(27ก.ค.) ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า เหตุการณ์ระเบิดหน้าบิ๊กซี ราชดำริ คณะทำงานของพรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการก่อหตุของกลุ่มมืออาชีพ และเชี่ยวชาญวัตถุระเบิด และเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนมีสีใกล้ชิดรัฐบาล ที่สร้างสถานการ์ให้เกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้น อีกทั้งมองว่า การสร้างสถานการณ์นี้ เป็นการกระทำของกลุ่มก่อการร้ายตามที่โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า มีการเชื่อมโยงกลุ่มก่อการร้าย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อหวังผลชีวิตเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ทางพรรคเพื่อไทยมองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดตอนเย็น มุ่งไปยังชีวิตประชาชนมากกว่า ทำให้มองว่า เป็นการกระทำที่อุกอาจ ท้าทายอำนาจรัฐ หากเป็นประชาชนทั่วไปจะมาสามาถประกอบระเบิดตามที่เจ้าหน้าที่ได้แถลงไปแล้ว
นอกจากนี้ การเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่า เป็นคดีอาญาปกติ แต่คนในรัฐบาลต้องการเป็นคดีพิเศษ โดยพรรคเพื่อไทยขอคัดค้านการนำคดีระเบิดหน้าห้างเป็นคดีพิเศษ แต่เกรงว่า กรมสอบสวนดคดีพิเศษ ภายใต้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ จะดองคดี เช่นเดียวกับคดีที่ผ่านมา ที่ไม่ม่วามคืบหน้า เป็นความพยายามของคนในรัฐบาลพยายามตัดตอนคดี สะท้อนให้เห็นว่า ความน่าเชื่อถือของดีเอสไอ และอาจจะมีการโยนความผิดให้ผู้อื่น หากดีเอสไอรับเข้าไปดูแล รัฐบาลอาจจะมีการจัดฉาก เพื่อหวังผลทางการเมือง ไม่ได้ต้องการค้นหาความถูกต้องยุติธรรมอย่างแท้จริง ก่อให้เกิดความหวาดหวั่น และทำให้ประเทศมีภาพลักษณ์เสื่อมเสีย อย่างไรก็ตาม การที่นายกรัฐมนตรีเรียกฝ่ายความมั่นคงเข้าหารือในวันนี้ ( 27 ก.ค.) พรรคเพื่อไทย ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี อย่าเอากรณีนี้อ้างคงพรก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในกทม. และปริมณฑล และอีก 16 จังหวัด ที่ทำให้ถูกมองว่า มีคนมีสีก่อเหตการณ์นี้ขึ้นมา เพื่อต้องคง พรก. ในสถานการณ์ฉุกเฉินไว้