ชงศอฉ.คุ้มกันเข้มสถานที่สาธารณะ

"ประวิตร”สั่งนครบาลเร่งติดตามคนร้ายวางระเบิด เอ็ม 67 หน้าห้างบิ๊กซี ยังไม่ฟันธงเหตุระเบิดเชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ เตรียมเสนอที่ประชุม ศอฉ.เพิ่มมาตรการระวังพิเศษตามสถานที่สาธารณะ รถไฟใต้ดิน-หมอชิต-ห้างสรรพสินค้า หวั่นคนร้ายป่วน ย้ำต้องดูแลประชาชนให้ได้รับความปลอดภัยมากที่สุด

(26ก.พ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงเหตุการณ์ระเบิดบริเวณป้ายรถเมล์หน้าห้างบิ๊กซีราชประสงค์ว่า ขณะนี้พล.ต.ท.สัณฐาน  ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กำลังติดตามคดีนี้อยู่ ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายใช้นำระเบิดเอ็ม 67 แบบขว้าง นำมาดัดแปลงใช้วิธีการแบบพิเศษโดยนำมาต่อสายชนวนพร้อมกับตั้งเวลาด้วยนาฬิกาทำให้อนุภาพในการทำลายค่อนข้างรุนแรง ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มไหนที่มาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่น อีกทั้งกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวเกิดเสีย และอยู่ระหว่างการซ่อมอยู่ ดังนั้นจึงได้ประสานกับทางห้างบิ๊กซีขอกล้องดูกล้องวงจรปิดเพื่อหารูปพรรณสันฐานของคนร้าย รวมถึงการขอข้อมูลจากร้านค้าที่อยู่บริเวณดังกล่าวด้วย ซึ่งขณะนี้มีผลคืบหน้าพอสมควร

 เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะสามารถจับคนร้ายได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องดูในรายละเอียดข้อเท็จจริงว่าคนร้ายคือใคร และใครเป็นคนนำมาวาง แต่ขอเวลาให้ทางตำรวจนครบาลติดตามเรื่องนี้ก่อน อีกทั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเร่งดำเนินการเรื่องนี้เป็นการด่วน

 อย่างไรก็ตาม ในวันพุธที่ 28 ก.ค.นี้ คงจะมีการประชุมหารือในรายละเอียด ซึ่งได้ให้ศอฉ.ติดตามเรื่องนี้ด้วยการทำข้อมูลต่าง ๆ เพื่อเสนอในที่ประชุมเกี่ยวกับภาพรวมในการดำเนินการ โดยเฉพาะตามสถานที่สาธารณชน ป้ายรถเมล์ ห้างสรรพสินค้า รถไฟฟ้าใต้ดิน รวมถึงสถานีขนส่งหมอชิตด้วย ที่จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยจะต้องดูความปลอดภัยที่จะไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และให้ได้รับความปลอดภัย

 เมื่อถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการส่งสัญญาณของกลุ่มใต้ดินที่ต้องการแสดงศักยภาพใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ได้พิจารณาถึงขนาดนี้ แต่เหตุการณ์อาจจะเกิดขึ้นจากกลุ่มป่วนเมือง ดังนั้นก็จะต้องติดตามดูแลอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ศอฉ.ได้เพิ่มมาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอยู่แล้ว โดยเฉพาะกล้องพีซีทีวีต้องสำรวจและซ่อมในจุดที่เสียทั้งหมด อย่างไรก็ตามศอฉ. ยังตั้งประเด็นไม่ได้ว่าเป็นกลุ่มไหนที่มาสร้างสถานการณ์ปั่นป่วนในครั้งนี้ ต้องรอข้อมูลจากทางตำรวจก่อน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อต้องการขยายพรก.ฉุกเฉิน ออกไป พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการขยายพรก.ฉุกเฉิน หรือไม่ขยาย เพราะรัฐบาลต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว โดยเฉพาะศอฉ.โดยพยายามทุกอย่างอะไรที่จะทำให้เกิดความรุนแรงหรือไม่ให้เกิดบานปลาย เราก็ไม่ปราถนาให้เกิดแบบนั้นอยู่ จะเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเพื่อไม่ให้ยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ไม่เกี่ยวกัน ทั้งนี้ตนไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงกับการเมืองหรือไม่ต้องการผลการสืบสวนสอบของทางตำรวจเสียก่อน

  พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ. เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลได้รายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรองผอ.ศอฉ.ให้ได้รับทราบแล้ว อีกทั้งพล.อ.ประวิตร ได้สั่งการให้ตำรวจนครบาลไปเอากล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงมาตรวจสอบดู ส่วนจะเป็นกลุ่มไหนต้องรอรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำงานก่อน ทั้งนี้จะต้องดูในทุกมุม และยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องศอฉ.ตามที่หลายฝ่ายมองว่าต้องการจะขยายพรก.ฉุกเฉิน เพิ่มเติม