กองทัพยังไม่สั่งเพิ่มกำลังตามชายแดนไทย-เขมร

"เสธ.ทบ." เผยกองทัพยังไม่สั่งเพิ่มกำลังตามชายแดนไทย-เขมร ยันยึดเจรจาลำดับแรก แม่ทัพภาค 2 ยันสถานการณ์ชายแดนยังปกติ พร้อมยันแม้นกองทัพยังไม่เพิ่มกำลังก็มั่นใจควบคุมได้ ผู้ทรงคุณวุฒิกก.คุ้มครองมรดกโลกเผยเขมรล้ำที่ทับซ้อนไม่ได้

 (28ก.ค.) พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก กล่าวภายหลังประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติว่า กรณีปราสาทพระวิหารที่กัมพูชาเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกต่อที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก(ยูนสโก)ที่ประเทศบราซิลโดยไทยได้คัดค้านนั้น ขณะนี้ท่าทีของไทยที่มีต่อกัมพูชานั้นเหมือนเดิมและกองทัพยังไม่มีการสั่งเพิ่มกำลังตามชายแดนแต่อย่างใด ไทยจะไม่ใช้ท่าทีก้าวร้าว หากเกิดปัญหาขึ้นจริงจะใช้การเจรจาเป็นลำดับแรก และผู้เจรจาของทั้งสองประเทศต้องมีอำนาจแท้จริงและต้องไม่นำไปสู่ความรุนแรง แต่ขณะนี้ยังต้องฟังผลการประชุมที่บราซิลก่อนว่าจะเป็นเช่นใด ถ้าแนวโน้มการเจรจาไปในทางที่ดีก็ไม่มีอะไร แต่ถ้าไม่ดีรัฐบาลก็ต้องคุยกันอีกรอบ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ฝ่ายมั่นคงยันเตรียมพร้อมแสดงสิทธิอธิปไตยเหนือดินแดน

 ด้านนายถวิล กล่าวว่า  เราเตรียมการแสดงสิทธิอธิปไตยเหนือดินแดนกรรมสิทธิ์ ข้อสรุปที่ชัดเจนนายกฯได้สั่งให้ทางพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศรับไปพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมเรื่องนี้

 เมื่อถามว่า มีการพูดคุยเรื่องการตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่หรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า มีกำลังเจ้าหน้าที่อยู่แล้วไม่มีแนวทางวางกำลังเพิ่มเติม ในรายละเอียดขอให้ทางรมว.กลาโหมและรมว.ต่างประเทศรับไปพิจารณา เมื่อถามถึงกรณีที่มีชาวกัมพูชาบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนเขาพระวิหาร นายถวิล กล่าวว่า เป็นชุมชนที่ตั้งเป็นร้านค้า มีอยู่แล้วและมีแผนการอพยพเคลื่อนย้าย หรือปลูกสร้างตลาดที่ถูกไฟไหม้ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่บราซิลด้วย

 เมื่อถามว่า จะมีการผลักดันบุคคลที่ล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยหรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า ยังไม่มีความชัดเจนขอให้ทางกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศไปร่วมพิจารณากับผู้นำเหล่าทัพ โดยกรอบเวลาไม่ได้สรุปเป็นที่แน่ชัดต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด

 เมื่อถามว่า บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชามีเรื่องน่ากังวลเรื่องใดบ้าง นายถวิล กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องอื่นๆยังไม่มีเป็นที่น่ากังวล มีเพียงเรื่องปราสาทพระวิหาร ส่วนกรณีสมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชานั้น ก็ไม่มีการแสดงท่าทีใดๆออกมา อีกทั้งยังไม่มีรายงานเหตุผิดปกติถึงการเคลื่อนพลของทหารกัมพูชาเข้ามาประชิดชายแดนไทยแต่อย่างใด และหากมีทางผบ.เหล่าทัพจะแจ้งมายังหน่วยงานความมั่นคง

 นายถวิล ยังกล่าวถึงกรณีการปิดด่านชายแดนไทย-พม่า เมียวดี-แม่สอด จ.ตาก ว่า ทางแม่ทัพภาคได้เดินทางไปพูดคุยกับทางพม่า รวมทั้งนำข้อพิจารณาของกระทรวงพาณิชย์ ตามที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ไปเจรจากับรมช.ต่างประเทศพม่า โดยให้ทางคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาครับไปพิจารณาประกอบด้วย

แม่ทัพภาค2ยันสถานการณ์ชายแดนไทย-เขมรยังปกติ

 พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ขณะที่ไปปฏิบัติราชการที่ จ.บุรีรัมย์ ว่า จากที่ได้มีการประชุมร่วมหลายฝ่าย ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบกับราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดน   โดยเฉพาะรอบบริเวณปราสาทพระวิหาร ราษฎรยังอยู่กันตามปกติ เพราะต่างเข้าใจในสถานการณ์ดี ประกอบกับเจ้าหน้าที่ก็ได้เข้าไปชี้แจงให้ทราบถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น 

 "ส่วนความเคลื่อนไหวที่จะก่อให้เกิดผลกระทบใดๆ ยังไม่ปรากฎ ส่วนผู้ที่จะออกมาเคลื่อนไหวทุกกลุ่มก็สามารถเคลื่อนไหวได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย และให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองเป็นหลัก"แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวและว่า

 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางกองทัพภาค 2 ยังไม่มีการเพิ่มหรือตรึงกำลัง ตามแนวชายแดนแต่อย่างใด เพราะเหตุการณ์ยังเป็นปกติ และมั่นใจว่ายังสามารถดูแลควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ที่รับผิดชอบได้

เครือข่ายปชช.สุรินทร์ยื่นคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร

 เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้  ที่หน้าศาลากลาง จ.สุรินทร์ เครือข่ายประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ผู้รักชาติ นำโดย นายอัครเดช สุพรรณฝ่าย อาจารย์คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ และกลุ่มเครือข่ายประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ผู้รักชาติ ประมาณ 50 คน ได้เข้ายื่นหนังสือผ่านทางจังหวัดสุรินทร์ ไปยังรัฐบาล และองค์การยูเนสโก เพื่อแสดงเจตนรมย์ในการคัดค้านการการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรกดกโลกและคัดค้านแผนการบริหารจัดการพื้นที่ดังกล่าวของกัมพูชาฝ่ายเดียว ซึ่งคณะกรรมการมรดกโลกไม่ควรจะพิจารณาในเรื่องนี้ จนกว่าจะมีข้อยุติในการจัดทำหลักเขตแดนให้แล้วเสร็จ โดยมี นายปิติธรรม ฐิติมนตรี รองผู้ว่าราชการ จ.สุรินทร์ มารับหนังสือ พร้อมยืนยันจะรีบส่งไปยังรัฐบาลให้ทราบโดยเร่งด่วน

 นายอัครเดช แกนนำ บอกว่า การมายื่นหนังสือในครั้ง เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าประชาชนชาว จ.สุรินทร์ ไม่เห็นด้วยที่ยูเนสโกจะพิจารณาเรื่องของปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งเป็นแผนที่ทางกัมพูชาเสนอไปฝ่ายเดียว โดยทางประเทศไทยไม่เห็นด้วย หากยูเนสโกยังไม่คิดทบทวนเรื่องดังกล่าว จะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในพื้นที่และทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งขัดกับเจตนารมย์ของยูเนสโก

 ดังนั้น ชาว จ.สุรินทร์ จึงได้มาร่วมตัวกันและมายื่นหนังสือคัดค้านดังกล่าวไปยังนายกรัฐมนตรี ผ่านทางจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งต่อไปทางกลุ่มเครือข่ายประชาชน จ.สุรินทร์ จะมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ยูเนสโกได้รับทราบว่าเราไม่เห็นด้วย ทั้งการยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ต่อสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ร่วมทั้งองค์การยูเนสโกด้วย

ผู้ทรงคุณวุฒิกก.คุ้มครองมรดกโลกเผยเขมรล้ำที่ทับซ้อนไม่ได้
  
 ขณะที่แหล่งข่าวผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก   กล่าวว่า การประท้วงเป็นนโยบายแห่งรัฐ ซึ่งรัฐบาลคงพิจารณาดีแล้วว่า หากไม่ประท้วงเลยก็คงจะไม่เป็นผลดีต่อประเทศในอนาคต และประเทศไทยสามารถทำได้มากกว่านี้ ในการแสดงออกถึงการไม่ยอมรับ และคัดค้านมติของยูเนสโก โดยการขอคืนสถานะมรดกโลกที่มีทั้งหมดในประเทศไทย ให้กับยูเนสโกก็สามารถทำได้ นอกจากนี้ก็ไม่ต้องห่วงว่า การลาออกจากสมาชิกยูเนสโก จะมีผลกระทบต่อเขาพระวิหาร เนื่องจากในอนาคตก็สามารถสมัครเข้าไปเป็นสมาชิกใหม่ได้ ดังนั้นความยากลำบากในการจัดการปัญหาการพื้นที่โดยรอบเขาพระวิหารก็ตกอยู่ที่กัมพูชา เนื่องจากกัมพูชาไม่สามารถดำเนินกิจการใดๆในพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร

  “ที่ทำแบบนี้ได้ เพราะยูเนสโกไม่มีสิทธิมาจัดการพื้นที่ ที่เป็นบริเวณทับซ้อน   และเมื่อไม่สามารถเข้ามาบริหารจัดการในพื้นที่ดังกล่าวก็จะส่งผลเสียต่อการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของปราสาทเขาพระวิหาร เนื่องจากการขึ้นทะเบียนอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า กัมพูชา จะต้องจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่โดยรอบเขาพระวิหาร และหากตรงกับเขตพื้นที่ทับซ้อนก็จะไม่สามารถดำเนินการใดๆได้เพราะฝ่ายเราไม่ยอม นั่นก็เท่ากับว่า กัมพูชาตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกถอดถอนจากการเป็นมรดกโลก เพราะไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบของยูเนสโกได้ ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาของเราแต่เป็นปัญหาของยูเนสโก และกัมพูชา ที่จะจัดการกับปัญหาดังกล่าว ” แหล่งข่าวผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการมรดกโลก กล่าว

 เมื่อถามว่า ในคณะกรรมการมรดกโลกทั้ง 21 ประเทศ มีที่ไหนที่เห็นด้วย และเข้าข้างฝ่ายไทยบ้าง แหล่งข่าวกล่าวว่า มีอยู่หลายประเทศ ที่ประเทศไทยล็อบบี้ให้สนับสนุน แต่ไม่สามารถบอกได้ว่ามีกี่เสียง อย่างไรก็ตามกัมพูชาก็คงทำอย่างที่ประเทศไทยทำด้วยเช่นกัน