(24ก.ค.) นางพรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.)แจ้งว่า สสวท.คัดเลือกและจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปร่วมการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ปี 2553 ณ กรุงซาเกรบ ประเทศโครเอเชีย ระหว่างวันที่ 17 - 25 กรกฎาคม นี้ ผลปรากฏว่าทีมเด็กไทย 5 คน สร้างประวัติศาสตร์สามารถคว้าเหรียญทองกลับบ้านครบทุกคน รวม 5 เหรียญทอง และคณะผู้แทนประเทศไทยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม นี้ เวลา 14.20 น. เที่ยวบิน OS 025 โดยนายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะสสวท.จะจัดพิธีต้อนรับแสดงความยินดี ณ ชั้น 2 ด้านในประตูที่ 1 สนามบินสุวรรณภูมิ ตามกำหนด
นางพรพรรณ สำหรับทีมฟิสิกส์ไทยนั้น ประกอบด้วย นายนครินทร์ โลหิตศิริ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นายชยากร พงษ์ศิริ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ นายสิรภัทร จงอร่ามรุ่งเรือง โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ นายอิสระพงศ์ เอกสินชล โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ นายวีรภัทร พิทยครรชิต โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา คณะอาจารย์ที่ร่วมเดินทางประกอบด้วย รศ.สุวรรณ คูสำราญ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอม เกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นหัวหน้าทีม ผศ.ดร.ปิยพงษ์ สิทธิคง จากมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นรองหัวหน้าทีม ผศ.ดร.รัชภาคย์ จิตต์อารี จากมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีม ผศ.ดร.โศจิพงษ์ ฉัตราภรณ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีม และอาจารย์ราม ติวารี จากสสวท.เป็นผู้จัดการทีม
อนึ่งไทยได้เหรียญทองจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศครั้งแรกเมื่อปี 2545 แต่ไม่เคยมีครั้งใดที่ทีมเด็กไทยคว้าเหรียญทองกลับบ้านได้ครบทั้ง 5 เหรียญทอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก และสำหรับการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกส์ระหว่างประเทศเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา ที่ประเทศแม็กซิโก ทีมไทยทำได้แค่ 1 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน
ด้านนายอิสระพงศ์ ซึ่งปีที่แล้วเคยคว้ารางวัลเหรียญเงิน จากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ปี 2552 ที่เม็กซิโก กล่าวว่า รุ้สึกดีใจมากที่ในปีนี้สามารถพิชิตเหรียญทองผลสำเร็จ การแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกมีผลต่อการเรียนของตนรวมถึงเด็กอีกส่วนหนึ่งด้วยเพราะทำให้มีจุดมุ่งหมายในการเรียนรู้มากขึ้น รวมทั้งทุนการศึกษาโครงการโอลิมปิกวิชาการเหล่านี้ล้วนเป็นแรงจูงใจให้หันมาสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น แต่การจะเรียนให้ได้ดีนั้นที่สำคัญต้องค้นหาตัวเองให้พบว่าชอบหรือถนัดด้านใดมากที่สุด แล้วมุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในส่วนของคุณครูมีส่วนสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็กมาก โดยหลายๆครั้งครูผู้สอนวิทยาศาสตร์อาจไม่ได้จบด้านนี้โดยตรง การสอนจึงอาจไม่เข้าถึงแก่นแท้ของเนื้อหาสาระไม่สามารถอธิบายหลักการให้นักเรียนเข้าใจได้ ทำให้อาจเป็นเพียงการท่องจำและรู้สึกเบื่อได้ ซึ่งสำหรับตัวเองโชคดีที่ได้พบคุณครูวิทยาศาสตร์ที่ดี อนาคตตั้งใจจะกลับมาเป็นนักวิจัยใช้ความรู้ที่มีรับใช้ชาติ ตอบแทนคุณแผ่นดินเกิด
นายวีรภัทร ซึ่งเคยคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกจากเม็กซิโกเช่นกัน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่คว้าเหรียญทองสำเร็ต สำหรับอนาคตตั้งเป้าหมายเป็นอาจารย์สอนฟิสิกส์ในมหาวิทยาลัยและทำวิจัยพัฒนาด้านนี้ไปด้วย
นายชยากร กล่าวว่า เมื่อสอบผ่านการคัดเลือกเป็นผู้แทนประเทศไทยครั้งนี้ รู้สึกดีใจมากและพยายามเตรียมตัวพร้อมด้วยการฝึกฝนทำโจทย์บ่อยๆ รวมทั้งเตรียมด้านจิตใจด้วย โดยยึดหลักของตัวเองว่า ตั้งใจเรียนในห้องเรียนให้ดีที่สุด และหมั่นฝึกฝนเต็มที่ อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวสนุกกับการเรียนรู้ฟิสิกส์ โดยเฉพาะภาคปฏิบัติเพราะไม่น่าเบื่อ ชอบที่จะทำการทดลองต่างๆ
นายสิรภัทร กล่าวว่า ความสำเร็จของรุ่นพี่ๆเป็นแรงบันดาลใจให้สมัครเข้าโครงการนี้บ้าง และบอกกับตัวเองว่าอยากทำให้ได้ เมื่อผ่านการสอบเข้าสู่ค่ายโอลิมปิกวิชาการทำให้รู้สึกแข็งแกร่งทั้งด้านสมองและจิตใจ เรียนรู้ฟิสิกส์แล้วรู้สึกสนุก ได้คิดวิเคราะห์ ไม่ต้องท่องจำ วิชาฟิสิกส์เปิดมุมมองโลกทัศน์ทำให้มองสิ่งต่างๆด้วยมุมมองที่เป็นวิทยาศาสตร์ เข้าใจกฎของธรรมชาติมากขึ้น สามารถนำมาสร้างเทคโนโลยีและวิทยาการใหม่ๆได้
นายนครินทร์ กล่าวว่า เรื่องการสอนวิทยาศาสตร์นั้นคุณครูควรสอนเด็กๆให้เข้าใจถึงแก่นและเนื้อหาสาระนั้นๆโดยอาจมีการทดลองหรือปรากฏการณ์ที่เห็นได้ทั่วไป หรือน่าตื่นเต้นมากระตุ้นความสนใจเด็กจะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นหรือเปลี่ยนความคิดมาชอบวิทยาศาสตร์ก็ได้ ส่วนเป้าหมายในอนาคตอยากจะทำวิจัยทางด้านฟิสิกส์ และเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย