(26ก.ค.) ความคืบหน้ากรณีคนร้ายซุกกองขยะบริเวณป้ายรถเมล์หน้าห้างบิ๊กซีราชดำริ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 8 คนนั้น วันนี้ที่ห้องประชุมปารุสกวัน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ10) พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผบก.ส.2 พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.ลุมพินี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.น.5 และ สน.ลุมพินี เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ร่วมประชุมคดีคนร้ายวางระเบิดที่ป้ายรถเมล์หน้าห้างบิ๊กซีราชดำริ
พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า คดีนี้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.ให้ความสำคัญคดีและเป็นที่สนใจ พร้อมสั่งให้ตนประสานกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการสอบสวนกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ร่วมสืบสวนสอบสวนเหตุดังกล่าว จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นระเบิดชนิด เอ็ม 67 โดยใช้เพียงลูกเดียว แต่ใช้วิธีการพิเศษ ทั้งนี้ปกติจะเป็นระเบิดแบบขว้าง แต่เหตุดังกล่าวคนร้ายนำมาประกอบต่อสายชนวน ตั้งเวลาด้วยนาฬิกา ซึ่งการต่อวงจรระเบิดแบบนี้ทำได้ยากและค่อนข้างละเอียดกว่าเหตุระเบิดของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากลักษณะการต่อวงจรของทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะไม่สลับซับซ้อนเท่าที่ควร แต่จะเน้นปริมาณของวัตถุระเบิดให้เกิดความรุนแรงมากกว่า แต่ครั้งนี้จุดที่เกิดระเบิดขึ้นนั้นเป็นจุดที่คนเดินผ่านสัญจรไปมาโดยตลอด ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเหตุระเบิดที่ผ่านมาพบว่าคล้ายที่คนร้ายก่อเหตุขึ้น 2 แห่ง คือ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 ในท้องที่ สน.โคกคราม และวันที่ 3 เมษายน 2553 ในท้องที่ สน.นางเลิ้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้เอาไว้ได้ทั้งหมด แต่เบื้องต้นยังไม่มั่นใจว่าจะเป็นคนร้ายชุดเดียวกันหรือไม่ เพราะคนร้ายอาจจะมีความรู้เรื่องระเบิดคล้ายๆ กัน แต่อาจเป็นคนร้ายแต่ละกลุ่ม นอกจากนี้จะยังตรวจสอบไปยังต่างจังหวัดว่า เคยเกิดเหตุลักษณะนี้หรือไม่ ทั้งนี้ฝ่ายสืบสวนสามารถเก็บข้อมูลพยานในที่เกิดเหตุมาได้ส่วนหนึ่ง แต่ในส่วนตำหนิรูปพรรณของคนร้ายยังไม่ชัดเจน อาจเป็นเพียงภาพผู้ต้องสงสัย ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเป็นคนร้ายตัวจริงหรือไม่อย่างไร ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบก่อน
"ส่วนกล้องวงจรปิดที่สามารถจับภาพของผู้ต้องสงสัยได้นั้น จะนำมาประกอบกับตำหนิรูปพรรณของคนร้ายที่ได้จากสถานที่เกิดเหตุ รวมทั้งพยานผู้เห็นเหตุการณ์และพยานวัตถุ ซึ่งขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมากพอควร โดยผมจะคอยวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำงานให้เป็นระบบ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและให้งานสืบสวนสอบสวนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว" พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าว
พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า ส่วนสาเหตุที่คนร้ายลงมือก่อเหตุนั้น ได้ให้ความสำคัญทั้งประเด็นการเมืองและการสร้างสถานการณ์ แต่หลังจากเหตุการณ์บ้านเมืองสงบคลี่คลายลงกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติก็ต้องใช้เวลา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังตลอดทุกๆ เหตุ รวมถึงอาชญากรรมทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะเหตุระเบิดอย่างเดียวเท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องมีหน่วยข่าวมาเตือนระวัง พร้อมทั้งให้ประชาชนมามีส่วนร่วม
พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีกำชับผ่านมาทางนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง โดยประสานกับ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และในส่วนของ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. ก็กำชับให้ตนเข้ามาควบคุมการสืบสวนสอบสวนอีกด้านหนึ่ง ขณะเดียวกันต้องระวังไม่ให้เหตุเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าในท้องที่นครบาลหรือในท้องที่ใดๆ ซึ่งทุกจุดเราให้ความสำคัญหมด ทั้งบ้านของบุคคลสำคัญ สถานที่ราชการ บ้านพักสถานทูตทั้งไทยและต่างประเทศ ส่วนเรื่องการจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น เป็นหน้าที่ประเมินของรัฐบาล
พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปทีป ได้สั่งการให้ตำรวจนครบาลและทุกภาคส่วน เพิ่มความเข้มงวดในเรื่องการจัดสายตรวจ เพื่อตรวจระวังป้องกันไม่ให้เหตุเกิดขึ้นในลักษณะนี้ขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังอยู่ในอำนาจการสอบสวนของตำรวจ เพราะยังไม่เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ จึงยังไม่จำเป็นต้องส่งไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อโอนเป็นคดีพิเศษ ตนจะเรียกประชุมอีกครั้งในเวลา 11.00 น. วันที่ 27 กรกฎาคมนี้
ด้านพล.ต.ต.วาสุกรี คำพิทักษ์ โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการชันสูตรศพเบื้องต้นของนายธวัชชัย ทองมาก ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดว่า ถูกแรงอัดระเบิดช่วงอกและท้อง ทำให้มีเลือดออกในช่องอกและท้อง เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต เชื่อว่าญาติผู้เสียชีวิตจะเดินทางมารับศพภายในวันนี้ ขณะที่บริเวณจุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนสัญจรตามปกติแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นได้ภาพจากกล้องวงจรปิด 5 ตัว คือ เซเว่นอีเลฟเว่น ด้านหน้าบิ๊กซี ราชดำริ, โรงแรมอโนมา, ห้างอิเซตัน และกล้องจากเซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนภาพผู้ต้องสงสัยที่กล้องจับได้เป็นผู้ชาย แต่อาจเป็นเพียงคนนำระเบิดมาวางเท่านั้น ไม่ใช่คนที่ประกอบระเบิด ซึ่งผู้ประกอบระเบิดจะต้องมีความเชี่ยวชาญอย่างมาก และคาดว่าในประเทศมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถต่อวงจรระเบิดลักษณะดังกล่าวได้ ซึ่งจะให้ฝ่ายสันติบาลตรวจสอบว่ามีผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดว่าอยู่สังกัดหน่วยไหนบ้าง
รายงานข่าวแจ้งว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุนั้น เป็นระเบิดสังหารชนิด เอ็ม 67 ที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็นระเบิดแสวงเครื่อง และเพิ่งจะมีการใช้เป็นครั้งแรก โดยคนร้ายถอดสลักระเบิดออก แล้วนำสายชนวนต่อเข้าไปแทน ก่อนเชื่อมแผงวงจรเข้ากับฝักแค โดยใช้นาฬิกาข้อมือเป็นตัวตั้งเวลาจุดชนวนระเบิด ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า จากการสืบสวนทางลับพบข้อมูลว่า คนร้ายอาจจะใช้ระเบิดแบบนี้ก่อเหตุขึ้นอีก 2-3 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถระบุจุดเกิดเหตุได้
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มแรก และให้เจ้าหน้าที่ทำงานเร่งรัดในการดำเนินคดีต่างๆ ทั้งนี้ การทำงานภายใต้โครงสร้างของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยร่วมกันทำงาน คิดว่าคงสามารถทำงานได้เร่งรัดมากขึ้น โดยในชั้นต้นตำรวจแจ้งให้ทราบว่ามีบุคคลต้องสงสัยบางกลุ่มอยู่แล้ว แต่ต้องขอเวลารวบรวมหลักฐานก่อน
เมื่อถามว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงทางการเมืองหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น แต่มีข้อเท็จจริงปรากฏอยู่บ้างแล้วในเรื่องความเชี่ยวชาญของการวางระเบิด และชนิดระเบิดที่มีการดัดแปลง มีการเลือกสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน เป็นสถานที่ก่อสร้าง แสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีความต้องการก่อสถานการณ์เพื่อปองร้ายประชาชนทั่วไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องรัดกุมมากขึ้นในการป้องกัน โดยให้เพิ่มมาตรการบริเวณที่มีผู้คนอยู่อย่างหนาแน่นมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนกับท่องเที่ยวได้อย่างไร นายปณิธาน กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องวางมาตรการให้รัดกุมมากขึ้น และเร่งรัดการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้นก็ต้องมีการรับแจ้งเบาะแสมากยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การป้องกัน ซึ่งเคยทำแล้วได้ผลในครั้งที่ผ่านมา ดังนั้นต้องทำในเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้นด้วย
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มไหนที่มาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่น อีกทั้งกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวเกิดเสีย และอยู่ระหว่างการซ่อม ดังนั้นจึงประสานกับทางห้างบิ๊กซีขอดูกล้องวงจรปิด เพื่อหารูปพรรณสัณฐานของคนร้าย รวมถึงการขอข้อมูลจากร้านค้าที่อยู่บริเวณดังกล่าวด้วย ขณะนี้มีผลคืบหน้าพอสมควร อย่างไรก็ตามศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้ ผบช.น.เร่งดำเนินการเรื่องนี้เป็นการด่วน
รมว.กลาโหมกล่าวอีกว่า วันพุธที่ 28 กรกฎาคมนี้ จะมีการประชุมหารือในรายละเอียด ซึ่งได้ให้ ศอฉ.ติดตามเรื่องนี้ด้วยการทำข้อมูลต่างๆ เพื่อเสนอในที่ประชุมเกี่ยวกับภาพรวมในการดำเนินการ โดยเฉพาะตามสถานที่สาธารณชน ป้ายรถเมล์ ห้างสรรพสินค้า รถไฟฟ้าใต้ดิน รวมถึงสถานีขนส่งหมอชิตด้วย ที่จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยจะต้องดูความปลอดภัยที่จะไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และให้ได้รับความปลอดภัย
ทางด้านพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ.เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในฐานะรอง ผอ.ศอฉ.ให้รับทราบแล้ว อีกทั้ง พล.อ.ประวิตรได้สั่งการให้ตำรวจนครบาลไปเอากล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงมาตรวจสอบดู ส่วนจะเป็นกลุ่มไหนต้องรอรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำงานก่อน ทั้งนี้จะต้องดูในทุกมุม และยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับ ศอฉ.ตามที่หลายฝ่ายมองว่าต้องการจะขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพิ่มเติม