ค่านิยมฟุตบอล

    สี่ทุ่มแล้ว คุณอ้อยเพิ่งโทรมา เลยเวลาผู้เขียนไปนานแล้ว แต่เมื่อตื่นขึ้นมาก็อดรับโทรศัพท์ไม่ได้ เมื่อผู้เขียนรับโทรศัพท์ คุณอ้อยนิ่งไปนาน ผิดปกติของการพูดคุยทางโทรศัพท์

      เสียงที่มาตามสายแผ่วมาก เสียงคุณอ้อยบอกว่า
     “หลวงแม่ ลูกมีความทุกข์มาก”
     ผู้เขียนตื่นตัว หายอาการงัวเงียทันที ซักไซ้ไล่เลียงได้ความว่า  เธอไปทำงานที่บริษัทที่เธอสร้างตัวตนมาเองทุกวัน แต่โดยทางนิตินัย บริษัทนี้ใส่ชื่อสามี

     วันดีคืนร้าย เธอขับรถไปทำงานที่บริษัทตามปกติ ปรากฏว่าบริษัทของเธอถูกยึดไปเรียบร้อยแล้ว  เพราะสามีเสียพนันบอลเมื่อคืนที่ผ่านมา แล้วเซ็นยกบริษัทให้เจ้ามือพนันไป โดยที่เธอไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย

     นี้ คือความทุกข์ของคุณอ้อยอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด
     ผู้เขียนแม้เป็นพระ ก็ถึงกับอึ้ง ไม่ได้ตั้งตัวให้ความทุกข์จู่โจมได้ถึงขนาดนี้ ฟังคุณอ้อยร่ำไห้ทางโทรศัพท์ มิใช่ว่าจะช่วยอะไรที่เป็นรูปธรรมได้มากนัก แต่ในยามทุกข์คุณอ้อยเลือกที่จะระบายความทุกข์ในครอบครัวที่ปิดบังสังคมมาตลอด ผู้เขียนก็ต้องตั้งใจฟัง ให้เวลาให้เธอคลายทุกข์โดยการระบาย

     ในขณะที่บอลกำลังขับเคี่ยวกันอยู่นี้ มีอีกกี่คนที่จะต้องเผชิญความทุกข์อย่างคุณอ้อยบ้างหนอ 
     ลูกผู้หญิงกี่คนที่ต้องเสียตัวเพื่อจ่ายค่าพนันบอล
     ลูกผู้ชายกี่คนที่ต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติจนหมดตัวเช่นนี้
     ฟุตบอลเป็นเกมกีฬาแท้ๆ แต่เราไปให้ค่า โดยการเอาไปผูกติดกับการพนันขันต่อ เราจึงต้องเสียตัว เสียทรัพย์สิน เสียอนาคต ล้วนเป็นสภาพความทุกข์ที่เราหลีกเลี่ยงได้ทั้งสิ้น

     ขอให้เรามีสติที่จะดูบอลในฐานะที่เป็นเกมกีฬา ชื่นชมความสามารถของผู้เล่น แต่อย่าเอาตัวเองไปได้ไปเสียกับไอ้ลูกกลมๆ นี้ ถึงขนาดขายบ้าน ขายบริษัทเลย

     ขอภาวนาให้แฟนบอลมีสติ ตั้งมั่นอยู่ในสัมมาทิฏฐิทุกคน
     อย่างเดียวที่ชอบเวลามีบอลโลก ช่วงเวลาที่มีบอลถ่ายทอด การจราจรดีมาก รถไม่ติดเลย เท่านั้นเอง
      
    "ธัมมนันทา"