มาร์คแย้มเลิกฉุกเฉินอีก"โด่ง"พบตร.ร่วมม็อบแดง

"อภิสิทธิ์" แจ้งครม.ขอใช้อำนาจเซ็นยกเลิกพรก.ฉุกเฉินเอง แย้มมีพื้นที่ที่ยกเลิกได้อีก ชี้หลังถกสมช.บ่ายนี้ทราบผล เผยครม.โยนปัญหาปชช.จาก6วัน63ล้านความคิดให้หน่วยงาน-คกก.ดูแล "โด่ง"อรรถชัยมอบตัวคดีผิดพรบ.ความมั่นคง

เมื่อเวลา 13.50 น.วันที่ 28 ก.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า ตนเรียนให้ครม.รับทราบความเห็นต่างๆในสังคม รวมทั้งคณะกรรมการปฏิรูป ที่อยากเห็นการเร่งรัดการยกเลิกการประกาศใช้พระราชการกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน(พรก.ฉุกเฉิน)โดยเร็ว

 ตนได้ขอทางครม.เป็นหลักการเอาไว้ว่า แท้ที่จริงอำนาจการยกเลิกไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องผ่านความเห็นชอบครม.แม้ที่ผ่านมาจะทำเช่นนั้น ฉะนั้นจากนี้ไปตนจะขอหารือหน่วยงานความมั่นคงและผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อสามารถที่จะประเมิน หากเห็นสมควรจะประกาศยกเลิกได้โดยไม่จำเป็นที่ต้องนำเสนอต่อครม.เพื่อ พิจารณา ซึ่งตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ในวันนี้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมครม.หารือกันหรือไม่ว่าจะยกเลิกพรก.ฉุกเฉินในพื้นที่ใด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “เดี๋ยวคุยกับสมช.” เมื่อถามว่าโดยสถานการณ์ขณะนี้คิดว่าสามารถยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน เพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ได้อีกครับ ” เมื่อถามว่า จะสามารถยกเลิกได้อีกกี่จังหวัด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “เดี๋ยวบ่ายนี้น่าจะทราบ”

เผยครม.โยนปัญหาปชช.จาก6วัน63ล้านความคิดให้หน่วยงาน-คกก.ดูแล
 
 นายอภิสิทธิ์  กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมครม.สรุปผลโครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิดฯ ซึ่งได้จำแนกว่าสายโทรศัพท์ที่เข้ามามีเรื่องใดบ้าง ซึ่งเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ โดยให้รายงานมาหลังจากนี้ 3 เดือน ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย แบ่งเป็น 2 ส่วน 1.คณะทำงานของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะทำการวิเคราะห์เบื้องต้น 2.จะส่งไปยังหน่วยงาน คณะกรรมการปฏิรูป คณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมา เพื่อดำเนินการ

"โด่ง"อรรถชัยมอบตัวคดีผิดพรบ.ความมั่นคง

 เมื่อเวลา 10.00 น.นายอรรถชัย หรือโด่ง อนันตเมฆ อายุ 45 ปี ดารานักแสดงชื่อดังพร้อมด้วยนายอาคม รัตนนารถ ทนายความส่วนตัว เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ. ศราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.ลุมพินีตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนสน.ลุมพินีครั้งที่1ซึ่งมีพ.ต.อ.ศราวุธ จินดาคำเป็นโจทก์ และนายวีระ มุสิกพงศ์ กับพวกรวม 28คน เป็นจำเลยในข้อหากระทำผิดพ.ร.บ.ความมั่นคงโดยฝ่าฝืนประกาศของผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ฉบับที่5 ลงวันที่ 3 เมษายน 2553 โดยห้ามบุคคลใดเข้าร่วมการชุมนุมในพื้นที่ราชประสงค์และพื้นที่โดยรอบ โดยมีพ.ต.ท.ภิรมย์ จันทราภิรมย์ รองผกก.สส.และพ.ต.ท.ชัยสิทธิ์ ดีสุข พงส.สบ.3 เจ้าของคดีร่วมสอบสวน ซึ่งนายอรรถชัยได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อหาและขอให้การในชั้นศาลต่อไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ตร.จึงพิมพ์ลายนิ้วมือและถ่ายรูปทำประวัติไว้เป็นหลักฐานก่อนอนุญาตให้เดินทางกลับ

  โดย"โด่ง"อรรถชัย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตนเพียงแต่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ที่เจ้าหน้าที่ตร. แจ้งและให้การปฏิเสธตลอดข้อหา ส่วนรายละเอียดนั้นตนไม่ขอเปิดเผยเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกี่ยวกับคดีซึ่งตนเองจะเดินทางไปเบิกความที่ชั้นศาลต่อไป สำหรับข้อหาก่อการร้ายนั้นขณะนี้ยังไม่มีฝ่ายใดแจ้งเข้ามาและตนไม่ทราบ จากนั้นจึงเดินทางกลับ

 ด้านพ.ต.ท. ชัยสิทธิ์ เจ้าของคดี เปิดเผยว่าจากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อหา และขอไปให้การชั้นศาลซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้ไปตนจะรวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนเพื่อเสนอพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องต่อไป ส่วนผู้ต้องหารายอื่นจะได้ทยอยออกหมายเรียกเพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำต่อไป โดยวันนี้ยังมีผู้ต้องหาอีก 2 รายที่ได้ออกหมายเรียกไปคือนายจตุพร พรหมพันธ์ และบุตรชายของพล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก แต่ทั้ง2 รายได้ส่งทนายมาขอเลื่อนนัดออกไปเนื่องจากมีคดีความและภารกิจจึงมาตามนัดไม่ได้