ไลฟ์สไตล์ : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2553
ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่
ศ.เกียรติคุณนพ.จรัสสุรรรณเวลา
นพ.ณวราดุสิตานนท์

ด้วยพระกรุณาธิคุณ "เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์" ช่วยผู้ป่วยมะเร็งลำไส้

นับเนื่องจาก ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงบำเพ็ญพระกุศลใน "โครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่" โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ที่เริ่มโครงการเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2552 เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ โดยทำการคัดกรองผู้ที่มีอายุ 50-65 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ล่าสุดได้แถลงข่าวสรุปผลโครงการปรากฏผลมีผู้ป่วยมะเร็งชนิดนี้ถึง 15 รายจาก 1,500 ราย

  ศ.เกียรติคุณ นพ.จรัส สุรรรณเวลา รองประธานบริหารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่านับเป็นพระเมตตาในสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ที่ทรงมีพระดำริให้จัดโครงการนี้ขึ้น ซึ่งเพียง 3 วันแรกที่ออกข่าวไปก็มีผู้เข้ามาตรวจคัดกรองเกินจากที่เรากำหนดไว้คือ 1,500 คนแล้ว

 "ข้อมูลทั้งหลายเกือบ 1 ปีที่ผ่านมาก็ทำให้ทีมงานได้ข้อมูลมาวิจัยมากมายกว่าที่เราคาดการณ์ไว้และเป็นบทเรียนที่มีคุณค่า และผู้ที่เข้ามาคัดกรองก็ไม่รู้ตัวล่วงหน้าว่าตัวเองเป็นมะเร็ง แต่เมื่อตรวจพบก็ถือเป็นผลดีที่จะได้ทำการรักษาอย่างทันท่วงที และสามารถรักษาชีวิตได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ รวมทั้งไม่ต้องใช้วิธีการรักษาที่ยุ่งยากซับซ้อนในกรณีที่พบในระยะที่ลุกลาม และนี่เองที่ทำให้เห็นว่าสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ทรงมีพระประสงค์ที่จะช่วยประชาชนอย่างแท้จริง ด้วยทรงตั้งพระทัยแล้วตั้งแต่ทรงสร้างโรงพยาบาลจุฬาภรณ์  ซึ่งนอกจากจะมีโรงพยาบาลที่เป็นมาตรฐาน ให้ความรู้ในระดับสากลแล้ว ยังทรงมีพระประสงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักและเข้าใจในโรงมะเร็งด้วย" ศ.เกียรติคุณ นพ.จรัส กล่าว

 ด้าน นพ.ณวรา ดุสิตานนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาศัลยศาสตร์มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก กล่าวว่าผลการดำเนินการในโครงการบำเพ็ญพระกุศลนี้  จากการคัดกรองได้ใช้วิธีการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่จำนวน 1,500 คน ที่ไม่จำกัดว่าจะมีความเสี่ยงต่อโรคลำไส้ใหญ่หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ทางโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ได้ทำการคัดกรองไปแล้วจำนวน 1,300 คน โดยในจำนวนนี้ตรวจพบผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่จำนวน 15 ราย ซึ่ง 13 รายไม่มีอาการผิดปกติหรืออาการแสดงของมะเร็งลำไส้ใหญ่เลย และพบว่าผู้ป่วยจำนวนถึง 12 รายเป็นมะเร็งระยะแรกที่การลุกลามแล้ว ให้การรักษาแค่การผ่าตัดเพียงอย่างดียว ไม่จำเป็นต้องรับเคมีบำบัดหรือการฉายแสง มีโอกาสหายขาดสูงมาก พร้อมกันนี้เรายังพบติ่งเนื้อที่มีบางส่วนเป็นมะเร็งแล้ว 1 ราย ซึ่งการรักษาเพียงแค่ตัดติ่งเนื้อออกโดยไม่จำเป็นต้องรับการผ่าตัดใหญ่

 อีกทั้งกล่าวต่อว่า เราได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขและสำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ทำการนำร่องตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ขึ้นในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมีผู้ยินยอมรับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ทั้งหมดจำนวน 539 ราย และได้ทำการตรวจพบมะเร็งจำนวน 10 ราย ซึ่งทั้งหมดยังไม่มีอาการและความผิดปกติมาก่อน ซึ่งทั้งหมดได้ถูกส่งตัวมารับการรักษาต่อตามระยะของโรคที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์แล้ว

 "จะเห็นว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่ในประชากรไทยเป็นโรคที่พบมากขึ้นไม่เฉพาะในเมืองใหญ่ แต่รวมถึงชนบทด้วย ซึ่งการตรวจพบจากการตรวจคัดกรองนั้นจะสามารถค้นพบผู้ป่วยที่ยังเป็นระยะแรกๆ หรือระยะก่อนที่จะเป็นมะเร็งซึ่งได้ผลการรักษาที่ดี ขั้นตอนการรักษาไม่ยุ่งยากและมีโอกาสหายสูง โดยปัจจัยเสี่ยงสำหรับโรคนี้ยังอยู่ในขั้นการวิเคราะห์อย่างเป็นขั้นตอน แต่ถ้าจะระบุให้ชัดๆ ที่เห็นได้ชัดเจนคือในส่วนของพันธุกรรมหรือกรรมพันธุ์ โดยถ้าคนในครอบครัวเป็นโรคนี้อัตราเสี่ยงของคนในครอบครัวเดียวที่มีโอกาสจะเป็นสูงมากกว่าคนอื่นๆ 2-3 เท่า แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเรามาตรวจคัดกรองหรือง่ายขึ้นคือ การมาตรวจอุจจาระเป็นประจำในทุกปี ก็จะเป็นการป้องกันและรักษาได้อย่างทันท่วงที" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาศัลยศาสตร์มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก แจง


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง