ตร.โอนคดีบึ้มหน้าห้างบิ๊กซีราชดำริให้ดีเอสไอ

"บิ๊กอ๊อด"ประชุมคลี่คลายคดีระเบิดหน้าบิ๊กซีราชดำริ เผย นครบาลโอนคดีให้ดีเอสไอแล้ว แต่ตำรวจยังช่วยสืบสวนสอบสวนต่อ ยังไร้เงาออกภาพสเก็ตซ์-หมายจับคนร้าย-ผู้ต้องสงสัย " ขอเวลาตรวจสอบรอบคอบสักระยะ

 (29ก .ค .) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ10) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) เรียกประชุมคณะทำงานสืบสวนสอบสวนนครบาลคลี่คลายคดีระเบิดกองขยะป้ายรถเมล์ประจำทางหน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ โดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบคดีเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงประกอบด้วย พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานด้านการสืบสวน พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 2 พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผู้บังคับการสืบสวนนครบาล พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดาผู้กำกับการสืบสวนนครบาล 5  พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.ลุมพินี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนครบาล 5 ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน

 ภายหลัง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ มอบหมายหน้าที่ให้แต่ละฝ่ายลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนรวมพยานหลักฐานต่างๆ ให้ได้มากที่สุด ภายหลังเกิดเหตุมาแล้ว 4 วัน โดยที่ประชุมได้เร่งรัดติดตามความคืบหน้าทางคดีอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำหลักฐานต่างๆที่ได้มาประมวลเหตุการณ์วางแนวทางการสืบสวนสอบสวนติดตามตัวคนร้ายโยงใยไปยังกลุ่มขบวนการที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีให้ได้โดยที่ประชุมวันนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนครบาล 5 ได้ชี้แจงรายละเอียดในส่วนของภาพที่ได้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดผู้ต้องสงสัยในจุดต่างๆรอบบริเวณที่เกิดเหตุมาชี้แจงในที่ประชุมรับทราบด้วย ท่ามกลางบรรยากาศการหารือที่เคร่งเครียดเนื่องจากจุดเกิดเหตุนั้นเป็นพื้นที่สาธารณะมีผู้คนผ่านไปมาพลุกพล่านจึงยากต่อการควานหาตัวผู้ต้องสงสัยและคนร้ายที่แท้จริงโดยใช้เวลาประชุมหารือประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งจึงเสร็จสิ้น

 พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ เปิดเผยหลังการประชุมว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการแทน ผบ.ตร. ให้มาตรวจสอบติดตามความคืบหน้าของคดีซึ่งมีความคืบหน้ามากพอสมควร ส่วนสำนวนการสอบสวนนั้นทางนครบาลได้ส่งมอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับไปดำเนินการแล้วเมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุคดีระเบิดบิ๊กซีราชดำริมีความเชื่อมโยงกับอีก 2-3 คดี ที่เคยเกิดขึ้นในหลายพื้นที่และส่งไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว โดย พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. ไปประชุมสรุปคดีร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนก็ทำหน้าที่กันต่อเพื่อสนับสนุนข้อมูลด้านการสืบสวนเพิ่มเติมส่งมอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถือว่าทุกฝ่ายช่วยกันทำงานซึ่งคดีคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว

 ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดต่างๆนั้น พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า มีการดำเนินการกันอยู่คืบหน้าไปได้พอสมควรเช่นกัน ส่วนจะมีการออกภาพสเก็ตซ์คนร้ายได้หรือไม่นั้น ขอเวลาในการสอบสวนก่อนเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด เพราะคดีระเบิดที่เกิดขึ้นนี้มีลักษณะคล้ายกับเหตุที่เกิดขึ้นใน ท้องที่ สน.โคกคราม และ สน.นางเลิ้ง ซึ่งเชื่อมโยงและคล้ายเคียงกันดูลักษณะแล้วคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียว การจะออกภาพสเก็ตซ์ได้ต้องรอบคอบต้องดูในหลายระดับหลายรอบ โดยมีทั้งทีมดู ทีมตรวจกล้องวงจร ตอนนี้เก็บหลักฐานมาทั้งหมดแล้วเปรียบกับบุคคลต้องสังสัยว่า สามารถสวมกันได้หรือไม่ในส่วนไหนอย่างไร

 ต่อข้อถามว่า พอจะรู้หรือยังว่าคนร้ายนำระเบิดมาวางในลักษณะอย่างไร พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ ตอบสั้นๆก่อนขึ้นรถว่า กำลังตรวจสอบอยู่ขอเวลาทำงานก่อน