังคม ซึ่งไม่เพียงแต่ปัญหาการรุกป่าที่แก้ไม่จบ แต่ยังรวมถึงปัญหาในสังคมเมือง สลัม ทุนนิยม ดังนั้นตราบใดทีรัฐยังกระจายอำนาจไม่เต็มที่ก็จะเกิดปัญหา นำมาสู่การปฎิรูปประเทศที่ต้องมองปัญหาด้วยความเข้าใจปัญหาร่วมกัน

   ในส่วนของเกณฑ์เรียกค่าเสียหายคดีโลกร้อน ที่ครอบคลุมแค่เรื่องดิน น้ำ   ต้นไม้ โดยเฉพาะอากาศที่ ร้อนขึ้นโดยนำไปเทียบกับการใช้เครื่องปรับอากาศมาหารว่าจะทำให้อากาศเย็นลงเท่ากับมีป่านั้น ไม่รู้ใช้หลักการอะไรมาคิด แต่เข้าใจว่าเป็นวิธีคิดแบบตั้งใจโง่มากกว่า เพราะแม้แต่ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ยังมองไม่ออกเลยว่าออกมาแบบนี้ได้อย่างไร เขาควรต้องมีรายละเอียดและทำการบ้านมากกว่านี้   อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่ายังมีวิธีคิดอีกหลายสิ่งที่ราชการจะมองอย่างเข้าใจถึงความยุติธรรมเชิงประวัติศาสตร์ เชิงสังคม เชิงเศรษฐกิจ และเอาสภาพความเป็นอยู่ขณะปัจจุบันมาพิจารณา เพราะถ้าเกษตรกรที่ทำไร่เล็กๆยังเป็นผู้ก่อโลกร้อน คนในสังคมทุกภาคส่วนก็ต้องรับผิดชอบด้วย ซึ่งในข้อเท็จจริงแม้แต่กติกาโลกที่บังคับใช้ จีนเองก็ไม่ยอมรับ เพราะถือว่าชาติตะวันตกพัฒนาอุตสาหกรรมานานแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบก่อน ” นักวิชาการ กล่าว

 “ส่วนตัวผมไม่ได้สนับสนุนให้ประชาชนรุกป่า แต่รัฐต้องมีกระบวนการที่ชัดเจนถูกต้อง พิจารณาที่ต้นตอของปัญหา เพราะปัญหาคนจนล้วนแล้วแต่เกิดจากความผิดพลาดจากกระบวนการพัฒนา ทั้งนี้กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมรายละเอียดข้อมูลปัญหาต่างๆในช่วงปีที่ผ่านมา เพื่อเตรียมเปิดแถลงข่าววิพากษ์วิจารณ์ชุดใหญ่อีกครั้งในเร็วๆนี้ โดยเฉพาะการปฏิรูปประเทศ ต้องให้โอกาสคณะกรรมการทำงานและมีความคืบหน้าสักระยะหนึ่งก่อน จึงจะวิพากษ์ได้ ที่ผ่านมายอมรับว่ามีคนเรียกร้องให้แสดงความเห็นค่อนข้างมาก แต่ผมขอรวบรวมข้อมูลอีกสักพักหนึ่งก่อน ” นักวิชาการ ระบุ

 น.ส.บัณฑิตา อย่างดี จากเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.)   กล่าวว่า   จากการรวบรวมข้อมูลคดีความล่าสุดในปี 2553 โดยทีมทนายความของเครือข่าย พบมีสมาชิก ที่ถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา ข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าของรัฐ ครอบคลุมป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทั้งหมด 131 คดี จำนวน 500 รายจากทั่วประเทศ และจำแนกสมาชิกที่ถูกดำเนินคดีความทางแพ่ง ตามมาตรา 97 ของกฎหมายสิ่งแวดล้อม 2535 หรือข้อหาทำให้โลกร้อน   รวม 30 รายมูลค่าความเสียหายรวม 17 ล้านบาท   ขณะนี้อยู่ระหว่างการบังคับคดี 1 ราย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ชำระค่าเสียหาย 1 รายและกำลังจะขึ้นศาลเพื่อสืบพยานโจทก์และจำเลยในวันที่ 3-6 ส.ค.นี้รวม 16 ราย ซึ่งคปท.เห็นว่ากรมอุทยานฯ เลือกฟ้องเฉพาะเกษตรกรรายย่อย และไม่มีวิธีการคิดค่าเสียหายที่ไม่เป็นธรรม  

   ด้านนายเดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า   การจัดทำแบบจำลองการคิดมูลค่าความเสียหายของกรมอุทยานฯ เป็นการใช้เศรษฐศาสตร์ที่ไร้เศรษฐธรรม กล่าวคือมีการคิดค่าเสียหายแบบเลือกปฏิบัติกับเกษตรกรรายย่อย ไม่ได้คิดกับนายทุนที่ครอบครองที่ดินจำนวนมาก   นอกจากนี้ยังคิดค่าเสียหายเฉพาะส่วนที่มีการใช้ที่ดินสำหรับเพาะปลูกพืชไร่ แต่ขาดมองวิถีชีวิตโดยรวม เช่น พื้นที่บ้านห้วยกณฑา ชาวบ้านดูแลป่า 5 พันไร่ แต่ถูกจับเพราะปลูกข้าวโพด 5 ไร่เป็นต้น ตนมองว่าเป็นการใช้เทคนิคทางกฎหมาย ที่สำคัญไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานการสำรวจข้อเท็จจริงเชิงพื้นที่ เนื่องจากมีการสร้างแบบประเมินค่าเสียหายเป็นโปรแกรมสำเร็จรูปไว้แล้ว เพียงแค่กรอกข้อมูลเข้าไป ทั้งนี้ในภาพรวมถือว่าเป็นข้อบกพร่องและขาดความสมบูรณ์ทางเทคนิควิชาการ และเป็นการเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม จึงเสนอให้กรมอุทยานต้องยกเลิกแบบจำลองนี้

คมชึดลึก