ศอฉ.ยันจับ”หรั่ง”ไม่ใช่แพะผุดทีมสอบข่าวเท็จ

"ศอฉ."ชี้รบ.เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้ซื้อเวลา ลั่นพร้อมยกเลิกทุกจว. หากสงบไร้ป่วน ส่งกองร้อยเคลื่อนที่เร็วพร้อมป้องเหตุป่วน 21ก.ค.-30 ก.ย.นี้ ยันจับ ” ไอ้หรั่ง ” ไม่ใช่แพะ ผุดทีมสอบข่าวเท็จ ป้องแดงบิดเบือนใส่ร้ายรบ. โยนยุติธรรมสอบเรื่องเพชรหาย

 (20ก.ค.) เมื่อเวลา 18.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) แถลงผลการประชุมศอฉ.ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรองผอ.ศอฉ.เป็นประธานในการประชุมว่า เจ้าหน้าที่ได้รายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช.ในต่างจังหวัดในเรื่องของการเตรียมงานวันเกิดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อพบปะสังสรรค์และพูดคุย ซึ่งที่ประชุมไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพราะเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร และหากการจัดงานดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกคงจะไม่มีปัญหาอะไร

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยนั้น โดยกองทัพภาคที่ 1 เน้นใช้เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารจาก 3 เหล่าทัพ ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติงานในพื้นที่เขตกรุงเทพ และปริมณฑล โดยจัดสายตรวจร่วม 24 ชั่วโมง และมีการจัดกองร้อยรักษาความสงบ ซึ่งเป็นกองร้อยเคลื่อนที่เร็ว โดยสามารถปฏิบัติงานได้ทันที หากมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้น โดยจะเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่ 21.00 - 05.00 น. ในแต่ละวัน ส่วนกองทัพภาคที่ 2 และ 3 จะมีการปฏิบัติงานใกล้เคียงกัน โดยจะเริ่มการปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. - 30 ก.ย. 53 เป็นต้นไป นอกจากนี้จะมีการจัดชุดวิทยากรทหาร ตำรวจ พลเรือนเข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชนให้สอดรับการแผนความปรองดองของรัฐบาล โดยจะเข้าไปชี้แจงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเน้นข้อเท็จจริงเป็นหลัก

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีของนาย สุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์ อดีตคนสนิทของพล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่มีเสียงวิจารณ์ว่า เป็นการจับแพะหรือไม่นั้น ซึ่งทางนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ได้รายงานว่า นายหรั่งมีหมายจับของศาลอาญาที่ดีเอสไอร้องขอไว้ ซึ่งมีข้อมูลหลักฐานเพียงพอ ซึ่งไม่ได้เป็นการจับแพะแต่อย่างใด และการสอบสวนในขั้นต้นทราบว่า นายหรั่งมีความเกี่ยวข้องกับคดีความต่างๆ การสร้างความรุนแรง และการใช้อาวุธสงครามต่างๆ ทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและประชาชนรวม 8 คดี อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจไม่ได้ติดตามใครเป็นกรณีพิเศษ ยกเว้นแต่บุคคลนั้นมีหมายจับ

 “ ที่ประชุมศอฉ.ได้ตั้งคณะทำงานเพิ่มเติมขึ้นมาอีก 1 ชุด คือ คณะทำงานติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้น เพราะปัจจุบันมีบางกลุ่มพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงให้ประชาชนเข้าใจผิดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ จึงมีคณะทำงานเพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารฝ่ายรัฐ และป้องกันการปลุกระดม ยุยง ปลุกปั่น ซึ่งคณะทำงานจะประกอบด้วย ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดีเอสไอ ทหาร และอัยการสูงสุด รวมถึงทีมโฆษกศอฉ. ซึ่งเหตุผลที่ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้น เกิดจากกรณีที่นาย พร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวบุคคลกลุ่มเสื้อแดงไว้ในค่ายทหาร ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และเข้าใจผิด ซึ่งหากนายพร้อมพงษ์ยังกระทำการอย่างนี้อีก และไม่เป็นข้อมูล ข้อเท็จจริง ทางคณะทำงานชุดนี้จะดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ ” พ.อ.สรรเสริญ กล่าว

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประวิตร ได้อธิบายต่อที่ประชุมกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)มีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 3 จังหวัด ซึ่งท่านต้องการทำความเข้าใจกับสมาชิกศอฉ.ว่า ที่ทางรัฐบาลยกเลิกพ.ร.ก.ไม่ได้เป็นการซื้อเวลา หรือเป็นการยกเลิกพ.ร.ก.รายสัปดาห์ แต่รัฐบาลดูข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นจริงจากที่ศอฉ.ได้ประมวลข้อมูลแล้วส่งให้รัฐบาลว่า พื้นที่ใด จังหวัดใด ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มพลัง หรือฝ่ายที่ต้องการสร้างความรุนแรงก็สามารถยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ และกลับไปใช้กฎหมายปกติได้ ก็พร้อมที่จะยกเลิก นอกจากนี้ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)ได้บูรณาการแผนงานด้านความมั่นคงที่จะรองรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เมื่อมีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินในจังหวัดนั้นๆ

 เมื่อถามว่า ที่ประชุมมีการพูดถึงกรณีที่ทางดีเอสไอได้ทำเพชรหายหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า จากการสอบถามอธิบดีดีเอสไอ ได้รับทราบว่า เรื่องนี้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะลงมาดูแลด้วยตนเอง แต่รอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรื่องก่อน เพื่อจะได้ทำความกระจ่างให้ปรากฏโดยเร็ว เพราะสังคมให้ความสนใจ

ผบ.ทร.เชื่อชาติดีขึ้นหากเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินก่อนกำหนด

 พล.ร.อ. กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินใน 3 จังหวัด ว่า หากมีการพ.ร.ก.ฉุกเฉินก่อนกำหนดตามที่นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเสนอแล้วทำให้ประเทศชาติดีขึ้นเป็นสิ่งที่ควรเร่งดำเนินการ ซึ่งต้องพิจารณาก่อนว่าจะไม่มีปัญหาภายหลัง แต่หากจะให้ระบุลงไปว่าควรยกเลิกทั้งหมดเมื่อใด เป็นสิ่งที่พูดลำบาก เนื่องจากต้องพิจาณาตามสถานการณ์ และการข่าวจากทางฝ่ายข่าวที่เสนอมา ทั้งนี้ต้องพิจารณาในภาพรวมว่าทุกอย่างเรียบร้อยเหมือนในหลายจังหวัดที่ยกเลิกไปก่อนหน้านี้เป็นส่วนประกอบด้วย และไม่รู้สึกกังวลกับกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช. เพราะเชื่อว่าทุกอย่างดูแลได้