ขณะเดียวกันก็ถูกค่อนขอดว่าสุรชัยเป็นเพียงเด็กปลายแถว ไม่ได้มีความสามารถอะไรมากมาย ที่สำคัญไม่ได้มีความใกล้ชิดกับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมาให้ข้อมูล
ประเด็นนี้กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด แต่เชื่อว่าดีเอสไอที่มีผู้นำเป็นถึงอดีตอัยการคงไม่ทำสำนวนการสอบสวนหละหลวมให้เด็กถอนหงอกได้ง่ายๆ แต่การออกมาให้ข่าวตลอดเวลาบางทีก็เป็นดาบสองคม
การกล่าวโทษใส่นักรบชุดดำที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นข่าวด้านบวก ที่ตอกย้ำสายสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มฮาร์ดคอร์กับการชุมนุม เพื่อขยายปมให้เห็นว่าไม่ได้เป็นการชุมนุมโดยสงบตั้งแต่แรก และพยายามโยงไปถึงคนไกลบ้านที่เป็นฐานเงินทุนสนับสนุนคนสำคัญ
แต่ขณะเดียวกันมันก็ฉายให้เห็นแนวทางการต่อสู้คดีให้อีกฝ่ายเห็นอย่างชัดเจน ถึงขนาดมีการช่วงชิงคนในครอบครัวของสุรชัยมาเป็นข้อต่อรอง !?!
สุรชัยอาจจะเป็นเบี้ยตัวหนึ่งบนกระดาน การจะพิสูจน์ความสำคัญของเบี้ยตัวนี้ขึ้นอยู่กับว่า ดีเอสไอมีพยานหลักฐานมาสนับสนุนข้อกล่าวหาได้มากน้อยแค่ไหน ขณะเดียวกันจะสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญที่เหลือได้อีกหรือไม่
กบ-รชต วงษ์ยอด และมดเอ็กซ์นายทหารยศ ร.ต.เป็น 2 ผู้ต้องหาที่ดีเอสไอกำลังต้องการตัวมากที่สุด ในฐานะเป็นผู้ร่วมขบวนการก่อความรุนแรงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และเป็น 2 ใน 4 คนใกล้ชิดเสธ.แดงที่อยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุม
นอกจากคดีก่อการร้าย 'หรั่ง-กบ-มดเอ็กซ์' แล้ว อีกเรื่องที่ต้องเฝ้าจับตามอง คือ เรื่องเพชรของกลางที่ผู้เสียหายยืนยันว่ามีบางส่วนหายไปจากห้องเก็บของกลางดีเอสไอ ?!!
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2553 ภายหลังการกระชับพื้นที่ของทหาร มีผู้ค้นพบเพชรภายในวัดปทุมวนาราม ซึ่งคาดการณ์กันว่าระหว่างเกิดเหตุชุลมุน มีมิจฉาชีพที่ปะปนอยู่กับผู้ชุมนุมฉกติดมือมาด้วย ทหารศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ทำบัญชีของกลาง 46 ถุง ส่งมอบให้ดีเอสไอนำไปเก็บรักษา ต่อมามีผู้มาแสดงตนเป็นเจ้าของและขอรับคืน แต่ปรากฏว่ามีเพชรบางส่วนหายไป
แม้ว่าผู้เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ ทหาร และดีเอสไอจะออกมายืนยันในความบริสุทธิ์ แต่ภายในสัปดาห์หน้าน่าจะมีการตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง โดยจะนำบัญชีของดีเอสไอและทหารมากางตรวจเทียบเคียงกัน เพื่อดูว่ามีเพชรสูญหายไปจริงหรือไม่ และถ้าจริงมันจะมีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านกว่าบาทตามที่เจ้าของกล่าวอ้างหรือไม่