สานสัมพันธ์สาวงามเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์

ทำเอาเมืองไข่มุกอันดามัน (ภูเก็ต) ครึกครื้นคึกคักกันมากมาย ก็แหม...เหล่าสาวงามที่การันตีกันแล้วในรอบแรก 30 คนจากเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ ได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมและสานสัมพันธ์กันที่นี่เป็นเวลา 4 วัน 3 คืน

 สารพัดสารพันกับกิจกรรมต่างๆ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นของดีและไม่ควรพลาดของภูเก็ต ตั้งแต่การทำผ้าบาติก ที่สาวงามบางครั้งเพิ่งจะได้มีโอกาสจับพู่กันเขียนผ้ากันเป็นครั้งแรกในชีวิต การร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมด้วยการปรับภูมิทัศน์ให้แก่โรงเรียนบ้านแหลมทราย ให้สวยแจ่มถูกใจน้องๆ เพื่อจะได้มีกำลังใจตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือและเป็นอนาคตที่ดีของชาติต่อไป

 รวมไปถึงการเยือนแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของเมืองไข่มุกอันดามัน สวรรค์อันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก กับกิจกรรมริมชายหาดทั้งเล่นวอลเลย์บอล พายเรือคยัค อาบแดด ล่องเรือยอชท์และแน่นอนเมื่อมาถึงทะเลสวยๆ ก็ต้องสวมชุดบิกีนีอวดเรือนร่างและเก็บมาอวดกันในรอบตัดสินอีกด้วย...กิจกรรมมากมายแบบนี้ชาวภูเก็ตไม่ปลื้มใจก็ไม่ไหวล่ะค่ะ...แถมแต่ละนางก็สวยใสกันซะ...

 ซึ่งงานนี้แต่ละสาวก็มีเรื่องฮาๆ กันถ้วนหน้า อย่างผู้เข้าประกวดหมายเลข 6 โดรีน พูนเกษม แซ่อึ๋ง คราวนี้เธอก็ได้รับฉายา “โดรีน มีแฮร์” มาแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะเธอจะมีผมปลอม มาให้ช่างทำผมม้วนตลอด เรียนว่าขาดแฮร์แล้วฉันขาดใจ ส่วน "ตุ๊กติ๊ก" ณิชาวรินทร์ เบิกอรุณรุ่ง หมายเลข 9 ก็มาแปลกแหวกแนวกับเชือกนำโชคที่เธอจะนำมาเป็นที่คาดผมติดตัวตลอด...ถามไปถามมาเธอบอกว่าเผื่อต่อไปอาจได้คาดมงกุฎ 

 มากันที่ หมายเลข 13 ซาร่าห์ จารินีย์ ไคเซอร์ สาวลูกครึ่งสวิตเซอร์แลนด์ ที่ต้องบอกว่าขวัญใจเด็กตัวจริง เพราะโดนน้องๆ โรงเรียนบ้านแหลมทราย มะรุมมะตุ้มไม่ห่างกาย ซึ่ง สาว “ซาร่าห์” ก็ทำหน้าที่นางงามรักเด็กแบบไม่ขาดตกบกพร่องเลยทีเดียวจ้า ปิดท้ายที่ แพรว แก้วทิพย์ ผู้เข้าประกวดหมายเลข 30 ที่ไม่รู้หิวมากไปหรือเปล่า ก็ด้วยที่ตักอาหารแบบไม่ธรรมดา จนโดนเพื่อนๆ แซวไม่กลัวอ้วนเหรอ งานนี้สาวแพรวไม่หวั่น น้อมรับฉายา “นางงามกินจุ” ไปครองก่อนมงกุฎ...