เหตุรองผู้อำนวยการโรงเรียนดังในจังหวัดสระบุรีถูกตำรวจกองปราบฯ จับกุมเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 กรกฎาคม ที่กองบังคับการตำรวจปราบปราม พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทน ผบก.ป. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ธวัชชัย คำแหงพล รอง ผกก.ช่วยราชการ กก.2 บก.ป. พ.ต.ท.สิงห์ สิงห์เดช พงส.(สบ 3) กก.2 บก.ป. ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายประทีป สกุลเพทายเลิศ อายุ 52 ปี รองผู้อำนวยการ (ระดับ 8) โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี อยู่บ้านเลขที่ 147 หมู่ 7 ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี
ตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.1148/2553 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2553 ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยใช้อุบายหลอกลวงและเป็นการกระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา หรือผู้ปกครอง และพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมของกลางอาวุธปืนออโตเมติก ยี่ห้อบาเร็ตต้า ขนาด 6.35 มม. 1 กระบอก กระสุน 6 นัด แม็กกาซีนและซองปืน โดยจับกุมได้ที่โรงเรียน
สำหรับคดีนี้มีผู้ปกครองพร้อมเด็กนักเรียนหญิงของโรงเรียนดังกล่าวซึ่งเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลทีมโรงเรียน จำนวน 5 คน อายุตั้งแต่ 17-19 ปี เข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยกล่าวหาผู้ต้องหารายนี้ว่า เป็นผู้ล่อลวงนักเรียนหญิงแต่ละรายโดยใช้การดูหมอเข้ามาทักว่ามีเคราะห์ ดวงไม่ดี หรือดวงตกจะต้องทำพิธีแก้เคราะห์ กดดวง หรือทำสาลิกาลิ้นทองเพื่อให้มีเสน่ห์ มีคนรักคนหลง
หลังจากนั้นเมื่อเด็กนักเรียนแต่ละรายหลงเชื่อ ก็จะมีการพาไปทำพิธีในห้องทำงานภายในโรงเรียน แต่ระหว่างนั้นก็ถูกกระทำอนาจาร โดย 3 ใน 5 ของเด็กนักเรียนหญิงที่ถูกกระทำอนาจารนั้น ยังถูกล่อลวงไปข่มขืนกระทำชำเราในโรงแรมม่านรูดในพื้นที่ อ.วิหารแดง และ อ.หนองแค จ.สระบุรี หลังเสร็จกิจผู้ต้องหาจะข่มขู่ด้วยการให้เด็กสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าจะไม่นำเรื่องไปบอกใคร มิเช่นนั้นจะมีอันเป็นไป หรือถูกคุณไสยเข้าตัว คดีเกิดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2551-กันยายน 2552
พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าวว่า หลังรับแจ้งความ พ.ต.อ.อัคราเดช พร้อมพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานไปขออนุมัติหมายจับจากศาล และติดตามจับกุมตัวนายประทีป มาได้ พร้อมกับตรวจค้นรถกระบะโตโยต้าของผู้ต้องหา พบอาวุธปืนของกลางในช่องเก็บของด้านหน้า แต่ตรวจสอบแล้วเป็นอาวุธปืนที่มีใบอนุญาต แต่ไม่มีใบอนุญาตพกพา จึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกข้อหา ส่วนข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการอนาจารเด็กนั้น นายประทีป ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
จากการสอบสวนเบื้องต้น พ.ต.อ.สุพิศาล ระบุว่าผู้ต้องหาอ้างว่า มีกลุ่มขบวนการภายในโรงเรียนกลั่นแกล้ง ซึ่งทราบดีว่าเป็นฝีมือของใครเนื่องจากขัดแย้งกันในเรื่องหน้าที่การงานและผลประโยชน์ที่ตนไปล่วงรู้เรื่องราวบางอย่างจึงถูกกลั่นแกล้งเพื่อกำจัดให้ออกไปจากโรงเรียน
เมื่อถามว่ากลุ่มขบวนการดังกล่าวนั้นเกี่ยวข้องกับการที่ลูกศิษย์เข้าแจ้งความในครั้งนี้หรือไม่ นายประทีปกล่าวว่า ไม่ขอพูดถึง เพราะตนเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครอง มีบรรดาอาจารย์และนักเรียนให้ความเคารพนับถือมาก ตนจะต่อสู้ไปตามกระบวนการ ส่วนเรื่องการใช้ตำแหน่งประกันตัวในชั้นสอบสวนนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการเรื่องเอกสาร