ปชป.ปูดสื่ออิสระฟ้อง“มาร์ค”น้องอดีตผู้สมัครพปช.

โฆษกปชป.ปูดสื่ออิสระแจ้งความ “มาร์ค” เป็นน้องอดีตผู้สมัครพปช. ปัดใช้การประมูล 3 จีกลบคดีเอสเอ็มเอสนายกฯ

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 23 ก.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายบดินทร์ วัชโรบล สื่ออิสระแจ้งความดำเนินคดีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลว่าพยายามฆ่าสื่อมวลชนว่า พรรคเห็นใจผู้ที่ร้องเรียนเพราะเป็นผู้ที่ถูกยิงบริเวณท้องและกระสุนยังฝังอยู่ แต่อยากให้ความมั่นใจว่า สาเหตุของการถูกลูกหลงในวันนั้นไม่ว่าใครที่เป็นผู้ดำเนินการ หากพิสูจน์ว่าเป็นกลุ่มบุคคลใดก็ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่

 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า แต่อยากตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นสื่ออิสระนั้นเป็นน้องของอดีตผู้สมัครส.ส.ของพรรคพลังประชาชน จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเหตุผลทางการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ อีกทั้งอยากให้มีการพิสูจน์ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยโดยคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปองดรองแห่งชาติ หรือคอป.ที่มีนายคณิต ณ นครเป็นประธาน รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิ์ที่จะแทรกแซงและกดดัน ยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือเต็มที่ในการพิสูจน์ทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น

ปัดใช้การประมูล3จีกลบคดีเอสเอ็มเอสนายกฯ

 เมื่อเวลา 11.30 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นางฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย กล่าวพาดพิงว่า เหตุผลที่รัฐบาลหยิบยกกรณีการเปลี่ยนสัญญาสัมปทานของค่ายมือถือขึ้นมาก็เพื่อกลบข่าวการส่งข้อความเอสเอ็มเอสของนายกรัฐมนตรีว่า ตนคิดไม่ออกว่าการทำเรื่องดังกล่าวเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจอย่างไร อยากถามนางฐิติมาที่กล่าวหาว่าทำให้ประชาชนไม่ได้รับบริการ 3 จีและเป็นการซื้อเวลาด้วยว่า หากรัฐบาลสมัยพรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทยต้องการเห็น 3 จีจริงก็ควรจะเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยพรรคของนางฐิติมาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศแล้ว

 ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะมีการเอื้อประโยชน์นั้น ยอมรับว่าการเอื้อประโยชน์ต่อคู่สัญญามีจริงคือเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทเอไอเอสที่เกิดขึ้นทั้งการเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคม การเปลี่ยนสัดส่วนการจ่ายรายได้ และการเปลี่ยนกฎระเบียบเรื่องการถือครองหุ้นโดยคนต่างด้าวที่เกี่ยวข้องกับการขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น ซึ่งการเอื้อประโยชน์ดังกล่าวเป็นสาเหตุสำคัญที่คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่าสัญญาสัมปทานมีความผิดปกติ และรัฐบาลต้องเข้ามาแก้ไข

 

ข่าวอื่น ๆ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง