นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส กล่าวว่า เอสไอเอสพร้อมให้ความร่วมมือกับคณะทำงาน เพื่อศึกษาและนำไปปฏิบัติเรื่องการเปลี่ยนสัมปทานจี 2 เป็นใบอนุญาต และเห็นด้วยที่จะให้ใบอนุญาต 2 จี เพื่อนำไปทำ 3 จี เพราะโดยเทคโนโลยีแล้วต้องเป็นเช่นนั้น ซึ่งเรื่องนี้นับเป็นจุดเดียวที่น่าสนใจ แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ในตอนนี้ เนื่องจากยังมีรายละเอียดอื่นๆ ให้พิจารณา เช่น ราคาใบอนุญาตเท่าไร อายุสัมปทานที่ไม่เท่ากันจะทำอย่างไร เป็นต้น
"ปัญหาการเปลี่ยนจากระบบสัมปทานมาเป็นการออกใบอนุญาต รวมถึงแนวคิดการพัฒนาระบบ 2 จี คลื่นความถี่เดิมมาเป็นระบบ 3 จี ยังขาดความชัดเจน ข้อมูลยังไม่ครบถ้วนทำให้เกิดความเสี่ยง เพราะต้องพิจารณาด้วยว่าอุปกรณ์ที่จะไปเชื่อมกับสถานีฐาน 2จี รวมไปถึงอุปกรณ์มือถือที่จะต้องรองรับ 3จี บนคลื่น 2จี ว่าจะไปหาที่ไหนมา" นายวิเชียรกล่าว
นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทต้องนำแนวทางการออกใบอนุญาต 2 จี มาพิจารณาว่ารูปแบบจะออกมาเป็นแบบใด มีรายละเอียดการจ่ายส่วนแบ่งรายได้เท่าไร สิทธิในการครอบครองทรัพย์สินที่สร้างขึ้นมา จะตกเป็นของใคร เนื่องจากตามเดิมในสัญญาสัมปทาน เอกชนจะต้องส่งมอบให้เจ้าของสัมปทานตามหลักการ สร้าง-โอน-บริการ (BTO) แต่หากเปลี่ยนรูปแบบจากสัญญาสัมปทานร่วมการงาน มาเป็นใบอนุญาตแล้วทรัพย์สินทั้งหมด จะตกเป็นของผู้ใด และการคิดค่าเช่าโครงข่าย สถานีฐาน รวมทั้งค่าโรมมิ่ง จะคิดในอัตราเท่าไร
“กลัวว่าจะหนีเสือปะจระเข้ หนีการประมูลไลเซนส์ 3 จีของ กทช. เพื่อมาเอาไลเซนส์ 2 จีจากการแปรสัญญาสัมปทาน จะต้องมีรายจ่ายมากขึ้นกว่าเดิม และหากแนวทางทุกอย่างของคณะทำงานยังไม่ชัดเจนเพียงพอ เราก็เน้นไปสู่การประมูล 3 จีบนไลเซนส์ใหม่ดีกว่า” นายศุภชัยย้ำ
ขณะที่ นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์องค์กร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า ดีแทคยินดีที่จะเข้าร่วมการแปรสัญญาสัมปทาน หากวิธีนี้ทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยเดินหน้าไปได้ดี แม้เรื่องนี้อาจมีหลายคนบอกว่าดีแทคเสียเปรียบ เพราะอายุสัมปทานและจำนวนคลื่นมีมากกว่ารายอื่น
นายมนต์ชัย หนูสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นแนวทางที่ชัดเจนของรัฐบาล กรณีการเปลี่ยนสัมปทานมือถือ มาเป็นการออกใบอนุญาต แต่สัมปทานได้รับความคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 305 (1) หากมีการเลิกสัมปทานคู่สัญญาจะต้องตกลงกัน แล้วจึงไปเข้า พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มาตรา 80 (4) คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จะสามารถออกไลเซนส์ได้เท่าอายุสัมปทานที่เหลือ