แม่โจ้โพลล์ชี้นักเรียนร้อยละ40แนะให้เลิกใช้โอเน็ต แกต แพต

แม่โจ้โพลล์ชี้ นักเรียนร้อยละ 79 เข้าใจระบบแอดมิชชั่นส์ 53 แต่อีกร้อยละ 40 ให้ยกเลิกใช้โอเน็ต แกต แพต

 ว่าที่ร้อยตรีดร.สุรชัย กังวล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นในหัวข้อ นักเรียนคิดอย่างไรกับระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยปี 2553 จากกลุ่มตัวอย่างนักเรียนที่ผ่านการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ จำนวน 895 ราย ระหว่างวันที่ 24-25 พฤษภาคม โดยนักเรียนกว่า 91.2% ให้เหตุผลในการเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยว่าเลือกตามความชอบของตัวเอง ขณะที่ 6.5% เลือกตามครอบครัว

 ส่วนหลักเกณฑ์ในการเลือกนั้น 52.1% เลือกเพราะมีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของคณะ ขณะที่ 26.5% เลือกตามความต้องการของตลาดแรงงาน 13% เลือกตามความมีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย และ 7.2% เลือกตามความชื่นชอบและสนใจของตัวเอง ในขณะที่นักเรียนกว่า 40% เข้าเรียนในสถาบันกวดวิชาเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ขณะที่ 60% ไม่เข้าเรียนเพราะการเรียนในชั้นเรียนก็คงเพียงพอแล้วและไม่มีเวลาในการเข้าเรียน

 สำหรับค่าใช้จ่ายในสถาบันกวดวิชาพบว่า 36.3% เสียค่าใช้จ่าย 1,001-5,000 บาท ขณะที่นักเรียน 26.3% เสียค่าใช้จ่ายกว่า 20,001 บาทขึ้นไป ส่วน 21.1% เสียค่าใช้จ่าย 5,001-10,000 บาท เรื่องความเข้าใจต่อการเปลี่ยนวิธีการสอบเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ปี 2553 นั้นนักเรียน 79% มีความเข้าใจจากการแนะแนวของโรงเรียนและข่าวการประชาสัมพันธ์ทางสื่อ ขณะที่ 19.4% ไม่เข้าใจ เพราะขั้นตอนมีระเบียบวิธีการที่ยุ่งยาก ซับซ้อนและยังมีการเปลี่ยนวิธีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลายครั้ง

 ขณะที่ความเห็นต่อการนำจีพีเอของแต่ละโรงเรียนมาใช้ประกอบการคัดเลือกเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ปี 2553 นักเรียนเห็นด้วยกว่า 76.3% เพราะเป็นสิ่งที่วัดความตั้งใจเรียนของนักเรียนที่เก็บสะสมมาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แต่มีนักเรียน 23.7% ไม่เห็นด้วย เพราะแต่ละโรงเรียนมาตรฐานต่างกัน

 ทั้งนี้ นักเรียนกว่า 40% เสนอแนะให้เลิกใช้ระบบโอเน็ต แกต แพต และกลับไปใช้ระบบเอ็นทรานซ์หรือแอดมิชชั่นส์แบบเดิม ขณะที่ 18.7% เห็นว่าควรออกข้อสอบที่สามารถวัดความรู้ความสามารถของเด็กมากกว่านี้ แต่นักเรียน 12.5% เห็นว่าระบบที่ใช้อยู่ปัจจุบันดีอยู่แล้ว