งานนี้จะแบ่งออกเป็น 2 งาน ซึ่งงานแรกก็คือ งานสัปดาห์วัฒนธรรม จัดขึ้นที่เดลี พลาซ่า ในวันที่ 14-16 กรกฎาคม 2553 ผมจะไปร่วมแสดงในงานนี้ในวันที่ 16 ส่วนงานที่ 2 ก็คือ คอนเสิร์ตการกุศลที่จัดหารายได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางการเมืองที่ผ่านมา โดยจะจัดขึ้นที่เดลีฮอลล์และวัดธัมมาราม ในคืนวันที่ 14 และ 17 ตามลำดับ และรายได้ทั้งหมด ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเดินทางไปในงานนี้ด้วย ก็จะรวบรวมรายได้ทั้งหมดมาบริจาคผ่านทางกรุงเทพมหานคร และหลังจากนั้นในวันที่ 18 ผมและคณะดนตรีของผมก็จะเดินทางกลับเมืองไทย และหลังจากนั้นผมก็จะมาเขียนต้นฉบับถึงบรรยากาศในงานทั้งหมดให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันสนุกๆ
เอาล่ะครับ สำหรับฉบับนี้ก็ยังพอมีเนื้อที่เหลืออยู่อีกเยอะ ผมก็จะไปตอบคำถามที่เข้ามาทาง www.khun-in.net ก็มีคำถามที่ดีเข้ามาหลายคำถาม ซึ่งเป็นเพราะว่าผมไม่ได้ตอบคำถามที่เข้ามานานอยู่หลายฉบับ โดยคำถามแรกจาก คุณอำพล ที่ถามว่าตอนนี้กำลังจะทำวิจัยเรื่อง วงปี่พาทย์ชวา ก็เลยอยากจะทราบประวัติของวงปี่พาทย์ชวา
สำหรับปี่พาทย์ชวาต้องยอมรับว่าผมเองก็ไม่ค่อยมีความรู้อย่างลึกซึ้ง จะรู้อยู่บ้างก็นิดๆหน่อยๆ ดังนั้นผมคงจะเขียนได้เท่าที่ผมรู้ก็แล้วกันนะครับ
ปี่พาทย์ชวา เครื่องดนตรีส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องดนตรีประเภทตี เหมือนกับบ้านเราซึ่งเครื่องทำทำนองเกือบทั้งหมดจะทำด้วยทองเหลือง ดังนั้นเมื่อเวลาบรรเลงจะมีเสียงครางยาว และจะดังกระหึ่ม ดังนั้นปี่พาทย์ชวาจึงเหมาะสมที่จะบรรเลงเพลงที่มีจังหวะช้าๆ และปี่พาทย์ชวาเริ่มเข้ามาสู่เมืองไทยในสมัยของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จเยือน เมืองสุรคาร์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี พ.ศ.2472 สมัยก่อนนั้นเราจะนิยมเรียกว่าเมืองชวา โดยเมืองชวาได้จัดมหรสพประจำชาติมาแสดงในพิธีรับเสด็จหลายอย่างเช่น โขน ละคร หุ่น รวมถึงวงปี่พาทย์ชวา ให้พระองค์ทอดพระเนตร และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงสนพระราชหฤทัยปี่พาทย์ชวามากที่สุด และหลังจากที่พระองค์เสด็จกลับเมืองไทย ทางเจ้าเมืองสุรคาร์ตาจึงได้นำเครื่องดนตรีของวงปี่พาทย์ชวาครบชุด ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว 2 ชุด รวมถึงเครื่องสายชวาอีก 2 ชุด และพระองค์ก็โปรดให้เอาไปไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ 1 ชุด เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ชม ส่วนอีกหนึ่งชุดเอาไว้ให้ข้าราชการกรมปี่พาทย์หลวงได้ฝึกหัดเพื่อที่จะใช้แสดงในงานต่างๆ และวงปี่พาทย์ชวาของกรมปี่พาทย์หลวงได้ออกแสดงปี่พาทย์ชวาเป็นครั้งแรกให้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตร เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2473 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน และในปัจจุบันกรมปี่พาทย์หลวงซึ่งกลายเป็นกรมศิลปากร ก็ยังจัดแสดงวงปี่พาทย์ชวา ที่สังคีตศาลาเป็นประจำทุกๆ ปีในช่วงฤดูหนาว ซึ่งพวกเราก็สามารถไปชมปี่พาทย์ชวากันได้ในช่วงปลายปี แต่ก็ต้องคอยเช็กดูก่อนว่าจะเป็นวันไหนเพราะเนื่องจากเขาจะจัดแสดงเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น
เป็นอันว่าคำถามปี่พาทย์ชวาของคุณอำพลก็คงจะจบแค่นี้ เนื่องจากผมก็ไม่รู้อะไรไปมากกว่านี้ ส่วนคำถามที่เหลือของ คุณเปเป้ และ คุณมะนาว คงต้องยกยอดเอาไว้ในฉบับต่อไปก็แล้วกันนะครับ
สำหรับผู้ที่มีดนตรีไทยในหัวใจ วันพรุ่งนี้ 14 กรกฎาคม จะมีการแสดงดนตรีไทยโดยครูดนตรีไทยอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ ที่หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 55 พรรษา ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
งานนี้ชมฟรีไม่เสียสตางค์ แต่ต้องแต่งกายสุภาพ เพราะสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ ไปทรงเป็นประธาน อ้อ..ลืมบอกไปว่าเวลาแสดงก็คือ 18.00 น. นะครับ...สวัสดี
"ขุนอิน"